ปัญหาและอุปสรรคการเป็นท่าเรือสำราญหลักในกลุ่มท่องเที่ยวอันดามัน
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาบริบทการท่องเที่ยวเรือสำราญในประเทศไทยและอันดามัน (2) ศึกษาปัญหาและอุปสรรคการเป็นท่าเรือสำราญหลักในกลุ่มท่องเที่ยวอันดามัน และ (3) เสนอแนะปัจจัยสู่ความสำเร็จของการเป็นท่าเรือสำราญหลักในกลุ่มท่องเที่ยวอันดามัน งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและภาคีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเรือสำราญ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกประกอบด้วยผู้บริหารของหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ภาคชุมชน และภาควิชาการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเรือสำราญทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 27 คน ระหว่างเดือนกันยายน 2559 ถึง เมษายน 2560 โดยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า (1) ประเทศไทยให้บริการเรือสำราญมาเป็นเวลายาวนานกว่า 30 ปี แต่เท่าที่ผ่านมาบทบาทท่าเรือของประเทศไทยเป็นท่าเรือแวะพักเป็นหลัก โดยเรือสำราญนำนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวเช้าไปเย็นกลับโดยไม่ค้างคืนบนฝั่ง ปัจจุบันประเทศไทยมีท่าเรือโดยสาร (Cruise Terminal) สำหรับเรือสำราญเพียงท่าเดียวที่แหลมฉบังที่ใช้เป็นท่าเรือแวะพัก และท่าเรือหลักที่เปลี่ยนถ่ายผู้โดยสาร แต่ยังขาดการพัฒนาและบริหารเพื่อรองรับเรือสำราญอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยท่าเรือที่ให้บริการหลักในไทยมีอยู่ 5 แห่ง เมืองท่าที่มีเรือสำราญมาใช้บริการมากที่สุด คือ การนำเรือมาจอดทอดสมอที่อ่าวป่าตองและจอดเทียบท่าเรือน้ำลึก จังหวัดภูเก็ต และภูเก็ตได้รับคัดเลือกเป็นท่าเรือแวะพักของสายการเดินเรือฝั่งทะเลอันดามันตลอดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการพัฒนาท่าเรือหลักในสิงคโปร์ และความหลากหลายของเมืองท่าเชื่อมโยงในเส้นทางเดินเรือระยะสั้นที่สามารถ เชื่อมโยงกับภูเก็ตได้ (2) ผลการวิจัยปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนาท่าเรือสำราญของกลุ่มท่องเที่ยว อันดามัน ได้แก่ ข้อจำกัดเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคของท่าเรือ การขาดความพร้อมของท่าเทียบเรือ นโยบายรัฐบาลยังขาดความชัดเจน การขาดการจัดระเบียบการรับส่งผู้โดยสารที่มีประสิทธิภาพ การขาดทรัพยากรเพื่อบริการนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขาดความรู้ ความเข้าใจธุรกิจเรือสำราญ การใช้เรือท้องถิ่นขนถ่ายนักท่องเที่ยวเรือสำราญขึ้นฝั่ง และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (3) ข้อค้นพบจากการวิจัยนําไปสู่ข้อเสนอแนะสําหรับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคชุมชนในการกำหนดปัจจัยสู่ความสำเร็จหลายประการ และความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
Article Details
ลิขสิทธิ์ของบทความ
ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ห้ามมิให้นำเนื้อหา ทัศนะ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลงานไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยก่อน
เอกสารอ้างอิง
จาก https://www.thaicruise.trm.com/
กระทรวงมหาดไทย. (2558). โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เชื่อมโยงการพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวทางทะเล ภายใต้แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย,3-4 กรกฎาคม 2558.กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.
จุมพล ชฎาวัฒน์. (2558). ภาคธุรกิจเรือท่องเที่ยวสำราญ: โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เชื่อมโยงการพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวทางทะเล ภายใต้แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย, 3-4 กรกฎาคม 2558. กรุงเทพฯ: กระทรวงมหาดไทย.
ธัชไท กีรติพงศ์ไพบูลย์ (2558). ภาครัฐกับการท่องเที่ยวสำราญ: โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เชื่อมโยงการพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวทางทะเล ภายใต้แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย, 3-4 กรกฎาคม 2558. กรุงเทพฯ: กระทรวงมหาดไทย.
บุญเสริม ขันแก้ว. (2558). ภาครัฐกับการท่องเที่ยวสำราญ: โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เชื่อมโยงการพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวทางทะเล ภายใต้แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย, 3-4 กรกฎาคม 2558. กรุงเทพฯ: กระทรวงมหาดไทย.
ไพฑูรย์ มนต์พานทอง. (2558). การพัฒนาการท่องเที่ยวเรือสำราญของประเทศไทย. กรุงเทพฯ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย.
ไพฑูรย์ มนต์พานทอง. (2560). การวิเคราะห์องค์ประกอบการจัดการท่าเรือแบบผสมกับบริบทการท่องเที่ยวเรือสำราญ.วารสารการจัดการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ , 6(3): 107 - 124.
ไพฑูรย์ มนต์พานทอง และเทิดชาย ช่วยบำรุง. (2558). ผลการปฏิบัติงานการจัดการท่าเรือแวะพักของจังหวัดภูเก็ต สำหรับการท่องเที่ยวเรือสำราญ: การประเมินผลโดยการใช้การวิเคราะห์ความสำคัญและผลการปฏิบัติงาน.วารสารการจัดการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, 4(1): 1-11.
เรือสำราญภูเก็ตวอนรัฐทำท่าเรือน้ำลึกหนุนท่องเที่ยว. (2555, 15 กรกฎาคม).ไทยรัฐออนไลน์ สืบค้นจาก https://www.thairath.co.th/content/276247
วัฒนา โชคสุวณิช (2558). ภาคธุรกิจเรือท่องเที่ยวสำราญ. โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เชื่อมโยงการพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวทางทะเล ภายใต้แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย, 3-4 กรกฎาคม 2558. กรุงเทพฯ: กระทรวงมหาดไทย .
ASEAN. (2002). The Study for an Integrated Regional Cooperation Framework Plan. ASEAN Cruise Development Framework. Retrieved April 10, 2016 from https://www.asean.org/uploads/archive/ACDF-Report.pdf
Chen, C. A. (2016). How can Taiwan create a niche in Asia's cruise tourism industry? Tourism Management, 55, 173-183.
Cruise Lines International Association. (2015). 2015 Cruise Industry Outlook: Cruising to New Horizons and offering traveler more. Retrieved April 10, 2016 from https://www.cruising. org/docs/default-source/research/2015-cruise-industry-outlook.pdf
Cruise Lines International Association. (2018). Asia Cruise Trends 2018 Edition. Retrieved October 10, 2018 from https://safety4sea.com/wp-content/uploads/2018/07/CLIA-Asia-Cruise-Trends-2018-Edition-2018_07.pdf
Demetriou, I. (2011). The Promotion of the New Larnaka Port as a Homeport for Cruises in the Wider Region of Eastern Mediterranean: Challenges, Perspectives and Specific Proposals. Maritime Institute of Eastern Mediterranean.
Dowling, K. R. 2006. Cruise Ship Tourism. London, England: CAB international.
Gibson, P. (2006). Cruise operations management. New York: Routledge.
Hsu, C.H.C.(2015). Competitive landscape of Asian cruise ports. October 10, 2018, from https://scholarworks.umass.edu/cgi/viewcontent.cgi referer=https://www.google.com/&httpsredir=1&article=1122&context=ttra
Kizielewicz, J. (2012). Theoretical considerations on understanding of the phenomenon of maritime tourism in Poland and the world. Scientific Journals,31(103)
Lekakou, M.B., Pallis, A.A., & Vaggelas, G.K. (2009). Which homeport in Europe: The cruise industry’s selection criteria. Tourismos: An International Multidisciplinary Journal of Tourism, 4(4): 215-240.
Liu, X. M. (2006). Customer relationship management in Asia/Pacific cruise industry (Unpublished doctoral dissertation). University of Nottingham.
McCalla, R.J. (1998) An investigation in to site and situation: Cruise ship port. Voor Economische en Sociale Geografie, 89(1): 44-55.
Morgan, P., & Power, L. (2011). Cruise tourism and the cruise industry. In P. Robinson, S. Heitmann, & P. Dieke (Eds.), Research themes for tourism (pp.276-288). Cambridge, MA:CAB International.
Pavlic, I. (2013). Cruise tourism demand forecasting- the case study of Dubrovnik. Tourism and Hospitality Management,19 (1), 125-142.
Policy Rasearch Corporation. (2009). Tourist facilities in ports: The economic factor. Antwerp, Belgium: Author.
Rodrigue, J. P., & Notteboom, T. (2012). The cruise industry: itineraries, not destinations. Port Technology International, 54,13-16.
TEC Inc. (2007) /Port of Sydney master plan.. Andover, MA: Author.
Wang, Y., Jung, K.A., Yeo, G. T., & Chou, C.C. (2014). Selecting a cruise port of call location using the fuzzy-AHP method: case study in East Asia. Tourism Management, 42, 262-270.
World Tourism Organization. (2010). Cruise tourism - current situation and trends. Retrieved April 10,2016, from https://pub.unwto.org/WebRoot/Store/Shops/ In foshop/4860/F69B/DDF8/6297/2C04/C0A8/0164/E2F3/110111_ceuise_tourism_excerpt.pdf.
World Travel and Tourism Council, (2004). The Caribbean: The impact of travel & tourism on jobs and the economy.London, England: Author.