การปรับเปลี่ยนรูปแบบและความหมายของสัญลักษณ์มงคลจากสมัยทรารวดีสู่สมัยรัตนโกสินทร์

Main Article Content

Jakkrin Junlaprom
Asa Thongthammachart

บทคัดย่อ

การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณา (Descriptive Research) เกี่ยวกับสัญลักษณ์มงคลทั้งในด้านรูปแบบและความหมายของโบราณวัตถุที่พบตั้งแต่สมัยทวารวดีถึงสมัยรัตนโกสินทร์ การเลือกตัวอย่างเป็นแบบเจาะจงศึกษาจากแหล่งข้อมูลประเภทภาพถ่ายนที่ตีพิมพ์เผยแพร่ มีขอบเขตการวิจัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของสัญลักษณ์และการแปรความหมายของสัญลักษณ์เหล่านั้นที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในช่วงเวลาต่าง ๆ สัญลักษณืมงคล คือ เครื่องหมายที่แทนพรหรือสิริมงคล ในดินแดนประเทศไทยปรากฎสัญลักษณ์มงคลบนแผ่นจุณเจิมมาตั้งแต่สมัยทรวารวดี สันนิษฐานว่า ได้รับอิทธิพลจากศิลปะอินเดียเนื่องจากปรากฏเป็นภาพคชลักษณ์มีอันเป็นคติมงคลจากอินเดีย และใช้ในพิธีของศาสนาพราหมณ์ นอกจากนี้ยังพบว่าสัญลักษณ์มงคลแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ เช้น ดอกบัว  ปลา หม้อน้ำ และสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ เช่น ฉัตร ขอสับช้าง และสังข์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบสัญลักษณ์มงคลในสมัยทรารวดีกับปัจจุบัน พบว่า มีรูปแบบและการปรากฏที่แตกต่างกันบ้าง เช่น การเปลี่ยนจากฉัตรชั้นเดียวเป็นฉัตรหลายชั้น หรือสัญลักษณ์ปลาคู่ ซึ่งเคยปรากฏในพระราชพิธีสมัยทวารวดีก็ไม่ปรากฏในพระราชพิธีปัจจุบันแล้ว 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Junlaprom, J., & Thongthammachart, A. (2019). การปรับเปลี่ยนรูปแบบและความหมายของสัญลักษณ์มงคลจากสมัยทรารวดีสู่สมัยรัตนโกสินทร์. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 37(3), 108–124. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/utccjournalhs/article/view/177722
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Chandavich, B., & Chandavich, N. (2002). Royal coronation. Bangkok, Thailand: Continuing Thai heritage Project. (in Thai).

Chiachanpong, P. (2002). Ha Pra Ha Chao: Regalia. Bangkok, Thailand: Matichon. (in Thai).

Fine Arts Department. (2009). Dvaravati’ s art: The origin of Buddhist’ art. Bangkok, Thailand: Amarin Printing and publishing. (in Thai).

Indravut, P. (2005). Dvaravati: The Archaeological evidence analysis study. Bangkok, Thailand: Saksopha printing. (in Thai).

Indravut, P. (2010). “Open the Door to Dvaravati” Lecture at Uthong National Museum.

Krachaechan, P. (2001). The archaeological excavations at Baan Nong Chik: The Stone Crafts. MuangBoran, 27(1), 141-146. (in Thai).

Kruathongkiaw, N. (2010). Detect Luck Sami goddess. Bangkok, Thailand: Museun Press. (in Thai).

Laomanachareon, S. (2007). Chakravartin and arts. In Suchit Wongthet (Ed.). Chakravartin: The supporter of Thai people (p.34-35). Bangkok, Thailand: Bangkok Metropolitan,
Department of Culture Sport and Tourism. (in Thai).

Pinkhanngern, V. (2008). Artistically of Royal packaging. Bangkok, Thailand: Amarin Printing. (in Thai).

Saisingha, S. (2004). Dvaravati’s art: The first Buddhist’s culture in Thailand. Bangkok, Thailand: MuangBoran. (in Thai).

Suksawat, S., M.R. (1994). From Dvaravati to Rattanakosin Period: The King Rama 3 Monument, he should wear his hat. Bangkok, Thailand: MuangBoran. (in Thai).

Yubhodi, D. (1965). Dhammachakkra. Bangkok, Thailand: Fine Arts Department. (in Thai)