ศิลปะสตรีตอาร์ตกับการท่องเที่ยว

Main Article Content

Tuangtong Soraprasert

บทคัดย่อ

สตรีตอาร์ตในอดีตเป็นสิ่งที่เคยยืนอยู่บนพื้นที่อันก้ำกึ่งระหว่างการทำงานศิลปะและการทำลายทรัพย์สินสาธารณะ เนื่องด้วยพื้นที่ในการสร้างงานนั้นอยู่บนผนังอาคาร รั้ว เสา กำแพงและพื้นที่สาธารณะสองข้างถนนทว่าในปัจจุบันสตรีตอาร์ตได้เปลี่ยนสถานภาพไปจากเดิมมากแล้ว จากการถูกหยิบยกมาใช้ในบทบาทของด้านของเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์เพื่อการพาณิชย์ในแวดวงต่าง ๆ ทั้งแฟชั่น อุตสาหกรรมดนตรี การออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ได้มีการใช้ประโยชน์จากคุณลักษณะเฉพาะตัวของสตรีตอาร์ต ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารด้วยภาพซึ่งเข้าถึงและเข้าใจได้ง่ายแม้จะเป็นการสื่อสารข้ามภาษาและวัฒนธรรม พื้นที่การสร้างงานที่อยู่บนถนนภายนอกซึ่งช่วยส่งผลต่อการปรับปรุงภูมิทัศน์ของชุมชนให้สวยงามน่าเยี่ยมชม และความ
ง่ายต่อการนำไปเผยแพร่แบ่งปันผ่านสื่อโซเชียลมีเดียโดยปัจเจกบุคคล อันยิ่งช่วยส่งเสริมศักยภาพในการดึงดูดด้านการท่องเที่ยวของสตรีตอาร์ตให้มีมหาศาลเพิ่มขึ้น บทความนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะนำเสนอให้เห็นการใช้สตรีตอาร์ตในพื้นที่การท่องเที่ยวของเมืองสำคัญต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงศักยภาพและความเป็นไปได้ในการนำมาใช้
เป็นเครื่องมือเพื่อสร้างพลังดึงดูดทางการท่องเที่ยวของประเทศไทย

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Soraprasert, T. (2019). ศิลปะสตรีตอาร์ตกับการท่องเที่ยว. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 39(1), 178–189. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/utccjournalhs/article/view/181751
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กฤษณ์ ทองเลิศ. (2560). ภาพสตรีตอาร์ตเพื่อการสื่อสารการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ ย่านเมืองเก่าปีนังและสงขลา.วารสารนิเทศศาสตร์ปริทัศน์, 21(1), 49-62.

ไชยสิทธิ์ ชาญอาวุธ. (2560). การศึกษาคุณค่าด้านอัตลักษณ์ของศิลปะข้างถนนเพื่อสร้างมูลค่าสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 25(49), 247-267.

แมนฤทธิ์ เต็งยะ. (2559). จากวัฒนธรรมกราฟฟิตีสู่งานสตรีตอาร์ตในประเทศไทย. มนุษยศาสตร์สังคมและศิลปะ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 9(2), 2424-2432.

ศรัญญา วรากุลวิทย์. (2558). อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว. กรุงเทพฯ: ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สมลักษณ์ โตสกุล. (2516). อุตสาหกรรมโรงแรมในประเทศไทย. วารสารเศรษฐกิจ, 5, 357-363.

สมสุข หินวิมาน. (2554). รายการท่องเที่ยวทางโทรทัศน์: เที่ยวไปตามตะวัน บุกบั่นไปตามลมสนุกสุขสมในจอโทรทัศน์. วารสารศาสตร์, 4(2), 29-55.

DeNotto, M. (2014). Street art and graffiti: Resources for online study. College & Research Libraries News, 75(4), 208-211.

Honig, C. (2017). Some rough sleepers are attracting tourists with their street art. Retrieved February 8, 2018, from http://theconversation.com/some-rough-sleepers-are-attracting-touristswith-theirx-street-art-71983

Jakobson, R. (1987). Language in literature. London, UK: Belknap Press of Harvard University Press.

Lu, S. (2018). The struggle between graffiti and street art. Retrieved January 27, 2018, from http://www.columbia.edu/~sl3731/graffitiART/#

MacCannell, D. (1999). The tourist: A new theory of the leisure class. Berkeley, CA: University of California Press.

Mulcahy, L., & Flessas, T. (2015). Limiting law: Art in the street and street in the art. Law, Culture and Humanities. Retrieved February 5, 2018, from http://journals.sagepub.com/doi/pdf/
10.1177/1743872115625951

Riggle, N. (2010). Street art: The transfiguration of the common place. The Journal of Aesthetics and Art Criticism, 68(3), 243-257.

Rojo J., & Harrington, S. (2017). Exploring Lisbon as a street art tourist. Retrieved January 31, 2018, from https://www.huffingtonpost.com/jaime-rojo-steven-harrington/lisbon-street-art_
b_5611789.html

Tourism New Zealand. (2016). Putting Christchurch street art on the map. Retrieved February 5, 2018, from http://media.newzealand.com/en/news/putting-christchurch-street-art-on-themap/

Tristan, M. (2002). Stencil Graffiti. New York: Thames & Hudson.

Urry, J. (1990). The tourist gaze: Leisure and travel in contemporary societies. London, UK: Sage.Weisberg, J. C. (2012). The difference between street art and graffiti. Retrieved January 25, 2018, from http://schriftfarbe.com/the-difference-between-street-art-and-graffiti