การวิเคราะห์แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาถนนวัฒนธรรม กรณีศึกษาถนนวัฒนธรรมหลาดใหญ่ จังหวัดภูเก็ต
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบแรงจูงใจของผู้เยี่ยมเยือนที่เดินทางมาถนนวัฒนธรรมหลาดใหญ่ กลุ่มตัวอย่างสำหรับการศึกษาเป็นผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยจำนวน 424 คน โดยใช้เครื่องมือในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม และนำข้อมูลไปตรวจสอบด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า องค์ประกอบย่อยของแรงจูงใจดึง ประกอบด้วย 2 ด้าน ได้แก่ “ความเป็นท้องถิ่น” และ “สิ่งอำนวยความสะดวก” ส่วนองค์ประกอบย่อยของแรงจูงใจผลัก ประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ “การเติมเต็มความต้องการส่วนตัว” “การแสวงหาสิ่งแปลกใหม่” และ “การหลีกหนีความจำเจ” ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถนำข้อเสนอแนะจากผลการศึกษาที่ได้ไปประยุกต์ใช้เพื่อทำให้การจัดการถนนวัฒนธรรมหลาดใหญ่มีความโดดเด่นและเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
Article Details
ลิขสิทธิ์ของบทความ
ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ห้ามมิให้นำเนื้อหา ทัศนะ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลงานไปทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยก่อน
เอกสารอ้างอิง
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2560). Go local. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2561, จาก https://thai.tourismthailand.org/
เฉา, เสิ้งสุง, กัลยรัตน์ แสนจันทร์, และ วงศ์ลัดดา วีระไพบูลย์. (2558). การวิเคราะห์แรงจูงใจในการท่องเที่ยวแบบผลักและแบบดึงของนักท่องเที่ยวเยาวชนนานาชาติ กรณีศึกษาของไทยและไต้หวัน. Veridian E-Journal, Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ, 8(1), 500-514.
ธนวัต คองประเสริฐ, สมชนก ภาสกรจรัส, และ พันธุมดี เกตะวันดี. (2557). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อประเภทนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิทยาการจัดการ, 31(2), 1-33.
รัฐนันท์ พงศ์วิริทธิ์ธร, และภาคภูมิ ภัควิภาส. (2557). รูปแบบทางการตลาดที่เหมาะสมกับแหล่งท่องเที่ยวถนนคนเดินเชียงใหม่. วารสารสังคมศาสตร์สุรนารี, 8(2), 17-39.
เลิศพร ภาระสกุล. (2560). การเปรียบเทียบแรงจูงใจปัจจัยผลักและปัจจัยดึงในการมาท่องเที่ยวประเทศไทยของนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศยุโรป กลุ่มประเทศอเมริกา และจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน. วารสารวิจัย มสด. สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 13(1), 197-221.
สุพาดา สิริกุตตา, จิระวัฒน์ อนุวิชชานนท์, และนงลักษณ์ โพธิ์ไพจิตร. (2557). แนวทางการพัฒนาถนนคนเดินเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนในประเทศไทย: กรณีศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ และภูเก็ต. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สุพาดา สิริกุตตา, และไพบูลย์ อาชารุ่งโรจน์. (2558). ปัจจัยสู่ความสำเร็จของโมเดลต้นแบบถนนคนเดินประเทศจีน. วารสารบริหารธุรกิจศรีนครินทรวิโรฒ, 6(1), 124-136.
แสงเดือน รตินธร. (2555). ปัจจัยผลักดันและปัจจัยดึงดูดที่มีผลต่อนักท่องเที่ยวชาวจีนในการตัดสินใจเลือก มาท่องเที่ยวในประเทศไทย. วารสารวิชาการสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย, 18(2), 84-104.
อรจันทร์ ศิริโชติ. (2557). ภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 34(3), 54-64.
Esichaikul, R. (2012). Travel motivations, behavior and requirements of European senior tourists to Thailand. PASOS: Revista de Turismo y Patrimonio Cultural, 10(2), 47-58.
Tolman, E.C. (1959). Principles of purposive behavior. In S. Koch, Psychology: A study of a science: Vol. 2 (pp. 92-157). New York: McGraw-Hill.
United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization. (2018). Creative cities network. Retrieved May 20, 2018, from: https://en.unesco.org/creative-cities/phuket