แนวทางการพัฒนาการนิเทศภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับการดำเนินงานนิเทศภายในสถานศึกษา 2) เพื่อเปรียบเทียบการดำเนินงานนิเทศภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 2 จำแนกตาม ตำแหน่ง วุฒิการศึกษาและขนาดของสถานศึกษา และ 3) เพื่อศึกษาแนวทางพัฒนาการดำเนินงานนิเทศภายในสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูในสถานศึกษา โดยผู้วิจัยได้กำหนดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของเครจซี่และมอร์แกนจากประชากร 2,105 คน ได้ขนาดของกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 327 คน ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 28 คน และครูในสถานศึกษา จำนวน 299 คน และสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิและเทียบสัดส่วนตามขนาดของสถานศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามมี 2 ตอน ได้แก่ 1) ข้อมูลส่วนบุคคล และ 2) การดำเนินงานนิเทศภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 2 และแบบสัมภาษณ์ แนวทางการดำเนินงานนิเทศภายในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 2 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบทีแบบอิสระและการทดสอบความแปรปรวนทางเดียว ผลการวิจัยพบว่า 1) การดำเนินงานนิเทศภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 2 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการปรับปรุงแก้ไข มีระดับความคิดเห็นมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านการปฏิบัติการ ด้านการวางแผน ด้านการประเมินผลและด้านการติดตาม ตรวจสอบ ตามลำดับ 2) ผลการเปรียบเทียบการดำเนินงานนิเทศภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 2 จำแนกตาม ตำแหน่ง วุฒิการศึกษาและขนาดของสถานศึกษา พบว่า ตำแหน่ง วุฒิการศึกษาและขนาดของสถานศึกษา โดยรวมและรายด้านมีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 3) แนวทางพัฒนาการดำเนินงานนิเทศภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 2 ด้านการวางแผน ควรวางแผนการนิเทศให้เป็นขั้นตอนและมีความสัมพันธ์ มีการกำหนดรูปแบบการนิเทศให้มีความเหมาะสมกับรายวิชาและควรให้ครูมีส่วนร่วมในการวางแผนการนิเทศภายในสถานศึกษา ด้านการปฏิบัติงาน ควรมีการช่วยเหลือครูในการปรับปรุงการสอนให้ดีขึ้น มีการมอบหมายงานแบ่งงานสอนให้ครูตามถนัดของแต่ละบุคคล ด้านการประเมินผล ควรมีการประเมินที่หลากหลายเช่น การสังเกต การสอบถาม การสัมภาษณ์ การประเมินผลการนิเทศตามสภาพของกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยใช้เครื่องมือประเมินผลการนิเทศที่มีความน่าเชื่อถือ ด้านการปรับปรุงแก้ไข ควรมีการส่งเสริม พัฒนาการนิเทศภายในสถานศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานของสถานศึกษาและมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้แก่ครูในสถานศึกษาและด้านการติดตาม ตรวจสอบ ควรมีการตรวจสอบการนิเทศการจัดการเรียนการสอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ มีการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ให้ตรงกับรายวิชาที่ดำเนินงานนิเทศ
Downloads
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กัญธิมากรณ์ แสดรัมย์. (2559). สภาพการนิเทศภายในของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิขา การบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
ประกาศ ทองก้อนสิงห์. (2561). การพัฒนาการดำเนินงานนิเทศภายในโรงเรียนบ้านหนองไม้ตาย อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิขา การบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
พรศรี อุชิ. (2565). ศึกษาปัญหาและแนวทางการพัฒนาการนิเทศภายในโรงเรียนปัญญานุกูล จังหวัดระยอง สังกัดสำนักงานบริหารการศึกษาพิเศษ. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2563). สรุปผลนิเทศติดตามประเมินการบริหารจัดการหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ 2563. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2551). ชุดฝึกอบรมด้วยตนเองการนิเทศภายในโรงเรียนประถมศึกษาอย่างเป็นระบบ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.
หทัยนาท โหนา. (2565). ปัญหาการดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียนขยายกาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 1. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา.
อุทิศ จันทร์เสน. (2559). ความสัมพันธ์ระหว่างการนิเทศภายในกับประสิทธิภาพการสอนของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิขา การบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
Krejcie and Morgan. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Journal of Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.