รูปแบบสมาธิบำบัดเพื่อพัฒนาตนตามหลักภาวนา 4 ของผู้ต้องขัง ในกรมราชทัณฑ์ จังหวัดสมุทรสาคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพปัจจุบัน และปัจจัยที่ส่งผลต่อสมาธิบำบัดเพื่อพัฒนาตนตามหลักภาวนา 4 ของผู้ต้องขัง 2) สร้างรูปแบบการทำสมาธิบำบัดเพื่อพัฒนาตนตามหลักภาวนา 4 ของผู้ต้องขัง และ 3) ความพึงพอใจหลังการถ่ายทอดรูปแบบบูรณาการขั้นตอนการทำสมาธิบำบัดเพื่อพัฒนาตนตามหลักภาวนา 4 ของผู้ต้องขัง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ ผู้ต้องขังในกรมราชทัณฑ์ จังหวัดสมุทรสาคร 100 คน โดยเลือกแบบเจาะจง และผู้ให้ข้อมูลในการการสัมภาษณ์ ได้แก่ พระภิกษุ เจ้าหน้าที่เรือนจำ นักวิชาการทางศาสนา และผู้ต้องขัง จำนวน 10 รูป/คน เครื่องมือการวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม สถิติวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย,ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน,ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ด้วยวิธีของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ โดยใช้โปรแกรม SPSS วิเคราะห์ข้อมูล และวิเคราะห์เชิงพรรณนา ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพปัจจุบันที่ส่งผลต่อสมาธิบำบัด โดยรวมอยู่ระดับปานกลาง ด้านที่มีความคิดเห็นสูงสุด คือด้านกายภาวนา รองลงมาคือด้านปัญญาภาวนา ด้านจิตภาวนา ด้านที่มีความคิดเห็นต่ำสุด คือด้านศีลภาวนา 1.1) ปัจจัยที่ส่งผลต่อสมาธิบำบัด ที่มีความสัมพันธ์ ด้านกายภาวนา ด้านศีลภาวนา ด้านจิตภาวนา ด้านปัญญาภาวนา พบว่า มีความสัมพันธ์กันทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 2) รูปแบบสมาธิบำบัดเพื่อพัฒนาตนตามหลักภาวนา 4 ของผู้ต้องขัง ในกรมราชทัณฑ์ จังหวัดสมุทรสาคร มีขั้นตอนสำคัญ 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การบริหารบุคลากร (Man) ขั้นตอนที่ 2 การบริหารทรัพยากร หรือวัสดุ (Materials) ขั้นตอนที่ 3 การจัดสรรงบประมาณ (Money) ขั้นตอนที่ 4 การบริหารจัดการโครงการ (Management) 3) ความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมสมาธิบำบัด โดยรวมอยู่ระดับมาก ด้านที่มีความพึงพอใจสูงสุด คือด้านออกแบบ/นำเสนอ รองลงมาด้านเนื้อหาการพัฒนากิจกรรม ด้านประโยชน์และการนำไปใช้ ด้านที่มีความพึงพอใจต่ำสุด คือด้านเทคโนโลยี
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
แนวหน้า. (2562, 10 สิงหาคม). “สมศักดิ์” เยี่ยมกรมราชทัณฑ์ อธิบดีชี้ 3 ปัญหาหลัก. เข้าถึงได้จาก https://www.naewna.com/politic/432387#google_vignette
บุญชม ศรีสะอาด. (2554). หลักการวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2556). ธรรมกับการพัฒนาชีวิต. เข้าถึงได้จาก https://www.watnyanaves.net/th/book_detail/204
เลอสรรค์ พิศวง และคณะ. (2567). รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังสูงอายุชายในเรือนจำกลางนครปฐม ตามหลักภาวนา 4. วารสารวิจยวิชาการ, 7(4), 273–290. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/article/view/267315
วรสิทธิสิน หงส์ทอง, สุกัญญาณัฐ อบสิณ และพระครูนิวิฐศีลขันธ์. (2566). การประยุกต์ใช้หลักภาวนา 4 ในการพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุภายในเขตเทศบาล เมืองพิชัย ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง. วารสารวิจยวิชาการ, 6(2), 155-168. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jra/article/view/258941
วีรชน บัวพันธ์, สุเมธ งามกนก, และสมพงษ์ ปั้นหุ่น. (2561). การพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนสู่ความเป็นเลิศด้านการจัดการเรียน การสอนหุ่นยนต์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารการศึกษาและการพัฒนาสังคม, 14(2), 84-99.
สัญญา สัญญาวิวัฒน์. (2547). ทฤษฎีสังคมวิทยา เนื้อหาและแนวทางการใช้ประโยชน์เบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 11). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). ร่างยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579). เข้าถึงข้อมูลได้จาก https://www.dga.or.th/wp-content/uploads/2018/08/file_32600e26a233b3fc9c88e48300c10334.pdf
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2554). ยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ ในช่วงการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง พ.ศ. 2552-2561. กรุงเทพฯ : พริกหวานกราฟฟิค.
Brown, W.B. & Moberg, D.J. (1980). Organization Theory and management: Macro Approach. New York : John Wiley and sons.