การศึกษาความสนใจและความเชื่อที่มีต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความสนใจของนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายที่มีต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ 2) ศึกษาความเชื่อของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษและ 3) เปรียบเทียบความแตกต่างของความสนใจและความเชื่อที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษจำแนกตามเพศและอายุ การวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงสำรวจ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 โรงเรียนวัดกำแพง สำนักงานเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร จำนวน 89 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามเกี่ยวกับความสนใจที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษจำนวน 14 ข้อ และความเชื่อที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษจำนวน 10 ข้อ ความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม คือ .9 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนมีระดับความสนใจในการเรียนภาษาอังกฤษโดยรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง (M = 3.38, SD = .83) โดยกิจกรรมที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ได้แก่ การฝึกฝนภาษาอังกฤษกับครูชาวไทย และการฟังเพลงภาษาอังกฤษ 2) ความเชื่อของนักเรียนที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษอยู่ในระดับ มาก (M = 3.99, SD = .86) โดยเฉพาะความเชื่อว่าภาษาอังกฤษช่วยเพิ่มโอกาสในการทำงานในอนาคตและการสื่อสารกับชาวต่างชาติ 3) การเปรียบเทียบความแตกต่างของความสนใจและความเชื่อที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษจำแนกตามเพศและอายุ พบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปผลการวิจัยครั้งนี้ แม้นักเรียนจะมีความเชื่อเชิงบวกเกี่ยวกับความสำคัญของภาษาอังกฤษ แต่ระดับความสนใจยังคงอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนที่สามารถเชื่อมโยงกับความสนใจของผู้เรียน และสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้จากภายในให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร
ข้อความที่ปรากฎอยู่ในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ และข้อคิดเห็นนั้นไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร
เอกสารอ้างอิง
สุวิมล ว่องวาณิช. (2550). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Gardner, R. C., & Lambert, W. E. (1972). Attitudes and Motivation in Second Language Learning. Rowley, MA: Newbury House Publishers.
Gardner, R. C. (1985). Social psychology and second language learning: The role of attitudes and motivation. London: Edward Arnold.
Hidi, S., & Renninger, K. A. (2006). The Four-Phase Model of Interest Development. Educational Psychologist, 41(2): 111-127.
Horwitz, E. K. (1987). Surveying student beliefs about language learning. In A. Wenden & J. Rubin (Eds.), Learner strategies in language learning (pp. 119–129). Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall.