รูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาตามหลักพุทธธรรมโรงเรียนประถมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาตัวแปรขององค์ประกอบรูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษา 2) วิเคราะห์องค์ประกอบและพัฒนารูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษา และ 3) ประเมินรูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาตามหลักพุทธธรรมของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่าง คือ โรงเรียนประถมศึกษาจำนวน 379 โรงเรียน ผู้ให้ข้อมูลโรงเรียนละ 2 คน ได้แก่ ผู้บริหารและครู รวม 758 คน ซึ่งได้จากการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกน จากประชากร 26,766 โรงเรียน เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูล 2 รายต่อโรงเรียน ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน 1 ราย และครู 1 ราย รวมทั้งหมด 758 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบมีจุดประสงค์ในการคัดเลือกผู้บริหาร ผลการวิจัยพบว่า 1) ค่าเฉลี่ยตัวแปรขององค์ประกอบการประกันคุณภาพการศึกษาอยู่ในระดับมากที่สุดทุกตัวแปร โดยผู้บริหารที่มีจิตใจมุ่งมั่นจัดสภาพแวดล้อมทางการศึกษามีค่าเฉลี่ยสูงสุด ขณะที่การทบทวนและปรับกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด 2) องค์ประกอบของรูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาตามหลักพุทธธรรมมี 4 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) การวางแผนและขับเคลื่อน (2) การติดตามตรวจสอบ (3) การจัดโครงสร้างและสภาพแวดล้อม และ (4) การกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ 3) องค์ประกอบทั้ง 4 มีความสัมพันธ์กันทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 4) รูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาที่พัฒนาขึ้นได้รับการประเมินว่ามีความถูกต้อง เหมาะสม เป็นไปได้ และเป็นประโยชน์ คิดเป็นร้อยละ 100
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร
ข้อความที่ปรากฎอยู่ในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ และข้อคิดเห็นนั้นไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561. http://www.onec.go.th/th.php/page/view/information/4455.
นเรศ สถิตยพงศ์. (2561). การดำเนินงานประกันคุณภาพโรงเรียนยุคการศึกษาประเทศไทย 4.0 และศตวรรษที่ 21. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงณ์มหาวิทยาลัย, 46(3): 345-364.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.). (2562). รายงานฉบับสมบูรณ์ของโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA). https://opendata.ipst.ac.th/dataset/pisa_52_02
สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทย. (2559). รายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาสภาขับเคลื่อนด้านการปฏิรูปประเทศ เรื่องแผนปฏิรูปเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษาภายในและการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก. http://library2.parliament.go.th/giventake/conten_nrsa2558/d031459 - 02.pdf.
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา. (2563). การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สมศ.อุดมศึกษา.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). มาตรการฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร: บริษัทเอส บี เค. การพิมพ์ จำกัด.
อนุวัฒน์ อินทร์ชัย. (2562). การพัฒนาโครงสร้างการบริหารการศึกษาในสถานศึกษายุคใหม่. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
McMillan, J. H., & Schumacher, S. (2010). Research in Education. 5th ed. New York: Addison Wesley Longman, Inc.
Porter, M. E. (1980). Competitive strategy: Techniques for analyzing industries and competitors. New York: Free Press.
Robinson, V. M. J. (2001). The impact of leadership on student outcomes: Making sense of the evidence. Australian Council for Educational Research (ACER). Camberwell: Victoria.