ผลการจัดการเรียนรู้ตามหลักไตรสิกขาที่มีต่อการคิดเชิงเหตุผลทางพระพุทธศาสนาและความใฝ่รู้ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อเปรียบเทียบการคิดเชิงเหตุผลทางพระพุทธศาสนาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ตามหลักไตรสิกขาและ 2) เพื่อเปรียบเทียบความใฝ่รู้ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ตามหลักไตรสิกขา รูปแบบที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง แบบแผนการวิจัยก่อนทดลอง แบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนการทดลองและทดสอบหลังการทดลอง โดยมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สังกัดสำนักงานกรุงเทพมหานคร จำนวน 30 คนซึ่งได้มาด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม โดยใช้โรงเรียนเป็นหน่วยสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ตามหลักไตรสิกขา 2) แบบวัดการคิดเชิงเหตุผลทางพระพุทธสาสนาและ 3) แบบวัดความใฝ่รู้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) การคิดเชิงเหตุผลทางพระพุทธศาสนาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบตามหลักไตรสิกขาก่อนเรียนและหลังเรียนพบว่า คะแนนการคิดเชิงเหตุผลทางพระพุทธศาสนาหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ความใฝ่รู้ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบตามหลักไตรสิกขาเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนพบว่า ความใฝ่รู้หลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร
ข้อความที่ปรากฎอยู่ในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ และข้อคิดเห็นนั้นไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร
เอกสารอ้างอิง
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2550). สามไตร. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์บริษัทสหธรรมิก จำกัด.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2555). พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย. (พิมพ์ครั้งที่ 32). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ผลิธัมม์.
พระมหาณรงค์ราช ครองเชื้อ. (2564).“การพัฒนารูปแบบการโค้ชแบบพหุวิธีเพื่อพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้โดยใช้อริยสัจเป็นฐานของพระสอนศีลธรรมในการเสริมสร้างความสามารถการคิดเชิงเหตุผลทางพระพุทธศาสนาสาหรับนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน”. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต หลักสูตรและวิธีการสอน. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ราชบัณฑิตยสถาน (2556). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน.
PISAThailand. (2022). ผลการประเมินด้านความคิดสร้างสรรค์ของ PISA 2022. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. https://pisathailand.ipst.ac.th/news-22/
Litman, J. A., & Spielberger, C. D. (2003). Measuring epistemic curiosity and its diversive and specific components. Journal of Personality Assessment, 80(1): 75–86.
Eggen, P. D. & Kauchak, D. P. (1997). Educational psychology: Windows on classrooms. Upper Saddle River, NJ: Prentice Hall.