การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น ร่วมกับกรณีศึกษา

Main Article Content

นันทวัน วงษ์ทรัพย์เจริญ
สรัญญา จันทร์ชูสกุล

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น ร่วมกับกรณีศึกษา 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องพันธุศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น ร่วมกับกรณีศึกษา 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อจัดการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น ร่วมกับกรณีศึกษา การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนวัดหนองเสือ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 11 คน ได้มาด้วยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม โดยใช้โรงเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ 3) แบบสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การหาค่าเฉลี่ย (M) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำ และสถิติทดสอบทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน ผลการวิจัย พบว่า 1) ทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนที่เรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น ร่วมกับกรณีศึกษามีพัฒนาการเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องพันธุศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น ร่วมกับกรณีศึกษา มีคะแนนเฉลี่ย (M = 13.91, SD = 2.43) สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนการจัดการเรียนรู้ (M = 5.91, SD = 1.51) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น ร่วมกับกรณีศึกษา มีความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (M = 4.44, SD = 0.26)

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กาญจนา บัวทอง และตรีธรพัชร วราวุธวิเชียร. (2566, 30 ตุลาคม). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้แบบ 7 ขั้น ร่วมกับกรณีศึกษา. (นันทวัน วงษ์ทรัพย์เจริญ, ผู้สัมภาษณ์).

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กุลิสรา จิตรชญาวณิช และเกศราพรรณ พันธุ์ศรีเกตุ คงเจริญ. (2565). วิธีการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ชนาธิป พรกุล. (2557). การสอนกระบวนการคิด: ทฤษฎีและการนำไปใช้. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร : บริษัทวี. พริ้นท์ (1991) จำกัด.

ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 21). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ธนัญภัสร์ ศรีเนธิยวศิน. (2563). การใช้กรณีศึกษาเพื่อแก้ปัญหาทางธุรกิจของนักศึกษา. วารสารสิรินธรปริทรรศน์, 21(2): 355-368.

ธีระเดช กุลสาร และคณะ. (2566). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามารถการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น, 20(1): 1-17.

เบ็ญจพร ภิรมย์ และสมศักดิ์ ลิลา. (2564). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อความสามารถการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 1. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม, 1(1): 63-70.

ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ. (2553). การพัฒนาการคิด. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ห้างหุ้นส่วนจำกัด 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง.

พิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2560). สอนเขียนแผนบูรณาการบนฐานเด็กเป็นสำคัญ. (พิมพ์ครั้งที่ 5) กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ณัฐชฎาภรณ์ แสงพล และละดา ดอนหงษา. (2567). ผลการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7E เสริมด้วยเกมวิทยาศาสตร์ ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารสพบท, 6(3): 32-45.

ระวิวรรณ อุปถัมภ์ และวนินทร พูนไพบูลย์พิพัฒน์. (2564). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กรณีศึกษาเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสารวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ศึกษา, 4(1): 84-95.

วัชรา เล่าเรียนดี และคณะ. (2560). กลยุทธ์การจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาการคิดและยกระดับคุณภาพการศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21. นครปฐม: เพชรเกษฒพริ้นติ้ง กรุ๊ป จำกัด.

ศูนย์ดำเนินงาน PISA แห่งชาติ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (2568, 30 เมษายน). ผลการประเมิน PISA 2022 คณิตศาสตร์ การอ่าน และวิทยาศาสตร์ (ฉบับสมบูรณ์).https://pisathailand.ipst.ac.th/

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2563, 9 มกราคม). คู่มือการใช้หลักสูตรรายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น. https://www.ipst.ac.th/

สุพัตรา ตรีศูนย์ และคณะ. (2564) ผลการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7E ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถามที่มีต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องชีวิตและสิ่งแวดล้อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านคลองยายอินทร์ จังหวัดสระแก้ว. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 13(1): 402-414.

Biggs, J. (1999). Teaching for quality learning at university. Buckingham: SRHE & Open University Press.

Chi, M., et al. (1994). Eliciting self-explanationsimproves understanding. Cognitive Science, 18(3): 439-77.

Eisenkraft, A. (2003). Expanding the 5E Model. Science Teacher, 70(6): 56-59.

Herrington, J., & Oliver, R. (2000). An instructional design framework for authentic learning environments. Educational Technology Research and Development, 48(3): 23-48.

Maskur, R., et al. (2019). The 7E learning cycle approach to understand thermal phenomena. Journal Pendidikan IPA Indonesia, 8(4): 464-466.

Piaget, J. (1970). Science of education and the psychology of the child. New York: Viking Press.

Perkins, D. N., & Salomon, G. (1992). Transfer of learning. International Encyclopedia of Education. (2nd ed.). Oxford: Pergamon Press.

Rahman, S., & Chavhan, R. (2022). 7E Model: An Effective Instructional Approach for Teaching Learning. EPRA International Journal of Multidisciplinary Research (IJMR), 8(1): 339-345

Williams, B. (2005). Case based learning-a review of the literature: is there scope for this educational paradigm in prehospital education. Emergency medicine Journal, 22(8): 577-581.