วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าเพราะการตีพิมพ์ วารสารคือคำตอบ แต่ในขณะเดียวกันวารสารกลายเป็นเครื่องมือสำคัญไม่เพียงจะสื่อสารกับสาธารณะ แต่ยังเป็นการจัดระเบียบว่าใครคือนักวิทยาศาสตร์หรือนักสารพัดตามสาขาวิชาต่างๆ ที่ต้องมีวินัย (discipline) ในพื้นที่ของความรู้  การจะเป็นผู้เชี่ยวชาญต้องมีตัวชี้วัดที่มาจากการตีพิมพ์  วารสารที่เป็นสื่อสำหรับการสื่อสารในเรื่องการผลิตความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้วยกันหรือที่เรียกว่า ‘scientific community’  ชุมชนที่จะทำให้เกิด ‘scientific consensus’

ผลงานตีพิมพ์ในวารสารกำหนดอนาคตอาชีพการงาน ทุนวิจัย  ทำไมความรู้เกิดขึ้นได้จากผู้เชี่ยวชาญที่ตีพิมพ์ในวารสารเท่านั้น?  ทำไมวารสารวิชาการถึงกลายมาเป็นกลไกสำคัญของการผูกขาดความรู้? สื่อสารแบบอื่นๆ ได้หรือไม่?  เช่น จดหมาย วีดีโอ หนังสือขนาดยาว บันทึกความทรงจำ เป็นต้น  ทั้ง ๆ ที่การเผยแพร่ความรู้ต่างๆ  เคยปรากฏในรูปแบบที่กล่าวมา เช่น บันทึกความทรงจำ เป็นต้น  การสื่อสารความรู้ปรากฏในรูปของสิ่งพิมพ์แบบหนังสือพิมพ์  ประกาศ (gazette) ในฐานะสิ่งพิมพ์ในการเผยแพร่ความรู้ปรากฏในศตวรรษที่สิบเจ็ด ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ของผู้อ่านที่เรียกกันว่า ‘Republic of Letters’ เพราะฉะนั้นขนาดสั้นยาวจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญ  ความถี่ว่าออกบ่อยแค่ไหนก็ไม่สำคัญ 

ด้วยความที่เป็นผลิตภัณฑ์ความรู้มักจะเป็นของ เช่น Royal Academy of Sciences  Royal Society of London เป็นต้น ความรู้ที่ผลิตโดยผู้ทรงเกียรติเหล่านี้ต้องมีอะไรพิเศษแตกต่างไปจากการติดประกาศสาธารณะตามป้ายประกาศตามท้องถนน  เพราะคำว่า ‘Royal’ ก็บ่งบอกแล้วว่ามีศักดิ์ศรีอย่างไร  การเป็นพื้นที่พิเศษเฉพาะกลุ่ม (exclusiveness) เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก  ถึงแม้ว่าสำนึกในความคิดเกี่ยวกับพลังของวิทยาศาสตร์ที่มีต่อชีวิตประจำวันจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น  การเผยแพร่ความรู้ของเหล่าผู้มีความรู้ออกสู่สาธารณชนมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น 

การปฏิวัติฝรั่งเศสเปลี่ยนแปลงความเข้าใจในวิทยาศาสตร์  ความรู้วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องของคนบางคนเท่านั้น  แต่เป็นเรื่องสาธารณะ  ความเห็นของผู้คนจึงเป็นเรื่องสำคัญ  แต่ก็ใช่ว่าความเห็นของคนทุกๆ คนในสิ่งพิมพ์ต่างๆ จะเท่ากัน   การขยายตัวของสิ่งพิมพ์ในรูปแบบของความรู้ต่าง ๆ ที่ผลิตออกมาอย่างรวดเร็วสร้างความหวาดวิตกให้กับเหล่าผู้ควบคุมพื้นที่พิเศษเฉพาะกลุ่มว่าจะทำให้ระเบียบความรู้ที่สั่งสมกันมาผ่านกาลเวลาจะถูกบ่อนทำลาย  ความหวาดวิตกของชนชั้นนำว่าความรู้แบบทั่ว ๆ ไปของธุรกิจสิ่งพิมพ์จะทำลายสถาบันความรู้ของเหล่าผู้รู้ทั้งหลาย  การขยายตัวของความรู้ที่ผลิตโดยผู้คนทั่วไปกลายเป็นปัญหาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่สิบเก้า

การผลิตความรู้ในขนาดสั้นๆ ในรูปแบบต่างๆ มากมาย  พร้อมด้วยความเร็ว เพราะไม่ผลิตอะไรยาวๆ ทำให้เหล่าผู้ทรงความรู้ที่มีระดับทั้งหลายต้องเปลี่ยนยุทธวิธีการต่อสู้  ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายหันมาผลิตสิ่งพิมพ์เอง  เส้นทางของวารสารวิทยาศาสตร์จากความพิเศษเฉพาะก็จำเป็นที่จะต้องเข้ามาเกลือกกลั้วกับโลกธุรกิจสิ่งพิมพ์  วิทยาศาสตร์เคลื่อนตัวเข้าสู่ตลาดจะเกิดอะไรขึ้น?  ความรู้ถูกตัดออกเป็นชิ้นสั้นทำให้นักวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์อย่าง Jean-Baptiste Biot (1774-1862) คิดว่าการกระทำดังกล่าวไม่ได้แตกต่างไปจากการโฆษณา

ถ้าจะพิจารณาเปรียบเทียบกับศตวรรษที่ยี่สิบจะเห็นได้จากความคิดของ Umberto Eco ที่เห็นว่า “social media gives legions of idiots the right to speak,”  สำนึกแห่งชนชั้นนำที่เหนือกว่าไม่เคยจืดจางไปไหน

 

Published: 2026-08-18