The Development of Learning Activity Packages on “Buddhism and Living” in the Social Studies, Religion, and Culture Subject Based on the Tri-Sikkhā Principles Using Project-Based Learning for Grade 5 Students in the Sriboorapajarn Huata Pan School Cluster, Amnat Charoen Province
Abstract
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พระพุทธศาสนากับการดำเนินชีวิต ตามหลักไตรสิกขาโดยใช้โครงงานเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ 2)เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังเรียน และ 3)เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมดังกล่าว กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการทดลอง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนบ้านเหล่าขวาว จังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน ๓๐ คน ใช้แบบแผนการวิจัยเชิงทดลองขั้นต้น (Pre-Experimental design) แบบกลุ่มทดลองกลุ่มเดียว เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย ชุดกิจกรรมการเรียนรู้จำนวน ๕ ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบประเมินความพึงพอใจ โดยใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation: S.D.) ผลการวิจัยพบว่า ๑) การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ คะแนนแบบฝึกหัดระหว่างใช้ชุดกิจกรรม เรื่อง พระพุทธศาสนากับการดำเนินชีวิต รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักไตรสิกขา โดยใช้โครงงานเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ กลุ่มโรงเรียนศรีบูรพาจารย์หัวตะพาน มีการพัฒนาประสิทธิภาพของกระบวนการ/ผลลัพธ์ขึ้นตามลำดับ โดยผลการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ (E1/E2) เท่ากับ ๘๑.๐๙/๘๓.๐๗ ซึ่งถือสูงกว่าเกณฑ์ ๘๐/๘๐ ๒) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน จากการทดสอบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน ปรากฏว่า มีคะแนนเฉลี่ยการทดสอบก่อนเรียน ๒๐.๙๐ คะแนน มีคะแนนเฉลี่ยการทดสอบ หลังเรียน ๒๖.๐๐ คะแนน เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ๓) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พระพุทธศาสนากับการดำเนินชีวิต รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักไตรสิกขา โดยใช้โครงงานเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ กลุ่มโรงเรียนศรีบูรพาจารย์หัวตะพาน โดยภาพรวมมีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.53 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.51
คำสำคัญ : ชุดกิจกรรมการเรียนรู้, หลักไตรสิกขา, การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
Categories
License
Copyright (c) 2026 Journal of Buddhist Education and Research (JBER)

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.


