ตัวแบบในการเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม

ผู้แต่ง

  • จินดามณี วัฒนวาทิตกุล
  • ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ

คำสำคัญ:

การเพิ่มประสิทธิภาพ,การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม,การหักค่าใช่จ่ายตามความจำเป็นและสมควร

บทคัดย่อ

           การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อคาดการณ์ผลจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่อาจเกิดขึ้นจากการที่ให้บุคคลธรรมดาผู้มีหน้าที่เสียภาษีสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ตามความจำเป็นและสมควรในปีภาษีนั้นๆ และเพื่อเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายประมวลรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับการหักค่าใช่จ่ายของผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งในการคาดการณ์ผลการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในครั้งนี้ ได้ใช้แนวความคิดที่ว่า ถ้าบุคคลธรรมดาผู้มีหน้าที่เสียภาษีสามารถหักค่าใช้จ่ายได้เท่ากับรายจ่ายที่จ่ายไปตามความจำเป็นและสมควร (โดยมีใบกำกับภาษี) จะทำให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น และส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ภาษีที่มากขึ้นของประเทศ ในครั้งนี้ได้ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิ อันได้แก่ ผลการจัดเก็บภาษีอากร 5 ประเภท ภาษีหลักที่กรมสรรพากรจัดเก็บ ข้อมูลจำนวนประชากรทั้งหมด และข้อมูลประชากรในวัยแรงงาน ข้อมูลงบประมาณรายได้-รายจ่ายภาครัฐข้อมูลจำนวนผู้เสียภาษีที่ยื่นแบบในระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อนุกรมเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ.2556–2559 นำข้อมูลหรือสถิติที่เก็บรวบรวมมาจัดหาความสัมพันธ์ของข้อมูล เพื่อแสดงความเชื่อมโยงของข้อมูล และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์และมุมมองการจัดการ

          ผลการวิจัยพบว่า         
          ตัวแบบในการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มนี้ อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขาดหายไป = (ภาษีมูลค่าเพิ่มตามคาดการณ์ – ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้)*100 เมื่อนำมาคาดการณ์ฯ ทำให้เห็นว่า ถ้ามีการร้องขอหลักฐานใบกำกับภาษีเมื่อมีการซื้อสินค้า หรือบริการทุกครั้ง จากผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ย่อมทำให้รัฐจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น ดังผลการวิเคราะห์ที่ได้กล่าวคือ มีอัตราการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่หายไปตามคาดการณ์ ในปี 2556 ประมาณร้อยละ 55.60 ในปี2557 ประมาณร้อยละ 56.79 และในปี 2558 และ 2559 ประมาณร้อยละ 58.32 และ 59.54 ตามลำดับ สอดคล้องกับมาตรการชอปช่วยชาติปลายปี 2559 ใช้ช่วงเวลาเพียง 18 วันแต่สามารถ ทำให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเดือน มกราคม 2560 ได้ถึงจำนวน 245,244 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือน มกราคม 2559 ระยะเดียวกันในปีก่อนได้จำนวน 3,688 ล้านบาท หรือ 1.5% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า รัฐควรปรับนโยบายการให้สิทธิการหักค่าใช้จ่ายไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มแบบระยะยาวและอย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย. (2560). ข้อมูลจำนวนประชากรทั้งหมด และข้อมูลประชากรในวัยแรงงาน. สืบค้นเมื่อ 15 มีนาคม 2561 จาก https://stat.dopa.go.th/stat/statnew/upstat _age_disp.php.
กรมสรรพากร. (2562). การปรับปรุงการจัดสรรรายได้ประเภท VAT ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดให้เป็นธรรม และให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม กองวิชาการแผนภาษี. กรุงเทพฯ: กระทรวงการคลัง.
_______. (2560). ผลการจัดเก็บภาษีสรรพากร ปีงบประมาณ 2556-2559. กองวิชาการแผนภาษี. กรุงเทพฯ: กระทรวงการคลัง.
_______. (2560). ข้อมูลผู้ยื่นแบบแสดงรายการ และ ยื่นแบบชำระภาษีในระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี 2556-2559. กรุงเทพฯ: กระทรวงการคลัง.
ภัทรกร เปี่ยมทองคำ. (2555). ปัญหาการหักค่าใช้จ่ายตามประมวลรัษฎากร ศึกษากรณีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา. วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายเอกชนและกฎหมายธุรกิจ. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
สุมาลี สถิตชัยเจริญ และคณะ. (2554). การศึกษาผลของภาษีมูลค่าเพิ่มต่อการสร้างความเป็นธรรมในการกระจายรายได้และเศรษฐกิจของประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง.
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง. (2560). งบประมาณรายรับ-รายจ่าย ของรัฐบาลปีงบประมาณ2556-2559. กรุงเทพฯ: กระทรวงการคลัง.
สำนักงานเลขาวุฒิสภา. (2560). แนวทางการปฏิรูปโครงสร้างภาษี และระบบบริหารจัดเก็บ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การจัดเก็บรายได้แผ่นดิน. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-12-01

รูปแบบการอ้างอิง

วัฒนวาทิตกุล จ. ., & วงศ์ธนวสุ ศ. . (2019). ตัวแบบในการเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม. Journal of Buddhist Education and Research (JBER), 5(2), 188–204. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jber/article/view/242225

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research Article