การจัดการเรียนรู้เชิงรุกวิชาเศรษฐศาสตร์อย่างมีประสิทธิผล สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ในจังหวัดเชียงใหม่

ผู้แต่ง

  • กัญญาภัค พุ่มแย้ม คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • ณัฐเชษฐ์ พูลเจริญ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

คำสำคัญ:

นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น, การจัดการเรียนรู้เชิงรุก, วิชาเศรษฐศาสตร์

บทคัดย่อ

งานวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการเรียนรู้วิชาเศรษฐศาสตร์อย่างมีประสิทธิผลสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น โดยมีกลุ่มผู้ให้ข้อมูล จำนวน 9 คน          ซึ่งประกอบด้วย 1) ครูสอนสังคมศึกษาฯ ในโรงเรียนที่จัดการศึกษาแบบเรียนร่วม 2) ครูการศึกษาพิเศษที่สอนรายวิชาสังคมศึกษา และ3) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีความบกพร่องทางการเห็น ที่เข้ารับการศึกษาในโรงเรียนที่จัดการศึกษาแบบเรียนร่วม ทั้งนี้ผู้วิจัยกำหนดขอบเขตการวิจัยด้านเนื้อหาออกเป็น     6 ด้าน คือ 1) ด้านครูผู้สอน 2) ด้านนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น 3) ด้านเนื้อหา 4) ด้านสื่อการเรียนรู้ 5) ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ และ6) ด้านสภาพแวดล้อมและบรรยากาศของการจัดการเรียนรู้ ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วม และการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลแบบสามเส้า และนำข้อมูลที่ได้มาทำการวิเคราะห์ด้วยกระบวนการวิเคราะห์แก่นสาร แล้วดำเนินการสังเคราะห์แนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุกวิชาเศรษฐศาสตร์อย่างมีประสิทธิผล สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น

ผลการวิจัยพบว่า โรงเรียนที่จัดการศึกษาแบบเรียนร่วมและโรงเรียนเฉพาะความพิการมีสภาพการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมในหลากหลายด้าน แต่ยังขาดสื่อการเรียนรู้สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น และเนื้อหาวิชาเศรษฐศาสตร์ยากต่อการทำความเข้าใจของผู้เรียน ทั้งนี้ ผลที่ได้จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า โรงเรียนจัดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิผลในระดับหนึ่ง แต่ยังสามารถพัฒนาเพิ่มเติมได้ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก  ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีส่วนร่วม และเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ ซึ่งเนื้อหาที่ใช้ควรมีความใกล้ตัวผู้เรียนมากที่สุด โดยครูมีบทบาทในการคอยกระตุ้นการเรียนรู้ ใช้สื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสม และจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2563). รายงานข้อมูลสถานการณ์คนพิการในประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 1 กันยายน 2564, จาก http://dep.go.th/.

ชลลดา สะอาดวงค์. (2557). ผลการใช้มาตรฐานการเรียนร่วม ในโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 2. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเนชั่น.

จิรายุทธิ์ อ่อนศรี. (2562). บทบาทครูในการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้. สืบค้นเมื่อ 1 กันยายน 2564, จาก shorturl.asia/RcOa3.

จีรวรรณ ศรีวงษ์, ปราณี อัศวภูษิตกุล, อนุรักษ์ อยู่วัง. (2564). รูปแบบเครือข่ายความร่วมมือ: กรณีศึกษาห้องสมุดและสถาบันบริการสารสนเทศเพื่อผู้บกพร่องทางการเห็น. วารสารบรรณศาสตร์ มศว, 14(1).

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542. (2542, 14 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา.

พระวีรศักดิ์ จนฺทวํโส, พระครูวิริยปัญญาภิวัฒน์, พระเอกรัตน์ มหามงฺคโล (มาพะดุง) และพระมหาสมบัติ ฐานวโร. (2561). การจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการวิชาสังคมศึกษา. รายงานการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 2.

รัตติยากร สำราญพิศ และจุมพล ราชวิจิตร. (2559). สภาพปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับการผลิตและใช้สื่อการเรียนรู้ในโรงเรียนการศึกษาคนตาบอด จังหวัดขอนแก่น. วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษา, 1(2).

โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ. (2561). หลักสูตรการฝึกทักษะ O&M. สืบค้นเมื่อ 1 กันยายน 2564, จาก https://www.blind.or.th/centre/intoProduct/1/?id=82.

วารี ถิระจิตร. (2545). การศึกษาสำหรับเด็กพิเศษ. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์.มหาวิทยาลัย.

สถาพร พฤฑฒิกุล. (2558). การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning. โครงการจัดการความรู้ (Knowledge Management) คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว. สืบค้นเมื่อ 1 กันยายน 2564, จาก https://km.buu.ac.th/article/frontend/article_detail/14

สุนิสา สกุลเกื้อกุล, หยกแก้ว กมลวรเดช และสุกัญญา รุจิเมธาภาส. (2563). รูปแบบการจัดการศึกษาแบบเรียนร่วมสำหรับสถานศึกษาในจังหวัดน่าน. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 7(8), 363-380.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2553). คู่มือประเมินสมรรถนะครู (ฉบับปรับปรุง). สืบค้นเมื่อ 1 กันยายน 2564, จาก http://www.tw-tutor.com/downloads/competency.pdf.

อภิชาติ ทองน้อย. (2549). การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการทางการมองเห็นในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.

อรรณพ จีนะวัฒน. (2559). การพัฒนาตนของผู้ประกอบวิชาชีพครู. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ Veridian มหาวิทยาลัยศิลปากร (มนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์และศิลปะ). 9(2).

Bonwell, C. C., &Eison, J. A.. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom. Washington, DC: Education Resource Information Center (ERIC).

Carney, S., Engbretson, C., Scammell, K. and Sheppard, V.. (2003). teaching students with visual impairments a guide for the support team. Saskatchewan Learning.

Ghosh, I. (2018). The importance of studying economics in today’s world. Retrieved September1 ,2021, from https://www.financialexpress.com/education-2/the-importance-of-studying-economics-in-todays-world/1192135/.

Kapur, R. (2018). Challenges Experienced by Visually Impaired Students in Education. Retrieved September1, 2021, from https://www.researchgate.net/publication/323833804_Challenges_Experienced_by_

Visually_Impaired_Students_in_Education

Khadjooi, K., Rostami, K., Ishaq, S. (2011). How to use Gagne's model of instructional design in teaching psychomotor skills. Gastroenterol Hepatol Bed Bench, 4(3), 116–119.

Kızılaslan, A. (2020). Teaching Students With Visual Impairment. Nova Science Publisher, ISBN: 978-1-53617-166-2.

Otyola, W. R., Kibanja, G. M. and Mugagga, A. M. (2017). Challenges Faced by Visually Impaired Students at Makerere and Kyambogo Universities. Makerere Journal of Higher Education, 9(1).

United Nations Development Programme. (2019). Sustainable Development Goals. Retrieved September1, 2021, from https://www.undp.org/content/undp/en/home/sustainable

/sustainable-developmentgoals.html

Willings, C. (n.d.). Social Studies Adaptations. Retrieved September1, 2021, from https://www.teachingvisuallyimpaired.com/social-studies-adaptations.html.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-12-26

รูปแบบการอ้างอิง

พุ่มแย้ม ก. ., & พูลเจริญ ณ. . (2022). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกวิชาเศรษฐศาสตร์อย่างมีประสิทธิผล สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ในจังหวัดเชียงใหม่ . Journal of Buddhist Education and Research (JBER), 8(3), 46–63. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jber/article/view/261497

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research Article