การสอนด้วยการนำเสนออย่างสร้างสรรค์ สาระภูมิศาสตร์ ประกอบหน่วยการเรียนรู้ เรื่อง COVID – 19 ตัวร้ายมหันตภัยสู่เอเชีย เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดประดู่ทรงธรรม (จียพันธ์บำรุง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
คำสำคัญ:
การสอนด้วยการนำเสนออย่างสร้างสรรค์; การคิดเชิงนวัตกรรม; สาระภูมิศาสตร์, โควิด-19บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้เรื่อง COVID ตัวร้าย มหันตภัยสู่เอเชียและศึกษาระดับทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดประดู่ทรงธรรม (จียพันธ์บำรุง) ด้วยการสอนด้วยการนำเสนออย่างสร้างสรรค์ การวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงกึ่งทดลอง ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนวัดประดู่ทรงธรรม (จียพันธ์บำรุง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 23 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้สาระภูมิศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง COVID - 19 ตัวร้ายมหันตภัยสู่เอเชีย 2) แบบวัดระดับการคิดเชิงนวัตกรรม สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
1) การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้สาระภูมิศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้เรื่อง COVID-19 ตัวร้ายมหัน ตภัยสู่เอเชีย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 4 โดยมีค่าเฉลี่ยดัชนีความสอดคล้อง (IOC) จากผู้เชี่ยวชาญ เท่ากับ 0.88
2) ระดับทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดประดู่ทรงธรรม (จียพันธ์บำรุง) พบว่านักเรียนมีค่าเฉลี่ยการคิดเชิงนวัตกรรมเท่ากับ 3.57 และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.60 โดยอยู่เกณฑ์ในระดับระดับการเล่นอย่างจริงจัง
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย
กวินทร์เกียรติ นนธ์พละ. (18 พ.ค. 2564). แนวทางการจัดการเรียนการสอน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื่อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สืบค้นเมื่อ 17 มกราคม 2565, จาก http://www.sea12.go.th/ict/images/stories/covid2019/2564/3-info-covid-190564.pdf.
กิตติทัช เขียวฉอ้อน. (2562). การทำงานเป็นทีมสู่การเพิ่มประสิทธิผลในการทำงาน Team Working for Increasing Work Effectiveness. วารสารวิทยาลัยดุสิตธานี, 11(1), 360.
ดนชนก เบื่อน้อย. (2559). นวัตกรรมกับความคิดสร้างสรรค์. วารสารวิชาการการตลาดและการจัดการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, 3(1), 1-2.
บุษยา ธงนำทรัพย์. (2562). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน เรื่อง พลังงงานความร้อน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
พัฒน์นรี อรุณสิทธิ์. (2560). การจัดการเรียนรู้ศิลปะตามแนวคิดพหุสัมผัสร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมผลงานศิลปะเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ไพลิน แก้วดก. (2562). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน: การวิจัยผสานวิธี. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 25(1), 207.
วิชัย วงษ์ใหญ่ และมารุต พัฒผล. (2562). ชี้แนะการคิดเชิงนวัตกรรม. กรุงเทพฯ : ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้.
วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์. (2558). การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน Creativity-based Learning (CBL). วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้. 1(2), 31.
เวทิสา ตุ้ยเขียว. (2560). แนวทางการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐานที่ส่งเสริมสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง ปฏิกิริยาเคมี. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 22(1), 237-238.
สัพพัญญู สุขพิระวัฒนกุล วรรณา บัวเกิด และสุภมาส อังศุโชติ. (2563). ผลการใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐานที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร. วารสารศึกษาศาสตร์ มสธ, 13(2). 91.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (29 ธันวาคม 2559). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่สิบสอง. สืบค้นเมื่อ 17 มกราคม 2565, จาก https://www.nesdc.go.th/ewt_dl_link.php?nid=6422.
อรชร ปราจันทร์. 2561. รูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมของครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น, 12(1), 158.

