การขับเคลื่อนนโยบายศูนย์กลางทางการแพทย์(Medical Hub) เชิงท่องเที่ยวและกรณีศึกษาผู้ บริการทางการแพทย์จากกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ Gulf Cooperation Council (GCC)

ผู้แต่ง

  • กรภัทร ขัมพานนท์ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ประเทศไทย
  • มาโนชญ์ อารีย์ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ประเทศไทย

คำสำคัญ:

ศูนย์กลางทางการแพทย์, การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์, กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าว

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์การขับเคลื่อนนโยบายศูนย์กลางทางการแพทย์ ของประเทศไทยที่มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์จากกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ และเพื่อวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการทางการแพทย์ในประเทศไทย การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ โดยการวิเคราะห์เอกสารและสัมภาษณ์เชิงลึกและกึ่งโครงสร้างกับผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนที่ได้รับมาตรฐาน JCI และล่ามทางการแพทย์ ผลการวิจัยพบว่า ประเทศไทยมีนโยบาย Medical Hub ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและสามารถถ่ายทอดสู่การปฏิบัติจริงในระดับโรงพยาบาล เช่น การพัฒนาบุคลากร การลงทุนเทคโนโลยีทางการแพทย์ และการจัดบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของผู้ป่วยจาก GCC ทั้งในด้านศาสนา วัฒนธรรม ความเป็นส่วนตัว และบริการครอบครัว ปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ได้แก่ คุณภาพและเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย การให้บริการแบบองค์รวมและอบอุ่นแบบไทย การจัดบริการที่เคารพหลักศาสนาอิสลาม ความโปร่งใสด้านค่าใช้จ่าย สภาพแวดล้อมการท่องเที่ยวที่เอื้อต่อการพักฟื้น และความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐาน ผลการศึกษาชี้ว่า ปัจจัยเหล่านี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวจาก GCC ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ คือ ควรพัฒนาบริการเฉพาะกลุ่ม เช่น ห้องพักที่เหมาะสมกับครอบครัวและบริการแพทย์หญิง เสริมระบบ Telemedicine และสร้างฐานข้อมูลกลางเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ข้อเสนอแนะเชิงวิชาการ คือ ควรศึกษาเชิงลึกประสบการณ์ผู้ป่วย GCC และเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคเพื่อยกระดับขีดความสามารถของไทยในฐานะ Medical Hub ระดับนานาชาติ

เอกสารอ้างอิง

กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์, จรินทร์ เจริญศรีวัฒนกุล, และพิชา คนกาญจน์. (2567). รูปแบบการให้บริการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสำหรับชาวตะวันออกกลางในประเทศไทย: บุคลากรทางสุขภาพควรตระหนัก. วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี (ออนไลน์), 10(1), 1–15. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ISCJ/article/view/268587

จิตรลดา ปิ่นทอง, และกมลวรรณ รอดห์ริง. (2568). ปัจจัยขับเคลื่อนที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีฐานะดีในการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก: กรณีศึกษาจังหวัดชลบุรี. วารสารเศรษฐศาสตร์ประยุกต์และกลยุทธ์การจัดการ, 12(1), 190–204. https://kuojs.lib.ku.ac.th/index.php/jems/article/view/6210

ชมพูขนิษฐ์ สูตะบุตร, และทักษิณา แสนเย็น. (2564). พฤติกรรมนักท่องเที่ยวมุสลิมและปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการการท่องเที่ยวฮาลาลในประเทศไทย. วารสารวิชาการสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค, 7(1), 307–314.

ณัฏฐพัชร มณีโรจน์. (2558). ความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของประเทศไทย. วารสารปาริชาต, 29(1), 196–215.

บุศรินทร์ เขียวไพรี. (2565). โอกาสและข้อจำกัดของการพัฒนาศูนย์การแพทย์ครบวงจร (Medical hub) [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย].

พรมิตร กุลกาลยืนยง. (2560). การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในประเทศไทย: ความท้าทายและการพัฒนา. วารสารนวัตกรรมสื่อสารสังคม, 5(1), 125–132.

สาริกา ค้าสุวรรณ. (2560). พฤติกรรมการใช้บริการทางการแพทย์ในประเทศไทยของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจากตะวันออกกลาง: มุมมองจากผู้ให้บริการทางการแพทย์. วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์, 11(1), 53–76.

อริสรา อัครพิสิฐ. (2564). อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรของประเทศไทย: ศักยภาพและโอกาส. สยามวิชาการ, 22(2), 18–36.

Campinha-Bacote, J. (2002). The process of cultural competence in the delivery of healthcare services: A model of care. Journal of Transcultural Nursing, 13(3), 181–184. https://doi.org/10.1177/10459602013003003

International Monetary Fund. (2023). World economic outlook database. https://www.imf.org/en/Publications/WEO/weo-database/2023

Kaplan, R. S., & Norton, D. P. (2004). Strategy maps: Converting intangible assets into tangible outcomes. Harvard Business School Press.

Lertputtarak, S., Thongra-ar, J., & Samokhin, D. (2022). Factors attracting Arab patients to travel for medical services in Thailand. Journal of Liberal Arts and Service Industry, 5(1), 283–303.

Pine, B. J., & Gilmore, J. H. (1999). The experience economy: Work is theatre & every business a stage. Harvard Business School Press.

World Bank. (2020). Thailand’s healthcare infrastructure development report. World Bank Group.

World Bank. (2023). GDP per capita (current international $): Saudi Arabia, Qatar, United Arab Emirates, Kuwait, Bahrain, Oman. https://data.worldbank.org

World Health Organization. (2018). Healthcare systems in the Gulf Cooperation Council countries. Eastern Mediterranean Health Journal, 24(5), 437–446.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-18

รูปแบบการอ้างอิง

ขัมพานนท์ ก., & อารีย์ ม. (2026). การขับเคลื่อนนโยบายศูนย์กลางทางการแพทย์(Medical Hub) เชิงท่องเที่ยวและกรณีศึกษาผู้ บริการทางการแพทย์จากกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ Gulf Cooperation Council (GCC) . Journal of Buddhist Education and Research (JBER), 12(1), 730–741. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jber/article/view/287671