ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาวิชาชีพครูโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เขต 7

ผู้แต่ง

  • พระปลัดฮอนด้า วาทสทฺโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น
  • พระมหากิตติ กิตติเมธี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น

คำสำคัญ:

ความต้องการจำเป็น, การพัฒนาวิชาชีพครู, โรงเรียนพระปริยัติธรรม, ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาวิชาชีพครูโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เขต 7 กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้บริหารและครูผู้สอนจากโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เขต 7 จำนวน 218 รูป/คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างจากประชากร 506 รูป/คน โดยใช้ตาราง Krejcie & Morgan (1970) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นผ่านเกณฑ์มาตรฐาน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNImodified) ผลการวิจัยพบว่า ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาวิชาชีพครูโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย คือ 1) การทำงานแบบร่วมมือรวมพลัง (PNImodified = 0.51) 2) การตอบสนองความต้องการของครูแต่ละคน (PNImodified = 0.35) 3) การเรียนรู้ของนักเรียนและครู (PNImodified = 0.31) 4) โครงสร้างและสิ่งแวดล้อมที่สนับสนุน (PNImodified = 0.28) และ 5) การปฏิบัติตนตามมาตรฐานวิชาชีพ (PNImodified = 0.26) ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่าครูโรงเรียนพระปริยัติธรรมมีความต้องการพัฒนาวิชาชีพผ่านกระบวนการทำงานร่วมกันและการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพมากที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับบริบทเฉพาะของโรงเรียนที่มีความหลากหลายของบุคลากรและทรัพยากรที่จำกัด

เอกสารอ้างอิง

กองพุทธศาสนศึกษา. (2553). รายงานการศึกษาศักยภาพในการพัฒนาของโรงเรียนพระปริยัติธรรม เขต 7. กรุงเทพฯ: กระทรวงวัฒนธรรม.

สุมณฑา จุลชาต. (2555). การพัฒนารูปแบบการพัฒนาวิชาชีพแบบร่วมมือโดยเน้นครูเป็นสำคัญเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ของครู. วารสารศึกษาศาสตร์, 23(2), 45–58.

Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.

Darling-Hammond, L., & McLaughlin, M. W. (1995). Policies that support professional development in an era of reform. Phi Delta Kappan, 76(8), 597–604.

Desimone, L. M. (2011). A primer on effective professional development. Phi Delta Kappan, 92(6), 68–71.

DuFour, R., & Eaker, R. (1998). Professional learning communities at work: Best practices for enhancing student achievement. Bloomington, IN: National Educational Service.

Guskey, T. R. (2000). Evaluating professional development. Thousand Oaks, CA: Corwin Press.

Hord, S. M. (1997). Professional learning communities: Communities of continuous inquiry and improvement. Austin, TX: Southwest Educational Development Laboratory.

Knowles, M. S. (1984). Andragogy in action: Applying modern principles of adult learning. San Francisco, CA: Jossey-Bass.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

McFarland, J. (2014). Teacher professional development: Essential components and effective practices. Educational Research Review, 45(3), 234–251.

McKinsey & Company. (2007). How the world’s best-performing school systems come out on top. London, UK: McKinsey & Company.

Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD). (2013). Teachers for the 21st century: Using evaluation to improve teaching. Paris, France: OECD Publishing.

Thompson, S. C., Gregg, L., & Niska, J. M. (2004). Professional learning communities, leadership, and student learning. Research in Middle Level Education Online, 28(1), 1–15.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-03-30

รูปแบบการอ้างอิง

วาทสทฺโท พ. ., & กิตติเมธี พ. . (2024). ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาวิชาชีพครูโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เขต 7. Journal of Buddhist Education and Research (JBER), 10(1), 290–298. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jber/article/view/289006

ฉบับ

ประเภทบทความ

Research Article