การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง เซต โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TAI ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนนารีนุกูล จังหวัดอุบลราชธานี
คำสำคัญ:
การเรียนรู้แบบร่วมมือ, เทคนิค TAI, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์, เรื่องเซต, ความพึงพอใจบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เซต ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/12 โรงเรียนนารีนุกูล จังหวัดอุบลราชธานี (2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TAI (Team Assisted Individualization) และ (3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรม กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/12 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 40 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TAI จำนวน 10 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 20 ข้อ และแบบสอบถามความพึงพอใจ 5 ระดับ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบ t แบบกลุ่มสัมพันธ์ ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (ก่อนเรียน x̄ = 8.78, SD = 2.38; หลังเรียน x̄ = 17.08, SD = 1.29; t = 27.17) และนักเรียนมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.74, SD = 0.42) ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าเทคนิค TAI เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ระดับมัธยมศึกษา
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ: กรมวิชาการ.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
โฆษิต จัตุรัสวัฒนากูล. (2543). ผลของการเรียนแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคการสอนเป็นกลุ่มที่ช่วยเหลือเป็นรายบุคคลที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการถ่ายโยงการเรียนรู้. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏ.
ณัฐธิดา โพธิ์เงิน. (2566). ผลการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TAI ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจ. วารสารการศึกษา, 18(2), 45–58.
ทิศนา แขมมณี. (2552). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พัชนี ทองแก้ว. (2540). ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนในการเรียนรู้เรื่องพาราโบลาของนักเรียนที่เรียนแบบร่วมมือแบบกลุ่มช่วยรายบุคคล. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏ.
ยุพิน พิพิธกุล. (2545). การสอนคณิตศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: บพิธการพิมพ์.
ศิริพร พรมโส. (2564). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์โดยใช้เทคนิค TAI. วารสารคณิตศาสตร์ศึกษา, 5(2), 33–47.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2560). คู่มือการใช้หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพฯ: สสวท.
อารมณ์ สีสว่าง. (2546). ผลของการเรียนแบบร่วมมือแบบกลุ่มช่วยรายบุคคล (TAI) ต่อผลสัมฤทธิ์และเจตคติต่อวิชาคณิตศาสตร์. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏ.
Catherine, J. H. (1992). Cooperative learning in mathematics classrooms. Journal of Mathematics Education, 25(3), 59–62.
Johnson, D. W., & Johnson, R. T. (1987). Learning together and alone: Cooperative, competitive, and individualistic learning (2nd ed.). Prentice-Hall.
Johnson, D. W., Johnson, R. T., & Stann, K. (2000). Cooperative learning methods: A meta-analysis. Journal of Research in Education, 12(1), 5–24.
Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 22(140), 1–55.
Slavin, R. E. (1990). Cooperative learning: Theory, research, and practice. Prentice Hall.
Slavin, R. E., Leavey, M., & Madden, N. A. (1984). Combining cooperative learning and individualized instruction. Elementary School Journal, 84(4), 409–422.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Authors

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

