การประเมินความต้องการจำเป็นของการนิเทศภายในของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพที่เป็นอยู่ และสภาพที่ต้องการให้เป็นของการนิเทศภายในของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา 2) เพื่อประเมินความต้องการจำเป็นของการนิเทศภายในของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม มี 5 ด้าน จำนวน 35 ข้อ แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และผลการประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบสอบถาม พบว่า มีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.6–1.0 ซึ่งสามารถนำไปใช้เก็บรวบรวมข้อมูลได้ทุกข้อคำถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิธีการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น
ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการศึกษาสภาพที่เป็นอยู่ และสภาพที่ต้องการให้เป็นของการนิเทศภายในของสถานศึกษา พบว่า สภาพที่เป็นอยู่ของการดำเนินงานนิเทศภายในของสถานศึกษาในภาพรวม อยู่ในระดับมาก (x̅=4.26, S.D.=0.61) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านทุกด้านอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการวางแผนการนิเทศและกำหนดทางเลือก (x̅=4.36, S.D.=0.61) สภาพที่ต้องการให้เป็นของการดำเนินงานนิเทศภายในของสถานศึกษาในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (x̅=4.73, S.D.=0.35) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุด โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการวางแผนการนิเทศและกำหนดทางเลือก (x̅=4.76, S.D.=0.38) และด้านการปฏิบัติการนิเทศ (x̅=4.76, S.D.=0.39) 2) ผลการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นของการนิเทศภายในของสถานศึกษา พบว่าค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นมากที่สุด คือ (1) ด้านการสร้างสื่อและเครื่องมือนิเทศ รองลงมาคือ (2) ด้านการปฏิบัติการนิเทศ (3) ด้านการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการ (4) ด้านการประเมินผล การปรับปรุง และรายงานผล (5) ด้านการวางแผนการนิเทศและกำหนดทางเลือก ตามลำดับ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อกำหนดเบื้องต้นที่ผู้นิพนธ์(ผู้ส่งบทความ) ควรทราบ
1. ผู้นิพนธ์ที่ประสงค์จะลงตีพิมพ์บทความกับวารสาร ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 เป็นต้นไป ให้ใช้รูปแบบใหม่ (Template 2563) โดยสามารถดูตัวอย่างได้ที่เมนู GUIDELINES
2. จะตีพิมพ์และเผยแพร่ได้ ต้องผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review)
3. การประเมินบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) เป็นแบบ Double Blind
4. การอ้างอิงบทความใช้หลักเกณฑ์ APA (American Psychological Association) คลิก
5. บทความถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ ไม่ผ่านการประเมิน ผู้นิพนธ์ขอยกเลิกเองหรือชำระเงินก่อนได้รับการอนุมัติ ทางวารสารไม่มีนโยบายการคืนเงิน
เอกสารอ้างอิง
กฤตเมธ ธีระสุนทรไท. (2562). การประเมินความต้องการจำเป็นของครูที่มีต่อกระบวนการนิเทศการสอนของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6 จังหวัดสมุทรปราการ. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, ไม่ได้ตีพิมพ์]. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง.
กฤษฎา โพธิ์ชัยรัตน์. (2564). การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในที่เสริมสร้างทักษะการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
กำชัย ยุกติชาติ. (2564). การดำเนินการนิเทศภายในโดยใช้ห้องเรียนเป็นฐานของโรงเรียนอนุบาลวัดลูกแกประชาชนูทิศ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 2. [การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
นิกูล ทองหน้าศาล. (2563). การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในแบบการสอนงานและระบบพี่เลี้ยงของสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร. [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.
มาริสา ทองคำ. (2560). แนวทางการนิเทศภายในสถานศึกษาของอำเภอสรรคบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134. ตอนที่ 40 ก (6 เมษายน 2560) : 79.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร. (2562). คู่มือนิเทศ กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 2. (2563). คู่มือดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียนโดยใช้ห้องเรียนเป็นฐาน “2563 ปีทองแห่งการนิเทศภายใน”. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 2.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2. (2563). คู่มือการนิเทศภายในโรงเรียน. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). แนวทางการนิเทศภายในโดยใช้ห้องเรียนเป็นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2563, 26 เมษายน). แนวทางการนิเทศภายในโดยใช้ห้องเรียนเป็นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน. https://drive.google.com/file/d/1BBHmefKKsGgOi_8AKeKufrgE8w-UbhBX/view.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566, 3 พฤษภาคม). ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารการศึกษา. https://data.bopp-obec.info/emis/person-all-sum-list.php?Area_CODE=1302.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579. บริษัท พริกหวาน กราฟฟิค จำกัด.
สุพัตรา ปาระจูม. (2563). การพัฒนาแนวทางการนิเทศภายในแบบเพื่อนช่วยเพื่อนสำหรับสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 3). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
โสรยา อาแซ. (2563). การบริหารระบบนิเทศภายในสถานศึกษาโดยใช้รูปแบบ 3 SMART MUNO. โรงเรียนบ้านมูโนะ.
Best, J. W. (1977). Research in education. (3rd ed). Prentice.
Likert, R. (1967). Theory and measurement. Wiley & Son.
MemduhoGLu, H.B. (2012). The Issue of Education Supervision in Turkey in the Views of Teachers, Administrators, Supervisors and Lecturers. Educational Sciences: Theory and Practice. 12(1), 149-156.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed). Harper and Row.