A DEVELOPMENT OF LEARING ACTIVITIES BY USING TASK-BASED LEARNING AND AUTHENTIC LEARNING TO ENHENCE LISTENING ABILITY AND SPEAKING ABILITY IN MYANMAR LANGUAGE FOR GRADE 10 STUDENTS

Main Article Content

Sopit Krisathian
Wichian Thamrongsotthisakul

Abstract

          This independent study aims to (1) create and find the efficiency of the development of learning activities by using task-based learning and authentic learning activities in order to enhance Myanmar Language listening and speaking ability for Grade 10 students based on the criterion 75/75 and (2) try using the development of learning activities by using task-based learning and authentic learning activities. The study has been conducted by 2 steps research methodology and development. A sample group was twenty–five Grade 10 students who were studying at Phadungpanya School, Tak Province  that were chosen by Cluster sampling. The research instrument is task-base leaning and authentic learning activities in order to enhance Myanmar Language listening and speaking ability. The data were analyzed by using mean, standard deviation, and t-test dependent.


          The results revealed that:


  1. The task-base leaning and authentic learning activities in order to enhance Myanmar Language listening and speaking ability for grade 10 students had the efficiency (E1/E2) at 77.67/78.52 which mean it met the criterion 75/75.

  2. The comparison of Myanmar Language listening ability during studying and after studying that using task-based learning and authentic learning activities. The pre-test scored an average at 8.76 points. The post-test scored an average at 15.44 points. The average scores analyzed by using t-test Dependent Samples found that “t” valued at 23.76. It could be concluded that the average scores after studying were significantly higher than those before studying at .05.

  3. The comparison of Myanmar Language speaking ability during studying and after studying. The pre-test scored an average at 8.92 points. The post-test scored an average at 13.64 points. The average scores analyzed by using t-test Dependent Samples found that “t” valued at 13.17 and Sig at 0.0000. It could be concluded that the average scores after studying were significantly higher than those before studying at .05.

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

How to Cite
Krisathian โ. ., & Thamrongsotthisakul ว. . (2022). A DEVELOPMENT OF LEARING ACTIVITIES BY USING TASK-BASED LEARNING AND AUTHENTIC LEARNING TO ENHENCE LISTENING ABILITY AND SPEAKING ABILITY IN MYANMAR LANGUAGE FOR GRADE 10 STUDENTS. Journal of Buddhist Education and Research, 8(1), 94–108. Retrieved from https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jber/article/view/256892
Section
Research Article

References

กรมการค้าต่างประเทศ. (2564). รายงานสถิติการค้าชายแดน/ผ่านแดน. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2564, จาก https://www.dft.go.th/bts/trade-report.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ: องค์การรับส่ง สินค้าและพัสดุภัณฑ์.

_______. (2551). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2554). การจัดการเรียนรู้ตามสภาพจริง. กรุงเทพฯ: สหมิตรพริ้นติ้งแอนด์พับลิสซิ่ง จำกัด.

ณุรัตน์ แย้มฉาย. (2559). การจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงาน เพื่อพัฒนาความสามารถการพูดนำเสนอภาษาอังกฤษ สำหรับนักศึกษาบัณฑิตชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยศิลปากร. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ณัฐกานต์ อิงชัยภูมิ. (2562). การพัฒนาทักษะการฟังพูดภาษาอังกฤษโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบเน้นภาระงาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ทิศนา แขมมณี. (2552). ศาสตร์การสอน. พิมพ์ครั้งที่ 11. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ธวัชชัย รัตตัญญู. (2557). การก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนกับการศึกษาไทย. เอกสารประกอบการฝึกอบรม.(เอกสารอัดสำเนา)

นรินทชัย ฮะภูริวัฒน์. (2555). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภาษาจีนตามแนวคิดเรียนรู้แบบเน้นงานปฏิบัติ โดยใช้เทคนิคการจำอักษรจีนแบบเชื่อมโยง เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการอ่านของนักศึกษาปริญญาตรี. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์. (2563). สืบค้นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2564. จาก https://www.prachachat.net/local-economy/news583490?fbclid=IwAR0697PXV9RpuqRNlOU17VL_jof2mJ_uKolH3bEPANYKD5q_9OknNVI76sQ .

พัชราภรณ์ ธนาไพศาลสิทธิ์. (2562). ผลการใช้กิจกรรมการเรียนรู้ตามสภาพจริง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก.

รัตนะ บัวสนธ์. (2552). วิจัยเชิงคุณภาพทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วิชัย วงศ์ใหญ่. (2542 ). พลังแห่งการเรียนรู้กระบวนการทัศน์ใหม่. กรุงเทพฯ: เอส อาร์ ปรินติงค์.

วิทยาลัยชุมชนตาก. (2560). หลักสูตรประกาศนียบัตร ภาษาพม่าเพื่อการค้าชายแดน. จังหวัดตาก.

วิทวัฒน์ ขัติยะมาน. (2546). การนำเสนอปฏิบัติการทางเลือกของการเรียนการสอนตามสภาพจริงในวิชาหลักสูตรและการสอนทั่วไป สำหรับนิสิตคณะศึกษาศาสตร์. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ศศิณัฏฐ์ สรรคบุรานุรักษ์. (2560). การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาจีนที่เน้นภาระงาน. Panyapiwat Journal, 9(2), 260-271.

ศิริรัตน์ เดชะอังกูร. (2562). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ตามสภาพจริง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการฟังและการพูดภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 . วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

สุมิตรา อังวัฒนกุล. (2540). วิธีสอนภาษาอังกฤษ . กรุงเทพฯ: สํานักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุภัทรา อักษรานุเคราะห์. (2532). การสอนภาษาอังกฤษ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

หริศักดิ์ พลตรี. (2559). ผลการใช้บทเรียนภาษาอังกฤษที่เน้นภาระงานและสาระท้องถิ่นต่อความสามารถด้านการฟัง-พูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนน้ำเกลี้ยงวิทยา. Veridian E-Journal, Silpakorn University. ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ. 9(3), 1108-1123.

Torky, S. (2006). The effectiveness of a task-based instruction program in developing the English language speaking skills of secondary stage students. (Doctoral degree), Ain Shams University. Retrieved from http://aisee.info/index.php/IEFLJ/article/view/33/55.

Willis, J. (1998). A framework for task-based learning. Harlow: Longman Pearson.