การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การแต่งกลอนสุภาพ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้วิธีการสอนแบบร่วมมือด้วยเทคนิคกลุ่มแข่งขันร่วมกับบอร์ดเกม
คำสำคัญ:
การสอนแบบร่วมมือด้วยกลุ่มแข่งขัน, บอร์ดเกม, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนแบบร่วมมือด้วยเทคนิคกลุ่มแข่งขันร่วมกับบอร์ดเกมให้มีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ระหว่างกลุ่มทดลองที่เรียนโดยใช้วิธีการสอนแบบร่วมมือด้วยเทคนิคกลุ่มแข่งขันร่วมกับบอร์ดเกมกับกลุ่มควบคุมที่เรียนด้วยวิธีสอนแบบปกติ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนแบบร่วมมือด้วยเทคนิคกลุ่มแข่งขันร่วมกับบอร์ดเกม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนย่านตาขาวรัฐชนูปถัมภ์ จำนวน 73 คน ที่ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) บอร์ดเกม 2) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนแบบร่วมมือด้วยเทคนิคกลุ่มแข่งขันร่วมกับบอร์ดเกม 3) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนแบบปกติ 4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การแต่งกลอนสุภาพ 5) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบ t-test (Independent Samples) ผลการวิจัยพบว่า 1) การจัดการเรียนรู้โดยใช้การสอนแบบร่วมมือด้วยเทคนิคกลุ่มแข่งขันร่วมกับบอร์ดเกมหาค่าประสิทธิภาพของบอร์ดเกมเท่ากับ 82.47/85.87 2) นักเรียนกลุ่มทดลองที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนแบบร่วมมือด้วยเทคนิคกลุ่มแข่งขันร่วมกับบอร์ดเกมมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุมที่เรียนด้วยวิธีสอนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนแบบร่วมมือด้วยเทคนิคกลุ่มแข่งขันร่วมกับบอร์ดเกม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (M=4.80, S.D.=0.15)
เอกสารอ้างอิง
กิ่งกาญจน์ บูรณสินวัฒนกูล. (2562). การพัฒนาสื่อสารเรียนรู้บอร์ดเกมการศึกษาเพื่อส่งเสริมความสามารถการเรียนรู้ในรายวิชาพัฒนาการแบบเรียนภาษาไทยและความสุขในการเรียนรู้สำหรับนิสิตระดับปริญญาตรี. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
กระทรวงศึกษาธิการ.(2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551.กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ฉัตรกมล ประจวบลาภ. (2559). Game-Based Learning กับการ พัฒนาการเรียนการสอนทางการพยาบาล. วารสารกองการ พยาบาล, 43(2), 127-136.
ญาติมา ลิ้มสิทธิกูล. (2560). การจัดการเรียนรู้โดยใช้ทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองร่วมกับ การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือแบบ TGT วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ฟังก์ชันกำลังสอง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ฐิติพล ขำประถม. (2558). เกมกระดานเป็นกิจกรรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อความสนุกสนาน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์การศึกษา.
ปัญสุธา ย่องลั่น. (2557). ผลของการใช้แบบฝึกทักษะการเขียนกลอนสุภาพในวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดโพธาราม อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา. (วิทยานิพนธ์ศึกษา ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน, มหาวิทยาลัยหาดใหญ่).
ไพฑูรย์ อนันต์ทเขต. (ม.ป.ป.). เรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยบกับ Game-Based Learning. เรียกใช้ เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2563 จาก สถาบันการเรียนรู้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี:https://celt.li.kmutt.ac.th/km /index.php/game-based-learning/
ภูวภัทร อ่ำองอาจ. (2561). ผลกระทบของการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค TGT ต่อเจตคติและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในจังหวัดเรียว ประเทศอินโดนีเซีย.
วิไลลักษณ์ แก้วกระจ่าง. (2557). การเพิ่มทักษะการเขียนด้วยชุดแบบฝึกโครงเรื่องThe Writing Ability Enhancement by Using the Conceptual Plot. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2553). ชุดฝึกอบรมการวัดและประเมินผลการเรียนรู้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
Bloom,Benjamin S. (1976). Human characteristicsb and school learning. New York: Mc Graw-Hill.
Ledford, B.R. and Sleeman, P.J. (2002) Instructional Design : System Strategies. Greenwich, Conn: Information Age.
Lekcharoen, S, & Chaisri, N. (2021). Causal factors affecting purchase intention fashion product on Instagram of consumers in Thailand. Journal of Arts Management, 5(2), 513–528.
McMillan, J. H. (1996). "Educational Research: Fundamentals for the Consumer". New York: HarperCollins.
Treher, J. (2012). European Framework for CLIL teacher education. Synergies Italie, n(8),105-116.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 Journal of Buddhist Education and Research (Online)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

