การพัฒนาตามความสามารถการอ่านเชิงวิเคราะห์ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มร่วมมือแบบ CIRC ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ผู้แต่ง

  • พระมหาประวิทย์ จิรวิชฺโช (ภูปุย) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น
  • พชรกฤต ศรีบุญเรือง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น
  • พระครูคัมภีร์ธรรมานุวัตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น
  • รัชนี ธงอาษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น

คำสำคัญ:

การจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือแบบ CIRC

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ CIRC ที่มีต่อ ความสามารถการอ่านเชิงวิเคราะห์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบความสามารถการอ่านเชิงวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ CIRC ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยที่กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเขาพระนอนวิทยาคม ตำบลเขาพระนอน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 24 จังหวัดกาฬสินธุ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในวิจัย คือ (1) แผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านเชิงวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้การจัดการเรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ CIRC จำนวน 6 แผน แผนละ 2 ชั่วโมง ทำการสอน 12 ชั่วโมง (2) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ด้านการอ่านเชิงวิเคราะห์ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นซึ่งเป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล ดังต่อไปนี้ (1) หาค่าสถิติพื้นฐานได้แก่ร้อยละค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนน ที่ได้จากแบบทดสอบย่อยประจำเนื้อหา พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ CIRC (2) วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาความสามารถ ด้านการอ่านวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 โดยใช้การจัดการเรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ CIRC ตามเกณฑ์ 80/80 โดยใช้สูตรการหาค่า E1/E2 (3) วิเคราะห์ค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้การจัดการเรียนรู้ด้วยกลุ่มร่วมมือแบบ CIRC โดยใช้สูตรการหาค่า E.I  (4) วิเคราะห์เปรียบเทียบคะแนนการทดสอบระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ t-test (Dependent Samples) ผลการวิจัยพบว่า 1. แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่านเชิงวิเคราะห์โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือแบบ CIRC มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.79/82.73 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ 2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านการอ่าน เชิงวิเคราะห์ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือแบบ CIRC มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 

เอกสารอ้างอิง

กชนันท์ ข่มอาวุธ. (2549). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์และเจตคติต่อวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ สามพราน จังหวัดนครปฐม ที่สอนด้วยเทคนิค CIRC กับการสอนแบบปกติ. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กฤษณา พงษ์วาปี. (2550). การศึกษาความสามารถในการอ่านและเขียนภาษาไทยและทักษะการทำงานร่วมกันของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยรูปแบบการสอน CIRC. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.

นัยนา จันตาวงศ์. (2551). การพัฒนาการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วิธี CIRC. (การค้นคว้าแบบอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

นารถฤดี สุทัตโต. (2550). การเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ระหว่างกลุ่มที่ได้รับการสอนโดยวิธีโคลซและวิธี CIRC. (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา.

มาลา พานอังกาบ. (2550). การเปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่านภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบ CIRC และการสอนตามคู่มือครู. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-09-30

รูปแบบการอ้างอิง

จิรวิชฺโช (ภูปุย) พ. ., ศรีบุญเรือง พ. ., พระครูคัมภีร์ธรรมานุวัตร, & ธงอาษา ร. . (2024). การพัฒนาตามความสามารถการอ่านเชิงวิเคราะห์ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มร่วมมือแบบ CIRC ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. Journal of Buddhist Education and Research (JBER), 10(3), 294–303. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jber/article/view/282756

ฉบับ

ประเภทบทความ

สารบัญ