การพัฒนาการจัดประสบการณ์ตามแนวคิด Collaborative for Academic, Social, and Emotional Learning (CASEL) เพื่อส่งเสริมทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัย

ผู้แต่ง

  • สุภาพันธ์ สร้อยดี คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก, ประเทศไทย
  • อังคณา อ่อนธานี คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก, ประเทศไทย

บทคัดย่อ

การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและประเมินประสิทธิภาพของการจัดประสบการณ์ตามแนวคิด Collaborative for Academic, Social, and Emotional Learning (CASEL) เพื่อส่งเสริมทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัยตามเกณฑ์ 75/75 และศึกษาผลการใช้โดยเปรียบเทียบทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัยหลังการจัดประสบการณ์กับเกณฑ์ร้อยละ 75 และศึกษาผลการจัดประสบการณ์ตามแนวคิด CASEL ดำเนินการวิจัยโดยประยุกต์ใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การสร้างและประเมินประสิทธิภาพของการจัดประสบการณ์ตามแนวคิด CASEL โดยพิจารณาความเหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญ 3 คน จากนั้นนำไปทดลองใช้กับเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนยอแซฟพิจิตร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของภาษา เนื้อหา และเวลา จากนั้นปรับปรุงแก้ไขและนำไปทดลองใช้กับเด็กปฐมวัย 9 คน เพื่อประเมินประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 ขั้นตอนที่ 2 ศึกษาผลการใช้การจัดประสบการณ์ตามแนวคิด CASEL กลุ่มตัวอย่างคือเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนยอแซฟพิจิตร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 23 คน โดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย ใช้แบบแผนการวิจัยแบบกลุ่มเดียววัดผลหลังทดลอง (One-shot Case Design) เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยการจัดประสบการณ์ตามแนวคิด CASEL แบบประเมินทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัย และแบบบันทึกภาคสนาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการทดสอบค่า One Sample t-test และหาค่าประสิทธิภาพ E1/E2 ผลการวิจัยพบว่าการจัดประสบการณ์ตามแนวคิด CASEL มี 5 ขั้นตอน คือ การตระหนักรู้ตนเอง การตระหนักรู้สังคม การจัดการตนเอง การสร้างสัมพันธภาพ และการตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบ โดยมีความเหมาะสมของการจัดประสบการณ์ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย=4.86, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน=0.14) ความเหมาะสมของแผนประกอบการจัดประสบการณ์ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย=4.87, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน=0.21) และมีประสิทธิภาพ 79.81/77.04 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 75/75 ผลการใช้พบว่าทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัยหลังการจัดประสบการณ์ CASEL สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นักเรียนเกิดทักษะทางสังคมระหว่างปฏิบัติกิจกรรม สามารถควบคุมอารมณ์เมื่อเผชิญความขัดแย้งหรือไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการ มีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น กล้าแสดงความคิด กล้าพูด กล้าแสดงออก และกล้าลองทำกิจกรรมใหม่โดยไม่กลัวความผิดพลาด อีกทั้งสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม เช่น การแบ่งปันของเล่น การเล่นร่วมกับเพื่อน การฟังผู้อื่น การแสดงความเห็นใจ และการช่วยเหลือกัน ซึ่งแสดงถึงการพัฒนาความสัมพันธ์แบบตอบโต้และความสามารถทางสังคม-อารมณ์อย่างครบถ้วน

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

นงเยาว์ คลิกคลาย. (2543). ความสามารถด้านการฟังและการพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์โดยใช้เพลงประกอบ (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ). บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. (เอกสารถ่ายสำเนา).

นาถลดา ตะวันกาญจนโชติ. (2559). ทักษะทางสังคมของเด็กออทิสติกวัยเรียน. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 30(2), 1–21.

ภรณี คุรุรัตนะ. (2540). เด็กปฐมวัยในท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลง. วารสารการศึกษาปฐมวัย.

วรรณภรณ์ มะลิรัจน์. (2554). ผลของการจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวพื้นฐานแบบกลุ่มที่มีต่อทักษะทางสังคมของเด็ก (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กรุงเทพฯ. สืบค้นจาก http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Ear_Chi_Ed/Wannaporn_M.pdf

สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. (2554). การสอนแบบโครงการสำหรับเด็ก. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560–2564). กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี.

สิริมา ภิญโญอนันตพงษ์. (2555). พัฒนาการเขียนของเด็กปฐมวัยไทย. ใน การประชุมวิชาการ: การวิจัยทางการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 1 เรื่อง “พลังการเรียนรู้ก้าวสู่สากล” (หน้า 1–12). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

อังศุธร อังคะนิ้ว. (2557). ผลของการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาการละเล่นพื้นบ้านที่ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีต่อทักษะทางสังคมของเด็กในชุมชน. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา, 9(1), 27–40.

Collaborative for Academic Social and Emotional Learning (CASEL). (2018). What is SEL? Retrieved from https://casel.org/what-is-sel/

Goleman, D. (2006). Social intelligence: Why it can matter more than IQ. New York, NY: Bantam Books.

Korpershoek, H., Harms, T., de Boer, H., Van Kuik, M., & Doolaard, S. (2016). A meta-analysis of the effects of classroom management strategies and classroom management programs on students' academic, behavioral, emotional, and motivational outcomes. Educational Research, 86(3), 643–680.

Piaget, L. (1995). In I. Smith (Ed.), Sociological studies (2nd ed.). London, UK & New York, NY: Routledge.

Stephen, N. E. (2010). Social skills development in early childhood: Enabling learning, growing friends. Retrieved June 19, 2021, from www.psychcorp.com

Tudge, J., & Rogoff, B. (1989). Peer influences on cognitive development: Piagetian and Vygotskian perspectives. In M. H. Bornstein & J. S. Bruner (Eds.), Interaction in human development: Crosscurrents in contemporary psychology (pp. 17–40). Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-10-05

รูปแบบการอ้างอิง

สร้อยดี ส. ., & อ่อนธานี อ. . (2025). การพัฒนาการจัดประสบการณ์ตามแนวคิด Collaborative for Academic, Social, and Emotional Learning (CASEL) เพื่อส่งเสริมทักษะทางสังคมของเด็กปฐมวัย. Journal of Buddhist Education and Research (JBER), 11(4), 431–445. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jber/article/view/284798