การพัฒนาการจัดประสบการณ์ตามแนวคิด STEAM Education ผ่านการจัดประสบการณ์ประกอบอาหาร เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณ ของเด็กปฐมวัย
บทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและประเมินประสิทธิภาพการจัดประสบการณ์ตามแนวคิด STEAM Education ผ่านกิจกรรมการประกอบอาหารเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัยตามเกณฑ์ 75/75 และศึกษาผลการใช้โดยเปรียบเทียบการคิดเชิงคำนวณก่อนและหลังการทดลองและศึกษาพัฒนาการระหว่างการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กอนุบาลปีที่ 3/1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนอนุบาลการกุศลวัดตระพังทอง จำนวน 28 คน ได้จากการสุ่มอย่างง่ายโดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยการจัดประสบการณ์ STEAM Education ผ่านกิจกรรมการประกอบอาหาร แบบประเมินการคิดเชิงคำนวณระหว่างเรียน และแบบทดสอบวัดการคิดเชิงคำนวณ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แบบแผน One Group Pretest-Posttest Design และ dependent t-test ผลการวิจัยพบว่าการจัดประสบการณ์ตามแนวคิด STEAM Education ผ่านกิจกรรมการประกอบอาหารประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ การกำหนดเมนูอาหาร การแนะนำออกแบบวิเคราะห์เมนูและเตรียมอุปกรณ์ การลงมือปฏิบัติการประกอบอาหาร การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการประเมินผลและปรับปรุงผลงาน โดยมีความเหมาะสมของการจัดประสบการณ์ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 5.00, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.00) ความเหมาะสมของแผนประกอบการจัดประสบการณ์ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.79, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.19) และมีประสิทธิภาพ 74.71/75.56 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ผลการใช้พบว่าการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเด็กมีพัฒนาการการคิดเชิงคำนวณระหว่างปฏิบัติกิจกรรมอย่างเห็นได้ชัดตามองค์ประกอบการคิดเชิงคำนวณ ได้แก่ การแบ่งปัญหาใหญ่เป็นส่วนย่อย การพิจารณารูปแบบ การระบุสาระสำคัญ และการลำดับขั้นตอนการทำงาน โดยเด็กสามารถออกแบบและกำหนดขั้นตอนการทำอาหารได้อย่างมีระบบ คาดการณ์ผลลัพธ์ของแต่ละขั้นตอน และตรวจสอบแก้ไขข้อผิดพลาดระหว่างการประกอบอาหารได้อย่างเหมาะสม แสดงให้เห็นว่าการจัดประสบการณ์ STEAM Education ผ่านกิจกรรมการประกอบอาหารส่งเสริมทักษะการคิดเชิงคำนวณในเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
เจริญ วงศ์ศักดิ์. (2543). การพัฒนาเด็กไทยให้เป็นคนคิดเป็น. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง.
ชนิกานต์ พงศ์วิไล. (2565). ผลของกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ STEAM โดยใช้การทำขนมไทยต่อพัฒนาการด้านการคิดเชิงคำนวณของเด็กอนุบาล (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ล้วน สายยศ, & อังคณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิเคราะห์และการแปลผลข้อมูลในการวิจัยทางการศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ (น. 248–249). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
รัตนะ บัวสนธ์. (2541). การวิเคราะห์เนื้อหา: แนวคิด เทคนิค และการประยุกต์ใช้ (น. 107). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2543). การพัฒนาเด็กปฐมวัย: แนวทางการจัดการศึกษาสำหรับเด็กแรกเกิดถึง 6 ปี (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.
สำนักงานวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
อภิญญา โสภา. (2564). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิด STEAM ผ่านกิจกรรมทำอาหาร เพื่อส่งเสริมการคิดเชิงคำนวณของเด็กปฐมวัย (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
Bell, T., Bishop, J., & Przybylska, M. (2015). Unplugged computing: The importance of media in computational thinking activities. ACM Inroads, 6(1), 30–34. https://doi.org/10.1145/2723169
Bers, M. U. (2018). Coding as a playground: Programming and computational thinking in the early childhood classroom. Routledge.
Wing, J. M. (2006). Computational thinking. Communications of the ACM, 49(3), 33–35. https://doi.org/10.1145/1118178.1118215
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Journal of Buddhist Education and Research (JBER)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

