การศึกษาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ โดยใช้การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Model-Eliciting Activities (MEAs)

ผู้แต่ง

  • บทมาการ กออินทร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
  • ชานนท์ จันทรา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
  • ต้องตา สมใจเพ็ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย

คำสำคัญ:

ความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์, การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Model-Eliciting Activities (MEAs)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาลักษณะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิด Model-Eliciting Activities (MEAs) เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ ที่ส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ และ 2) ศึกษาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ โดยใช้การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Model-Eliciting Activities (MEAs) เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาวิชาช่างยนต์ ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 27 คน ที่ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม จากทั้งหมด 4 ห้องเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Model-Eliciting Activities (MEAs) เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ จำนวน 5 แผน และแบบทดสอบวัดความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละเป็นข้อสอบอัตนัย จำนวน 4 ข้อ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การคำนวณค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบที ผลการวิจัยพบว่า 1) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 ขั้นนำเสนอสถานการณ์ปัญหาและใช้คำถามเพื่อเตรียมความพร้อม ขั้นที่ 2 ขั้นดำเนินการในส่วนของปัญหา ขั้นที่ 3 ขั้นนำเสนอกระบวนการแก้ปัญหา และขั้นที่ 4 ขั้นประเมินผล โดยครูมีบทบาทในการจัดเตรียมและนำเสนอสถานการณ์ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตจริงแก่นักเรียน แบ่งกลุ่มนักเรียน อธิบายขั้นตอนการทำกิจกรรม อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ ใช้คำถามกระตุ้นให้นักเรียนเกิดการคิดวิเคราะห์ และให้ข้อเสนอแนะ ในขณะที่บทบาทของนักเรียนคือ ทำความเข้าใจสถานการณ์ปัญหา ร่วมกันวิเคราะห์และหาแนวทางในการแก้ปัญหา ดำเนินการแก้ปัญหาร่วมกันในกลุ่ม นำเสนอวิธีการแก้ปัญหาและผลลัพธ์ของกลุ่มตนเองหน้าชั้นเรียน ร่วมอภิปรายความถูกต้องของกระบวนการแก้ปัญหาและความเป็นไปได้ของคำตอบ รับฟังข้อเสนอแนะแล้วปรับปรุงวิธีการแก้ปัญหาของกลุ่มตนเองให้ถูกต้องและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และ 2) ความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียน เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ หลังได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิด Model-Eliciting Activities (MEAs) สูงกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 60 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

จิดาภา จันทิมา. (2566). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้โมเดล MEAs ที่มีต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น[วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ปรีดา ทองบ่อ, ชนิศวรา เลิศอมรพงษ์, และ ชานนท์ จันทรา. (2567). การส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ โดยการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคิด Model-Eliciting Activities (MEAs) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารครุพิบูล คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชฏพิบูลสงคราม, 11(1), 106-120.

พงศธร มหาวิจิตร และ วราภรณ์ โชติรัตนากูล. (2563). เรียนคณิตศาสตร์ผ่านป่าชุมชน : โปรแกรมเสริมประสบการณ์โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน. นิตยสาร สสวท., 49(227), 27-32.

พรศิริ สอนลิลา, ชนิศวรา เลิศอมรพงษ์, และ ชานนท์ จันทรา. (2566). ผลการจัดการเรียนรู้แบบ Model-Eliciting Activities (MEAs) ที่ส่งเสริมความสามารถการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง ดอกเบี้ยและมูลค่าของเงิน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารพัฒนาการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยรังสิต, 17(2), 155-172.

เมขลิน อมรรัตน์. (2563, 13 ตุลาคม). ประโยชน์ของคณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ตอนที่ 3 อัตราส่วนและร้อยละ. คลังความรู้ SciMath. https://www.scimath.org/article-mathematics/item/11474-3

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2567, 21 มีนาคม). โครงสร้างหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2567 หมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง. สำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ. https://bsq.vec.go.th/Portals/9/Course/20/2567/20000v3.pdf

อภิสิทธิ์ แก้วพวง, ชานนท์ จันทรา, และ วันดี เกษมสุขพิพัฒน์. (2566). การศึกษาความสามารถการแก้ปัญหาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เรื่อง ทศนิยมโดยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Model-Eliciting Activities (MEAs). วารสารการบริหารนิติบุคคลและนวัตกรรมท้องถิ่น, 9(3), 265-278.

Ayyubi, I. I. A., Widiani, E., Suryana, I., Andriani, A., Sari, D. W. (2024). Application of the Model-Eliciting Activities (MEAs) Learning Model on Mathematics Learning Based on higher-order thinking Skills (HOTS). Noumerico Journal of Technology in Mathematics Education, 2(2), 82-95.

Febriani, P. A., Mandailina, V., Abdillah, Syaharuddin, & Mehmood, S. (2024). Utilizing GeoGebra-assisted model-eliciting activities (MEAs) in mathematics instruction enhances students' comprehension of concepts and improves their problem-solving abilities. Jurnal Inovasi Pembelajaran, 10(1), 19-30.

Lesh, R., Hoover, M., Hole, B., Kelly, A., & Post, T. (2000). Principles for Developing Thought- Revealing Activities for Students and Teachers. In A. Kelly, R. Lesh (Eds.), Research Design in Mathematics and Science Education, (pp. 591-646). Lawrence Erlbaum Associates.

Rusliah, N., Handican, R., Laswadi, Deswita, R., & Oktafia, M. (2021). Mathematical problem-solving skills on relation and function through Model-Eliciting Activities (MEAs). Journal of Physics: Conference Series. https://doi.org/ 10.1088/1742-6596/1778/1/0 12016

Saputri, S. A., Sulistiawati, Murnaka, N. P., Arifin, A., & Permai, S. D. (2022). Application of the Model-Eliciting Activities (MEAs) Approach on Mathematics Problem Solving Capabilities. AIP Conference Proceedings 2479. https://doi.org/10.1063/ 5.0099566

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-01-12

รูปแบบการอ้างอิง

กออินทร์ บ., จันทรา ช. . ., & สมใจเพ็ง ต. . (2026). การศึกษาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ โดยใช้การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Model-Eliciting Activities (MEAs). Journal of Buddhist Education and Research (JBER), 12(1), 27–42. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jber/article/view/285304