ผลการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดทักษะปฏิบัติของซิมพ์ซันเสริมด้วยเทคนิคการสาธิต เรื่องการประดิษฐ์จากใบตอง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ผู้แต่ง

  • อาภรณ์ สัจจสังข์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย ขอนแก่น ประเทศไทย
  • สุรชัย วัฒนาอุดมชัย วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย ขอนแก่น ประเทศไทย
  • จิราพร วิชระโภชน์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย ขอนแก่น ประเทศไทย

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาทักษะปฏิบัติวิชาการงานอาชีพ เรื่องการประดิษฐ์จากใบตอง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดทักษะปฏิบัติของซิมพ์ซันเสริมด้วยเทคนิคการสาธิต  ให้นักเรียนมีทักษะปฏิบัติผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม 2) พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาการงานอาชีพ เรื่องการประดิษฐ์จากใบตอง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดทักษะปฏิบัติของซิมพ์ซันเสริมด้วยเทคนิคการสาธิต  ให้นักเรียนมีพัฒนาผลสัมฤทธิ์ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดทักษะปฏิบัติของซิมพ์ซันเสริมด้วยเทคนิคการสาธิต เรื่องการประดิษฐ์จากใบตอง กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนบ้านห้วยแร่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 จำนวน 24 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้วิชาการงานอาชีพ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องการประดิษฐ์จากใบตอง 2) แบบวัดทักษะปฏิบัติการประดิษฐ์จากใบตอง 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตาฐาน และการทดสอบค่าที (t-test for one-Sample)   ผลการวิจัยพบว่า ทักษะปฏิบัติ วิชาการงานอาชีพ เรื่องการประดิษฐ์จากใบตอง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดทักษะปฏิบัติของซิมพ์ซันเสริมด้วยเทคนิคการสาธิต นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 15.94 คิดเป็นร้อยละ 79.66 และมีนักเรียนผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม จำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 100  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาการงานอาชีพ เรื่องการประดิษฐ์จากใบตอง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดทักษะปฏิบัติของซิมพ์ซันเสริมด้วยเทคนิคการสาธิต นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 16.33 คิดเป็นร้อยละ 81.66 และมีนักเรียนผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม จำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 100  ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดทักษะปฏิบัติของซิมพ์ซันเสริมด้วยเทคนิคการสาธิต โดยรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กฤตมุข ไชยศิริ. (2559). การพัฒนาชุดการสอนโดยใช้รูปแบบการสอนทักษะปฏิบัติของซิมพ์ซันเรื่องการร้อยลูกปัด วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนวัดอ่างแก้ว (จีบ ปานขำ) [การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร].

เกษมณี พุกหน้า. (2556). ผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ทักษะปฏิบัติของซิมพ์ซันเสริมด้วยเทคนิคระดมสมองต่อทักษะปฏิบัติงาน ผลงานความคิดสร้างสรรค์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระงานประดิษฐ์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี].

ทิศนา แขมมณี. (2567). ศาสตร์การสอน (พิมพ์ครั้งที่ 27). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ปัญญา สังข์ภิรมณ์, และ สุคนธ์ สินธพานนท์. (2550). การจัดการเรียนรู้ที่เน้นทักษะปฏิบัติ. สำนักพิมพ์พัฒนาคุณภาพวิชาการ.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.

พชร สถิตพงษ์. (2563). การพัฒนาความคิดริเริ่มในงานคอมพิวเตอร์โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนทักษะปฏิบัติของซิมพ์ซันของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์].

อาภรณ์ ใจเที่ยง. (2550). หลักการสอน (พิมพ์ครั้งที่ 2). โอเดียนสโตร์.

Dale, E. (1969). Audiovisual methods in teaching (3rd ed.). Dryden Press.

Simpson, E. J. (1972). The classification of educational objectives in the psychomotor domain. American Association for Health, Physical Education, and Recreation.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-16

รูปแบบการอ้างอิง

สัจจสังข์ อ., วัฒนาอุดมชัย ส., & วิชระโภชน์ จ. (2026). ผลการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดทักษะปฏิบัติของซิมพ์ซันเสริมด้วยเทคนิคการสาธิต เรื่องการประดิษฐ์จากใบตอง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 . Journal of Buddhist Education and Research (JBER), 12(2), 797–810. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jber/article/view/290927