กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ตามรอยประวัติศาสตร์เมืองตราด เพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ผู้แต่ง

  • วีรยา นนสุมี มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก, ประเทศไทย
  • วศิน ปัญญาวุธตระกูล มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก, ประเทศไทย
  • อัจฉรา ศรีพันธ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก, ประเทศไทย

คำสำคัญ:

กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน, ความตระหนักรู้, ประวัติศาสตร์เมืองตราด

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)  เป็นการศึกษาสภาพปัจจุบันของการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เรื่องประวัติศาสตร์เมืองตราด ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในเขตพื้นที่ตำบลหนองบอน อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เพื่อสร้างกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ตามรอยประวัติศาสตร์เมืองตราด เพื่อก่อให้เกิดการสร้างความตระหนักรู้ และประเมินผู้เรียนจากสภาพจริง กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ประกอบด้วย ครูผู้สอนรายวิชาประวัติศาสตร์ จำนวน 5 คน และนักเรียน จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ การสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่ม วิธีการวิเคราะห์การวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การวิเคราะห์เนื้อหาและสังเคราะห์เขียนบรรยายเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า จากสภาพปัจจุบันของการเรียนรู้ เรื่องประวัติศาสตร์เมืองตราด การเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ยังเน้นการเรียนรู้ในห้องเป็นหลัก และใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์เป็นแนวทางในการสร้างการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ใช้สื่อประเภทสื่อมัลติมีเดีย มีการวัดประเมินผลตามสภาพจริง ครูทำหน้าที่ออกแบบและอำนวยความสะดวกด้านการเรียนรู้ แต่ทัศนคติของผู้เรียนยังมองว่าวิชาประวัติศาสตร์เป็นวิชาที่ท่องจำ การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานตามรอยประวัติศาสตร์เมืองตราด “Journey History of Trat”เป็นกิจกรรมที่บูรณาการเทคโนโลยีสื่อเสมือนจริง ร่วมกับสื่อมัลติมีเดียและการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ประกอบด้วย 4 กิจกรรม ได้แก่ 1) กิจกรรมARเล่าเรื่องเมืองตราด 2) กิจกรรมพิพิธภัณฑ์ในกล่อง 3) กิจกรรมเรื่องเล่าจากตา - ยาย 4) กิจกรรมละครย้อนยุค “ตราด...ในความทรงจำของแผ่นดิน” สามารถส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพิ่มขึ้น เกิดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของท้องถิ่น และตระหนักถึงคุณค่าของแหล่งประวัติศาสตร์ในชุมชน กิจกรรมที่เชื่อมโยงกับบุคคล และถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่นได้ ส่งผลให้เกิดความตระหนักรู้และสำนึกรักษ์ท้องถิ่นมาก

เอกสารอ้างอิง

กรมศิลปากร. (2556). ปกิณกศิลปวัฒนธรรม เล่ม 19 จังหวัดตราด. สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์.

แสงสรรค์ ภูมิสถาน. (2558). การศึกษาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ จังหวัดตราด [รายงานวิจัย]. สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.

วนิดา ศรีสุข. (2560). การพัฒนารูปแบบการสอนโดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนส้มป่อยพิทยาคม [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยบูรพา.

ออมสิน จตุพร, & อมรรัตน์ วัฒนาธร. (2562). การพัฒนาหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่นตามแนวคิดการศึกษาอิงถิ่นฐานสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา: กรณีชุมชนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน จังหวัดนครสวรรค์. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 21(1), 1–18.

ปัณฑิตา ไชยโย. (2566). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นโดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณของผู้เรียน. วารสารปัญญาภิวัฒน์, 15(2), 120–134.

พระมหาไพศาล ธิตสีโล. (2566). รูปแบบการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยที่บูรณาการบริบทวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของผู้เรียน. วารสารการจัดการศึกษาเชิงนวัตกรรม, 2(2), 66–79.

วิภาดา พินลา, & วิภาพรรณ พินลา. (2566). ห้องเรียนครูสังคมศึกษากับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ, 24(1), 1–12.

Colaizzi, P. F. (1978). In R. Valle & M. King (Eds.), Existential-phenomenological alternatives for psychology (pp. 48–71). Oxford University Press.

Dewey, J. (1938). Experience and education. Macmillan.

Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Prentice Hall.

Wineburg, S. (2001). Historical thinking and other unnatural acts: Charting the future of teaching the past. Temple University Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-16

รูปแบบการอ้างอิง

นนสุมี ว., ปัญญาวุธตระกูล ว., & ศรีพันธ์ อ. (2026). กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ตามรอยประวัติศาสตร์เมืองตราด เพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. Journal of Buddhist Education and Research (JBER), 12(2), 834–848. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jber/article/view/293690