การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องพลเมืองดี โดยใช้เทคนิค Think-Pair Share สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ๒) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนของนักเรียน และ ๓) เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๘ ของโรงเรียนบ้านหนองกุงใหญ่ จำนวน 24 คน โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) เครื่องมือวิจัยที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้สูตร E1/E2 ผลการวิจัยพบว่า (๑)ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ E1 เท่ากับ 82.87 และ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ E2 เท่ากับ ๙5.42 ดังนั้น ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องพลเมืองดี โดยใช้เทคนิค Think-pair Share ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ (E1/ E2) เท่ากับ 82.87 /๙5.42 ซึ่งถือว่าสูงกว่าเกณฑ์ ๘๐/๘๐ (๒) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 33.29 คะแนน จากคะแนนเต็ม 40 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 73.98 หลังจากเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ คะแนนสอบมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 37.29 จากคะแนนเต็ม 40 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 95.42 โดยนักเรียนร้อยละ ๘๐ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ ๘๐ (๓) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Buddhist Education and Research (JBER)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

