รูปแบบการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาการวิจารณ์วรรณกรรมสมัยใหม่โดยใช้หลักพุทธวิธีการสอน นิสิตระดับปริญญาตรี สาขาวิชาการสอนภาษาไทย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
คำสำคัญ:
การวิจารณ์วรรณกรรมสมัยใหม่; พุทธวิธีการสอน; รูปแบบการจัดการเรียนรู้; ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน; การสอนภาษาไทยบทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการจัดการเรียนรู้วิชาการวิจารณ์วรรณกรรมสมัยใหม่โดยใช้หลักพุทธวิธีการสอน 2) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาการวิจารณ์วรรณกรรมสมัยใหม่โดยใช้หลักพุทธวิธีการสอน 3) ทดลองใช้รูปแบบที่พัฒนาขึ้น และ 4) ประเมินผลการใช้รูปแบบดังกล่าว ดำเนินการวิจัย 4 ระยะ ได้แก่ การศึกษาสภาพปัจจุบัน การพัฒนารูปแบบ การทดลองใช้ และการประเมินผล กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ผู้บริหาร อาจารย์ผู้สอน นิสิตระดับปริญญาตรีสาขาวิชาการสอนภาษาไทย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บริหารวิทยาลัยสงฆ์ขอนแก่น รวมทั้งสิ้น 119 รูป/คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม แบบประเมินรูปแบบ คู่มือการใช้รูปแบบ แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า สภาพการจัดการเรียนรู้วิชาการวิจารณ์วรรณกรรมสมัยใหม่โดยใช้หลักพุทธวิธีการสอนโดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̄ = 3.82) รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหา รูปแบบการจัดการเรียนรู้ และการวัดประเมินผล โดยมีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.10) รูปแบบมีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.67/84.31 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.42) นอกจากนี้ ผลการประเมินการใช้รูปแบบโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.68) สะท้อนให้เห็นว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาการวิจารณ์วรรณกรรมสมัยใหม่โดยใช้หลักพุทธวิธีการสอนมีประสิทธิภาพ สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและส่งเสริมการเรียนรู้ของนิสิตได้อย่างเหมาะสมในบริบทระดับอุดมศึกษา
เอกสารอ้างอิง
ดวงมน จิตร์จำนงค์. (2556). วรรณคดีวิจารณ์เบื้องต้น. กรุงเทพมหานคร: ประพันธ์สาส์น.
นุชนาถ พรหมการี. (2563). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 15(2), 45–60.
พรทิพย์ ศิริสมบูรณ์เวช. (2547). การพัฒนารูปแบบการสอนวรรณคดีไทยตามทฤษฎีการตอบสนองของผู้อ่าน เพื่อเสริมสร้างความสามารถด้านการตอบสนองต่อวรรณคดี การอ่านเพื่อความเข้าใจ และการคิดไตร่ตรองของนิสิตระดับปริญญาบัณฑิต [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน]. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภูมิภัทร พันธ์ทองหลาง. (2562). การพัฒนารูปแบบหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการใช้ภาษาไทยสำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู สถาบันการพลศึกษา [วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน]. มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.
วิทย์ ศิวะศริยานนท์. (2544). วรรณคดีและวรรณคดีวิจารณ์ (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพมหานคร: ธรรมชาติ.
สุพจน์ ศรีนฤมล. (2561). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนมัธยมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 41(1), 123–138.
ไพศาล หวังพานิช. (2567). องค์ประกอบการจัดการเรียนรู้. สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2567, จาก http://www.ipecp.ac.th/ipecp/cgi-binn/webpili/unit1/lev
Anderson, T. P. (1997). Using models of instruction. In C. R. Dills & A. J. Romiszowski (Eds.), Instructional development paradigms. Educational Technology Publications.
Arends, R. I. (1999). Classroom instruction and management. McGraw-Hill.
Joyce, B., Weil, M., & Calhoun, E. (2004). Models of teaching (7th ed.). Allyn & Bacon.
Slavin, R. E. (1990). Cooperative learning: Theory, research and practice. Prentice-Hall.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Authors

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

