การยอมรับความหลากหลายทางเพศของบุคลากรกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน (ส่วนกลาง) กระทรวงยุติธรรม
คำสำคัญ:
ความหลากหลายทางเพศ, การรับรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ, ทัศนคติต่อความหลากหลายทางเพศ, การยอมรับความหลากหลายทางเพศบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับทัศนคติต่อความหลากหลายทางเพศ การรับรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ และการยอมรับความหลากหลายทางเพศของบุคลากรกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน (ส่วนกลาง) กระทรวงยุติธรรม (2) เปรียบเทียบความแตกต่างของการยอมรับความหลากหลายทางเพศจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ (3) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติต่อความหลากหลายทางเพศและการรับรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ กับการยอมรับความหลากหลายทางเพศ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยข้าราชการและพนักงานราชการ จำนวน 160 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิตามสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบอิสระ (Independent Samples t-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson Product-Moment Correlation) ผลการศึกษาพบว่า บุคลากรส่วนกลางของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนมีการรับรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.04) ขณะที่ทัศนคติต่อความหลากหลายทางเพศและการยอมรับความหลากหลายทางเพศอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.63 และ 4.72 ตามลำดับ) ไม่พบความแตกต่างของการยอมรับความหลากหลายทางเพศตามปัจจัยส่วนบุคคลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้ ทัศนคติต่อความหลากหลายทางเพศและการรับรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการยอมรับความหลากหลายทางเพศอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยทัศนคติต่อความหลากหลายทางเพศมีความสัมพันธ์ในระดับสูง (r = .782) ขณะที่การรับรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศมีความสัมพันธ์ในระดับปานกลาง (r = .405)
เอกสารอ้างอิง
กีรติวรรณ กัลยาณมิตร, จักรวาล สุขไมตรี, และสืบสวัสดิ์ วุฒิวรดิษฐ์. (2565). กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศกับความไม่เท่าเทียมในหน่วยงานภาครัฐ. วารสารการบริหารนิติบุคคลและนวัตกรรมท้องถิ่น, 8(3), 351–360. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jsa-journal/article/view/257378/174821
จักรกฤษณ์ พิญญาพงษ์, สุนีย์ กันแจ่ม, และเผด็จการ กันแจ่ม. (2565). ประสบการณ์การถูกเลือกปฏิบัติเนื่องจากอัตลักษณ์ทางเพศ และทัศนคติเกี่ยวกับเพศภาวะของนักศึกษาระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (สทมส.), 28(3), 37 –51. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/tgt/article/view/254106/175842
ชลธิชา อินปั๋น, กฤติญา บุญสิงห์, โยธิกา ตาวงศ์, และชิสาพัชร์ ชูทอง. (2566). ทัศนคติและพฤติกรรมต่อความหลากหลายทางเพศของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 10(1), 67–79. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/scnet/article/view/249318
ธนาศาน สุภาษี. (2563). การตีตราและเลือกปฏิบัติต่อเพศวิถีในโลกแห่งการทำงาน กรณีศึกษาอาชีพข้าราชการครู โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร (การค้นคว้าอิสระปริญญารัฐศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์). https://doi.org/10.14457/TU.the.2020.1383
ธนายุทธ ฐากูรอรรถยา. (2565). ทัศนคติด้านความหลากหลายและความเท่าเทียมทางเพศของผู้ผลิตและผู้รับชมสื่อซีรีส์วาย เรื่อง คินน์พอร์ช เดอะ ซีรีส์ (KinnPorsche The Series) (สารนิพนธ์ปริญญานิเทศศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย). https://doi.org/10.58837/CHULA.IS.2022.238
พิมลพรรณ อิศรภักดี. (2558). ต่างวัยต่างทัศนะต่อความหลากหลายทางเพศในสังคมไทย. วารสารประชากรและสังคม, 24(2), 45–63.
รติชา สุธรรมป๋า, อัญมณี ภักดีมวลชน, และวราพจน์ จันมะโน. (2567). ลักษณะประชากรศาสตร์ พฤติกรรมการเปิดรับชมละครโทรทัศน์เพศทางเลือกที่ส่งผลต่อทัศนคติและการยอมรับเพศทางเลือกของประชาชนทั่วไปในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิทยาการจัดการและการบัญชี, 3(2), 39–56. https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMSA_FMS_URU/article/view/5404/3921
รัตตรี ปรางมาศ. (2562). สิทธิความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางเพศของผู้ที่มีอัตลักษณ์ความหลากหลายทางเพศ (LGBT) กรณีศึกษา: สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม. (การค้นคว้าอิสระปริญญารัฐศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์). https://doi.org/10.14457/TU.the.2019.1369
ราชกิจจานุเบกษา. (2558). พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558. ราชกิจจานุเบกษา, 132(18 ก), 17–27. https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/A/018/17.PDF
ราชกิจจานุเบกษา. (2567). พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567. ราชกิจจานุเบกษา, 141(58 ก), 1–21. https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/36482.pdf
เสาวคนธ์ โทบุราณ, และสุวรี ศิวะแพทย์. (2555). ทัศนคติของนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นที่มีต่อพฤติกรรมรักร่วมเพศ. วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 6(3), 155–165. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDGKKUJ/article/view/50733/41984
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334. https://doi.org/10.1007/BF02310555
Field, A. (2018). Discovering Statistics Using IBM SPSS Statistics (5th ed.). Sage.
Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2019). Multivariate data analysis (8th ed.). Cengage.
Pearson, K. (1895). Note on regression and inheritance in the case of two parents. Proceedings of the Royal Society of London, 58, 240–242.
Schiffman, L. G., & Kanuk, L. L. (2000). Consumer behavior (7th ed.). Prentice Hall.
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). Harper & Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Buddhist Education and Research (JBER)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

