การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด PLEARN เพื่อส่งเสริมทักษะนาฏศิลป์พื้นบ้าน 4 ภาค สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ผู้แต่ง

  • ดุจรวี ปานแม้น มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
  • กุลนาถ พุ่มอำภา มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
  • ชวนิดา สุวานิช มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

คำสำคัญ:

รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด PLEARN; นาฏศิลป์พื้นบ้าน 4 ภาค; ทักษะนาฏศิลป์; นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด PLEARN เพื่อส่งเสริมทักษะนาฏศิลป์พื้นบ้าน 4 ภาค สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบทักษะนาฏศิลป์พื้นบ้าน 4 ภาคของนักเรียนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น การวิจัยเป็นแบบกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลวัดโขดทิมทาราม สังกัดเทศบาลนครระยอง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 90 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มทดลองใช้เครื่องมือ กลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด PLEARN แผนการจัดการเรียนรู้ แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินทักษะนาฏศิลป์พื้นบ้าน 4 ภาค แบบประเมินความพึงพอใจ และแบบประเมินคุณภาพเครื่องมือสำหรับผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความสอดคล้อง ค่า E1/E2 และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 7 ขั้นตอน ได้แก่ Prompt, Learn, Enjoy, Ask, Response, Notice และ Knowledge Sharing มีประสิทธิภาพเท่ากับ 87.50/90.00 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 2) นักเรียนกลุ่มทดลองมีทักษะนาฏศิลป์พื้นบ้าน 4 ภาคหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด แสดงว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด PLEARN สามารถส่งเสริมการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน การมีส่วนร่วม และทักษะนาฏศิลป์พื้นบ้าน 4 ภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

พรหทัย ตัณฑ์จิตานนท์. (2561). การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้แบบเพลิน (PLEARN) ที่มีประสิทธิผลต่อการเสริมสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้และความสามารถด้านการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในประชาคมอาเซียนของเยาวชน. วารสารวิจัยทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 13(2), 82–94.

พรหทัย ตัณฑ์จิตานนท์, กัลยารัตน์ เศวตนันท์, สุภรพรรณ คนเฉียบ, และปณิสา กุระคาน. (2563). การส่งเสริมแรงจูงใจในการเรียนภาษาอังกฤษของผู้เรียนและความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาฝึกประสบการณ์การสอนโดยใช้กลวิธีการจัดการเรียนรู้แบบเพลิน (PLEARN). วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 22(1), 134–146.

พันทิพา อมรฤทธิ์, และพัทธนันท์ บุตรฉุย. (2567). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ “PLEARN” ผ่านพอดคาสต์ในระบบการศึกษาทางไกล. วารสารเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา, 19(26), 105–120.

สุทิวัส ธรรมศิริ. (2566). ผลการจัดการเรียนการสอนแบบเรียนปนเล่นร่วมกับเกมมิฟิเคชันเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านสะกดคำและความสุขในการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 [ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ].

Li, X., & Kangas, M. (2024). A systematic literature review of playful learning in primary education: Teachers’ pedagogical activities. Education 3-13: International Journal of Primary, Elementary and Early Years Education, 1–16. https://doi.org/10.1080/03004279.2024.2416954

Niyibizi, O., Kazinyirako, J. P., Gasigwa, J. B., Mukeshimana, A. M., Singirankabo, J. N., Bintunimana, C., & Mutarutinya, V. (2024). Teachers’ understanding of play-based learning implementation on students’ achievement. Universal Journal of Educational Research, 3(4), 374–385.

Taylor, M. E., & Boyer, W. (2020). Play-based learning: Evidence-based research to improve children’s learning experiences in the kindergarten classroom. Early Childhood Education Journal, 48(2), 127–133. https://doi.org/10.1007/s10643-019-00989-7

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-31

รูปแบบการอ้างอิง

ปานแม้น ด., พุ่มอำภา ก., & สุวานิช ช. (2026). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวคิด PLEARN เพื่อส่งเสริมทักษะนาฏศิลป์พื้นบ้าน 4 ภาค สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. Journal of Buddhist Education and Research (JBER), 12(S1), 1347–1355. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jber/article/view/299283