การพัฒนาโครงสร้างความสัมพันธ์ของเมืองอัจฉริยะเพื่อความเป็นเมืองที่ยั่งยืนของเทศบาลนครขอนแก่น

ผู้แต่ง

  • พระมหาวสันต์ วสนฺตเวที มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, วิทยาเขตขอนแก่น, ประเทศไทย

คำสำคัญ:

การพัฒนาโครงสร้าง; เมืองอัจฉริยะ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยเรื่อง “การพัฒนาโครงสร้างความสัมพันธ์ของเมืองอัจฉริยะเพื่อความเป็นเมืองที่ยั่งยืนของเทศบาลนครขอนแก่น” มีวัตถุประสงค์ การศึกษาศักยภาพพื้นฐานในการเป็นเมืองอัจฉริยะของเทศบาลนครขอนแก่น ศึกษากลไก นโยบายการมีส่วนร่วมในการเป็นเมืองอัจฉริยะของเทศบาลนครขอนแก่น และเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในแต่ละมิติของเทศบาลนครขอนแก่น ระเบียบวิธีวิจัย ได้แก่ การวิจัยแบบผสมผสาน คือ การวิจัยเชิงเอกสาร และ การวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลหลัก ได้แก่ กลุ่มบุคคลที่มีบทบาทสำคัญและเกี่ยวข้องกับแผนพัฒนาขอนแก่น Smart City ทั้งในเชิงของนโยบายและการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ผลการศึกษาวิจัย พบว่า การวิเคราะห์ศักยภาพพื้นฐานในการเป็นเมืองอัจฉริยะของเทศบาลนครขอนแก่น พบว่า ๑) เป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุน ๒) มีการจัดงานกิจกรรมที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงติด ๑ ใน ๓ ของประเทศไทยที่เป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจเมือง ๓) มีสถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชนระดับแนวหน้า ๔) เป็นศูนย์รวมบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ๕) มีสถานกงสุลที่เป็นเมืองแห่งมิตรไมตรีที่ดีต่อกัน ๔ แห่ง ๖) เป็นศูนย์กลางการประชุม/สัมมนา/ฝึกอบรม มีความพร้อมในการรองรับการจัดประชุมสัมมนาในระดับนานาชาติ กลไกนโยบาย กลไกการมีส่วนร่วมในการเป็นเมืองอัจฉริยะของเทศบาลนครขอนแก่น พบว่า กลไกนโยบาย กลไกการมีส่วนร่วมในการเป็นเมืองอัจฉริยะของเทศบาลนครขอนแก่น นำไปสู่การพัฒนารูปแบบการใช้พื้นที่และกิจกรรมด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมจากประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ในพื้นที่ผ่านกลไกการขับเคลื่อน ๒ ด้าน ประกอบด้วย ๑) การสร้างกลไกการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ๒) กลไกการขับเคลื่อนเชิงกระบวนการมีการสร้างแนวร่วมการดำเนินการวิจัย แนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในแต่ละมิติของเทศบาลนครขอนแก่น พบว่า แบ่งออกเป็น ๗ ด้าน ได้แก่ ๑) ด้าน Smart People ๒) Smart Living ๓) ด้าน Smart Education ๔) Smart Economy ๕) Smart Environment ๖) Smart Mobility และ ๗) Smart Governance

เอกสารอ้างอิง

จารุวรรณ ประวันเน. (2563). กระบวนการเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะ: กรณีศึกษาเทศบาลนครขอนแก่น. วารสารการบริหารท้องถิ่น, 13(3), 267–284.

ชูศรี วงศ์รัตนะ. (2560). เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 13). เทพเนรมิตการพิมพ์.

ไชยวัฒน์ รุ่งเรืองศรี. (2550). ระเบียบวิธีวิจัยทางวิทยาศาสตร์สังคม. โอเดียนสโตร์.

ธีระศักดิ์ อุ่นอารมณ์เลิศ. (2549). เครื่องมือวิจัยทางการศึกษา: การสร้างและพัฒนา. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

นรินทร์ พันธ์เขียว. (2552). เกณฑ์การคัดเลือกเครื่องมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมกับการจัดการความรู้. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 8). สุวีริยาสาส์น.

พนิต ภู่จินดา, & ยศพล บุญสม. (2559). แนวคิดการพัฒนาเมืองต้นแบบ. เจ-ดี: วารสารวิชาการ การออกแบบสภาพแวดล้อม, 3(1), 21–43.

พรรณี สวนเพลง. (2552). เทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมสำหรับการจัดการความรู้. ซีเอ็ดยูเคชั่น.

มิยากาวะ ทาดาโอะ. (2550). เศรษฐมิติเบื้องต้น. รู้แจ้ง.

เรวัตร์ ชาตรีวิศิษฏ์. (2550). ทฤษฎีกิจกรรม 5ส ให้สัมฤทธิ์ผลนั้นมาจากคน. สำนักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ.

วีรพจน์ ลือประสิทธิ์ธิกุล. (2540). TQM living handbook: An executive summary (พิมพ์ครั้งที่ 2). บีพีอาร์แอนด์ทีคิวเอ็ม คอนซัลแทนท์.

สุมน อมรวิวัฒน์. (2533). การจัดการเรียนรู้แบบเผชิญสถานการณ์. ห้างหุ้นส่วนจำกัด.

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. (2554). การสำรวจระบบสารสนเทศด้านสุขภาพของโลกสู่การพัฒนาระบบอัจฉริยะประเทศไทย พ.ศ. 2553. โปรแกรมการวิจัยและพัฒนาระบบแพทย์อัจฉริยะ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-31

รูปแบบการอ้างอิง

วสนฺตเวที พ. (2026). การพัฒนาโครงสร้างความสัมพันธ์ของเมืองอัจฉริยะเพื่อความเป็นเมืองที่ยั่งยืนของเทศบาลนครขอนแก่น. Journal of Buddhist Education and Research (JBER), 12(S1), 1356–1364. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jber/article/view/299299