ศึกษาวิเคราะห์คุณค่าประเพณีบุญบั้งไฟ ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์
คำสำคัญ:
คุณค่า, ประเพณีบุญบั้งไฟ, ชาวผู้ไทย, ตำบลบ้านโพนบทคัดย่อ
วิทยานิพนธ์เรื่อง "ศึกษาวิเคราะห์คุณค่าประเพณีบุญบั้งไฟ ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์" มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาแนวคิดทฤษฎีคุณค่าประเพณี 2) เพื่อศึกษาประเพณีบุญบั้งไฟ ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ และ 3) เพื่อวิเคราะห์คุณค่าประเพณีบุญบั้งไฟ ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพแบบผสม ระหว่างการวิจัยเอกสาร (Documentary Research) กับการวิจัยภาคสนาม (Field Research) โดยเก็บข้อมูลภาคสนามด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญที่คัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 15 รูป/คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ พระภิกษุผู้นำจิตวิญญาณ 5 รูป ผู้นำชุมชนและผู้ประกอบการ 5 คน และประชาชนผู้มีส่วนร่วมในประเพณี 5 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการพรรณนาเชิงวิเคราะห์ตามกรอบแนวคิดการวิจัย คือ คุณค่าของประเพณี 5 ด้าน (ด้านจิตใจ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการเมืองการปกครองท้องถิ่น และด้านการสืบทอดประเพณีและวัฒนธรรม) ในแต่ละด้านพิจารณาผ่านคุณค่า 3 ระดับ คือ คุณค่าในตนเอง คุณค่าทางสังคม และคุณค่าสากล ผลการวิจัยพบว่า 1) แนวคิดทฤษฎีคุณค่าประเพณี ประเพณีเป็นแบบแผนความประพฤติที่กลุ่มชนในสังคมยึดถือและสืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นจนเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ส่วนคุณค่าเป็นสิ่งที่มนุษย์และสังคมเห็นว่าพึงปรารถนาและใช้เป็นเกณฑ์กำหนดพฤติกรรมและการดำเนินชีวิต ซึ่งจำแนกได้ 3 ระดับ ได้แก่ คุณค่าในตนเอง คุณค่าทางสังคม และคุณค่าสากล 2) ประเพณีบุญบั้งไฟ ตำบลโพน หรือที่รู้จักในนาม บุญบั้งไฟแพรวา เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทย ซึ่งบูรณาการความเชื่อดั้งเดิมเข้ากับภูมิปัญญาการทอผ้าไหมแพรวาอันเป็นหัวใจทางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน ประเพณีนี้มีพัฒนาการจากพิธีกรรมขอฝนตามความเชื่อเรื่องพญาแถน สู่การเป็นส่วนหนึ่งของบุญประเพณีทางพระพุทธศาสนา และยกระดับสู่การเป็นทุนทางวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ที่ใช้ผ้าไหมแพรวาเป็นสื่อแสดงอัตลักษณ์ของชุมชนในปัจจุบัน 3) คุณค่าประเพณีบุญบั้งไฟ ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ครอบคลุมคุณค่าทางประเพณีทั้ง 5 ด้าน ดังนี้ (1) ด้านจิตใจ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจสร้างศรัทธาและขวัญกำลังใจและเสริมความรู้สึกผูกพันกับบรรพบุรุษและอัตลักษณ์ของชุมชน (2) ด้านเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ภายในชุมชนและกระจายสู่กลุ่มอาชีพต่าง ๆ บนฐานของความสัมพันธ์และน้ำใจ (3) ด้านสังคม เป็นกลไกสร้างความสามัคคี เชื่อมความสัมพันธ์ข้ามรุ่น และรักษาบรรทัดฐานของชุมชนโดยไม่ต้องอาศัยการบังคับ (4) ด้านการเมืองการปกครองท้องถิ่น เป็นเวทีบ่มเพาะผู้นำและฝึกการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของชุมชน และ(5) ด้านการสืบทอดประเพณีและวัฒนธรรม เป็นแหล่งถ่ายทอดภูมิปัญญา ภาษา และลำผญาของชาวผู้ไทยจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งนี้ผู้ให้ข้อมูลสำคัญทั้งสามกลุ่มมีความเห็นสอดคล้องกันต่อคุณค่าของประเพณี อันสะท้อนว่าคุณค่าเหล่านี้ดำรงอยู่จริงและมีรากฐานมั่นคงในวิถีชีวิตของชุมชน
เอกสารอ้างอิง
ดนัย ไชยโยธา. (2538). ลัทธิศาสนาและระบบความเชื่อกับประเพณีนิยมในท้องถิ่น. โอเดียนสโตร์.
พระพีระพงษ์ พิชาลี, & ชุลีรัตน์ เจริญพร. (2561). อัตลักษณ์ของประเพณีบุญเดือนหก (บุญบั้งไฟ): กรณีศึกษาตำบลบ้านถ่อน อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย. ใน การประชุมนำเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา ครั้งที่ 13 ปีการศึกษา 2561 (น. 2294–2303). บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรังสิต.
พิกุล มีมานะ, สัญญา เคณาภูมิ, & สนุก สิงห์มาตร. (2566). การรับรู้เกี่ยวกับการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร. วารสารบัณฑิตสาเกตปริทรรศน์, 8(2), 12–23.
ยศวดี ตนะดิลก. (2558). การผลิตซ้ำทางวัฒนธรรมของ “บุญบั้งไฟ”: กรณีศึกษางานประเพณีบุญบั้งไฟอำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่].
รัชชัย ขยันทำ. (2561). วัฒนธรรมความเชื่อที่มีต่อประเพณีบั้งไฟของคนอีสาน. วารสารปรัชญาปริทรรศน์, 23(2), 89–99.
วิภาษณ์ เทศน์ธรรม, พระมหาจิรายุทธ ปโยโค, & พีรพงษ์ แสนสิ่ง. (2564). การสร้างและพัฒนาสื่อนวัตกรรมเพื่อสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟ. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 6(12), 168–184.
สมปราชญ์ อัมมะพันธุ์. (2536). ประเพณีและพิธีกรรมในวรรณคดีไทย. โอเดียนสโตร์.
อาทิตย์ คำหงษ์ศา. (2559). แนวโน้มของดนตรีผู้ไทยในประเพณีบุญบั้งไฟ อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ [รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
อุดม บัวศรี. (2546). วัฒนธรรมอีสาน. คลังนานาวิทยา.
Museum Thailand. (2567). ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทย ผ้าไหมแพรวาบ้านโพน. https://www.museumthailand.com/th/museum/Phu-Thai-Museum
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

