การพัฒนารูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู ด้านการอ่านคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน ตามแนวคิดโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1

Development of Supervision Model to Promote Teachers' Active Learning Skills in Enhancing Students' Critical Reading Ability Based on School as Learning Community at Roi Et Primary Educational Service Area Office 1

ผู้แต่ง

  • วลัยพร อ่อนพฤกษ์ภูมิ walaiporn Onprukpoom สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 Roiet Primary Educational Service Area Office 1

คำสำคัญ:

รูปแบบการนิเทศ; โรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้; การจัดการเรียนรู้เชิงรุก; ทักษะการอ่านคิด วิเคราะห์ของผู้เรียน

บทคัดย่อ

     การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบัน และความต้องการได้รับการนิเทศที่ส่งเสริมทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู ด้านการอ่านคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน ตามแนวคิดโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู ด้านการอ่านคิดวิเคราะห์ของผู้เรียนตามแนวคิดโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู ด้านการอ่านคิดวิเคราะห์ของผู้เรียนตามแนวคิดโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 และ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู  ด้านการอ่านคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน ตามแนวคิดโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย ครูผู้สอนในระดับประถมศึกษา จำนวน 44 คน จาก 7 โรงเรียน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และนักเรียนในโรงเรียนที่กำลังศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษา ปีการศึกษา 2566 จำนวน 263 คน ซึ่งเป็นนักเรียนที่ได้เรียนรู้กับครูในกลุ่มขยายผลในโครงการโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 และเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1. รูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู ด้านการอ่านคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน ตามแนวคิดโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 ซึ่งมี 5 องค์ประกอบ ดังนี้
1) หลักการของรูปแบบ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) ขั้นตอนของรูปแบบ 5 ขั้นตอน 4) เงื่อนไขสำคัญในการนำรูปแบบไปใช้ และ 5) การวัดและประเมินผลของรูปแบบ 2. คู่มือการใช้รูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู ด้านการอ่านคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน ตามแนวคิดโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา
     ผลการวิจัยพบว่า
    1. รูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู ด้านการอ่านคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน ตามแนวคิดโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 ประกอบด้วย หลักการของรูปแบบ วัตถุประสงค์ของรูปแบบ เงื่อนไขสำคัญในการนำรูปแบบไปใช้การวัดและประเมินผลและกระบวนการ 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 (Focus) วิเคราะห์และตั้งเป้าหมายร่วมกัน ขั้นที่ 2 (Inform) การให้ความรู้ ขั้นที่ 3 (ReflectiveSupervision) การนิเทศแบบชี้แนะสะท้อนคิด ขั้นที่ 4 (Stimulate) การกระตุ้นให้เกิดการทำงานและขั้นที่ 5 (Total reflection) สรุปประเด็น สะท้อนผลและเผยแพร่ผลงาน 
     2. การประเมินประสิทธิผลของรูปแบบ พบว่า 1) ความรู้ ความเข้าใจของครูผู้สอนด้านการออกแบบและสร้างนวัตกรรม ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกหลังการนิเทศ ( equation = 35.65, S.D.= 2.56) สูงกว่าก่อนได้รับการนิเทศ ( equation = 22.47, S.D.= 3.18) แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ความสามารถของครูด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก อยู่ในระดับมาก ( equation = 4.25, S.D. = 0.62) 3) ด้านทักษะกระบวนการการจัดการเรียนรู้เชิงรุก อยู่ในระดับมาก ( equation = 4.18, S.D. = 0.57) 4) ความคิดเห็นของครูที่มีต่อรูปแบบนิเทศอยู่ในระดับมาก ( equation = 4.52, S.D. = 0.48) 5) พัฒนาการด้านการอ่านคิดวิเคราะห์ของผู้เรียนอยู่ในระดับมาก ( equation= 4.38, S.D. = 0.53 

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กระทรวงศึกษาธิการ.

นันทกา วารินิน. (2557). การพัฒนารูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนมาตรฐานสากล .[วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.

ไพฑูรย์ สินลารัตน์ และคณะ. (2560). การศึกษาไทย 4.0 เป็นยิ่งกว่าการศึกษา. โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ภัณฑิรา สุปการ. (2558). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการการนิเทศการศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21.[วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

วัชรา เล่าเรียนดี. (2556). รูปแบบและกลยุทธ์การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิด (พิมพ์ครั้งที่ 10). โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.

วิรัลพัชร นิลแก้วบวรวิชญ์. (2563). การพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สงัด อุทรานันท์. (2530). การนิเทศการศึกษา: หลักการ ทฤษฎี และปฏิบัติ (พิมพ์ครั้งที่ 2). โรงพิมพ์มิตรสยาม.

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. (2565). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2564. สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2550). แนวทางการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาให้คณะกรรมการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา พ.ศ. 2550. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1. (2565). รายงานผลการนิเทศติดตามการจัดการเรียนการสอนด้านการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน ปีการศึกษา 2565. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1. (2566). แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2570. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

ถนอมพร เลาหจรัสแสง. (2556). การเรียนรู้ในยุคสมัยหน้า: ตอนรับบทบาทของโลกยุคดิจิทัล. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

Sato, M. (2012). Reforming schools: Models of teaching, learning, and community. Iwanami.

Sergiovanni, T. J. (1994). Building community in schools. Jossey-Bass.

Stigler, J. W., & Hiebert, J. (1999). The teaching gap: Best ideas from the world's teachers for improving education in the classroom. Free Press.

Sullivan, S., & Glanz, J. (2013). Supervision that improves teaching and learning: Strategies and techniques (4th ed.). Corwin Press.

Takahashi, A., & McDougal, T. (2016). Collaborative lesson research: Maximizing the impact of lesson study. ZDM Mathematics Education, 48(4), 513-526.

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-07-14

รูปแบบการอ้างอิง

วลัยพร อ่อนพฤกษ์ภูมิ walaiporn Onprukpoom. (2025). การพัฒนารูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู ด้านการอ่านคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน ตามแนวคิดโรงเรียนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1: Development of Supervision Model to Promote Teachers’ Active Learning Skills in Enhancing Students’ Critical Reading Ability Based on School as Learning Community at Roi Et Primary Educational Service Area Office 1. วารสารการวิจัยการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 5(1). สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/obecresearch/article/view/282862

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัยการศึกษา

หมวดหมู่