การถ่ายทอดรูปแบบและกระบวนการแก้ไขปัญหาอธิกรณ์แบบบูรณาการของคณะสงฆ์ในจังหวัดสุรินทร์

ผู้แต่ง

  • พระมหายุทธพิชาญ โยธสาสโน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์
  • พระใบฎีกาวิชาญ วิสุทฺโธ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์
  • วัชรากรณ์ อนุพันธ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์
  • พระครูปริยัติวิสุทธิคุณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์
  • พระปลัดกิตติ ยุตฺติธโร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์
  • เกษศิรินทร์ ปัญญาเอก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์

คำสำคัญ:

คณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์, ธรรมวินัย, บทบัญญัติและกฎหมาย, พระวินยาธิการ, การแก้ไขปัญหาอธิกรณ์

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง “การถ่ายทอดรูปแบบและกระบวนการการแก้ไขปัญหาอธิกรณ์ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา” มี 3 วัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อทบทวนองค์ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบและกระบวนการแก้ไขปัญหาอธิกรณ์แบบบูรณาการของคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์ 2) เพื่อถ่ายทอดรูปแบบการแก้ไขปัญหาอธิกรณ์แบบบูรณาการของคณะสงฆ์ในจังหวัดสุรินทร์ และ 3) เพื่อถ่ายทอดกระบวนการแก้ไขปัญหาอธิกรณ์แบบบูรณาการของคณะสงฆ์ในจังหวัดสุรินทร์รูปแบบการวิจัยนี้ เป็นการการวิจัยผสมผสานวิธี ระหว่าง (1) การวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การวิเคราะห์ สังเคราะห์เนื้อหาจากเอกสารวิชาการ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์เชิงลึกแล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์ สรุปเขียนบรรยายเชิงพรรณนากับ (2) การวิจัยแบบ R&D เพื่อหาแนวทางการออกแบบการวิจัยและพัฒนา การนำเสนอข้อมูลจะอยู่ในลักษณะการพรรณนาความ
ผลการวิจัยพบว่า
1) การทบทวนองค์ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบและกระบวนการแก้ไขปัญหาอธิกรณ์แบบบูรณาการของคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์ พบว่า พระสงฆ์ฝ่ายปกครองและพระวินยาธิการมีความรู้ด้านพระธรรมวินัยเป็นอย่างดี แต่ยังขาดความรู้ด้านกฎหมายและความเข้าใจในบทบาทของหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งมีข้อจำกัดในการประสานงานเมื่อเกิดข้อพิพาท ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาขาดประสิทธิภาพและไม่ทันท่วงที ดังนั้น การเสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายและการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาอธิกรณ์มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น
2) การถ่ายทอดรูปแบบการแก้ไขปัญหาอธิกรณ์แบบบูรณาการของคณะสงฆ์ในจังหวัดสุรินทร์ พบว่า ภาพโดยรวมอยู่ในระดับมาก (𝑥̄ = 4.17, S.D. = 0.56) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า โดยเรียงลำดับคะแนนเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านความเหมาะสม โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̄ = 4.25, S.D. = 0.57) ด้านความเป็นไปได้ในการปฏิบัติ โดยรวมอยู่ในระดับมาก (𝑥̄ = 4.20, S.D. = 0.60) ด้านการนำไปใช้ประโยชน์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก (𝑥̄ = 4.20, S.D. = 0.50) ด้านความถูกต้อง โดยรวมอยู่ในระดับมาก (𝑥̄ = 4.04, S.D. = 0.58)
3) การถ่ายทอดกระบวนการแก้ไขปัญหาอธิกรณ์แบบบูรณาการของคณะสงฆ์ในจังหวัดสุรินทร์รูปแบบการวิจัยนี้ พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̄ = 4.41, S.D. = 0.49) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า โดยเรียงลำดับคะแนนเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านความเหมาะสม โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̄ = 4.46, S.D. = 0.50) ด้านความเป็นไปได้ในการปฏิบัติ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̄ = 4.42, S.D. = 0.49) ด้านความถูกต้อง โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̄ = 4.41) S.D. = 0.49) ด้านการนำไปใช้ประโยชน์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̄= 4.38, S.D. = 0.48)

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

จำนงค์ ทองประเสริ, การขาดจากสมณเพศของพระเถระที่ถูกจับกุม, สืบค้นเมื่อ 28 กรกฎาคม 2565. จาก http://dhamma.serichon.us/2019/09/12/

ธวัช หนูคำ. (2541). ปัญหาการดำเนินคดีอาญากับพระภิกษุสงฆ์ไทย. (วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์). บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ปวินี ไพรทอง. (2560). บทสันนิษฐานความรับผิดทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล, (ดุษฎีนิพนธ์นิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์), คณะนิติศาสตร์: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.

พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2546). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์, พิมพ์ครั้งที่ 10, กรุงเทพฯ: บริษัท เอส อาร์. พริ้นติ้ง แมส โปรดักส์ จำกัด.

พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองดี). (2561). พระวินัยบัญญัติ. กรุงเทพฯ: รุ่งศิลป์การพิมพ์.

พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี. (2546). ศึกษาบทบาทในการรักษาพระธรรมวินัยของพระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต): ศึกษาเฉพาะกรณีธรรมกาย.

(วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระมหาสกล สุภรเมธี (เดินชาบัน), พระมหาวันดี กนฺตวีโร (ปะวะสี). (2560). ศีล 5 พื้นฐานความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์. วารสารวิชาการธรรมทัศน์, 17(1), 169-178.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชทยาลัย. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

วิจารณ์ พาณิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: แผนพัฒนาจิต เพื่อสุขภาพมูลนิธิสดศรี – สฤษดิ์วงศ์.

วิจารณ์ พานิช, (2551). “การจัดการความรู้ ฉบับนักปฏิบัติ”. สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.), กรุงเทพฯ: สุขภาพใจ.

เสวก สุบรรณเกตุ. (2540). บทบัญญัติในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ซึ่งเป็นอุปสรรคในการ บริหารคณะสงฆ์ (พ.ศ. 2505 – 2535). (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ไทย). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ไสว จิตเพียร. (2543). กระบวนการยุติธรรมของคณะสงฆ์ไทย: ศึกษากรณีปัญหาองค์กรทางตุลาการ และวิธีพิจารณาความอธิกรณ์ตามพระราช

บัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505. (วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

อภิรัตน์ เพ็ชรศิริ. (2529). สิทธิมนุษยชนและกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในประเทศไทย, กรุงเทพฯ: เจริญวิทยการพิมพ์.

sdgmove.com, SDG Vocab | 51 – Rule of Law – หลักนิติธรรม, สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2565. จาก https://www.sdgmove.com/2021/08/24/sdg-vocab-51-rule-of-law/

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-06

รูปแบบการอ้างอิง

โยธสาสโน พ., วิสุทฺโธ พ., อนุพันธ์ ว., พระครูปริยัติวิสุทธิคุณ, ยุตฺติธโร พ., & ปัญญาเอก เ. (2026). การถ่ายทอดรูปแบบและกระบวนการแก้ไขปัญหาอธิกรณ์แบบบูรณาการของคณะสงฆ์ในจังหวัดสุรินทร์. วารสารวนัมฎองแหรกพุทธศาสตรปริทรรศน์, 13(2), 111–126. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/Vanam_434/article/view/285713

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย