ชื่ออังกฤษ: Journal of Buddhist Studies Vanam Dongrak
ชื่อไทย: วารสารวนัมฎองแหรกพุทธศาสตรปริทรรศน์
ชื่อย่อวารสารสำหรับการอ้างอิง: JBSVD
ISSN (Print): 2465-3683
ISSN (Online): 2730-3098
ประเภทบทความ:
- บทความวิจัย (Research Article)
- บทความวิชาการ (Academic Article)
- บทวิจารณ์หนังสือ (Book Review)
ภาษา: ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
ค่าตีพิมพ์: ค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์เผยแพร่ จำนวน 3,500 บาท/บทความ
วาระการออกปีละ 2 ฉบับ
- ฉบับที่ 1 ประจำเดือนมกราคม - มิถุนายน (January – June)
- ฉบับที่ 2 ประจำเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม (July – December)
ประเมินคุณภาพ: ผู้ประเมินอย่างน้อย 3 ท่าน แบบ Double-Blind Peer Review
ข้อมูลสำหรับบรรณารักษ์
คำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์บทความ
คลิ๊ก (คำแนะสำหรับผู้นิพนธ์)
1. สถานที่ติดต่อเกี่ยวกับบทความ
บัณฑิตศึกษา ห้อง 412 ชั้น 1 อาคารพระพรหมบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ 305 หมู่ 8 ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 32000
รศ.ดร.ทวีศักดิ์ ทองทิพย์ บรรณาธิการ โทร.08-1725-8693
อ. ดร.ธนรัฐ สะอาดเอี่ยม รองบรรณาธิการ โทร.086-4654195
พระปลัดกิตติ ยุตฺติธโร, ผศ.ดร. ผู้ช่วยบรรณาธิการ โทร.087-9542055
อ. ดร.ภัฏชวัชร์ สุขเสน ผู้ช่วยบรรณาธิการ โทร.093-3845583
2. ขอบเขตวารสาร ประเภท การส่ง ตรวจสอบ การเตรียม และการคัดเลือกบทความ
วารสารวนัมฎองแหรกพุทธศาสตรปริทรรศน์ มีขอบเขตวารสาร ประเภท การส่ง ตรวจสอบ การเตรียม และการคัดเลือกบทความตีพิมพ์ในวารสาร ดังนี้
2.1 ขอบเขตวารสาร
วารสารวนัมฎองแหรกพุทธศาสตรปริทรรศน์ เป็นวารสารวิชาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยเน้นองค์ความรู้ในมิติศาสนา ปรัชญา การศึกษา สังคมวิทยา รัฐศาสตร์ และมานุษยวิทยา
2.2 ประเภทบทความ
วารสารวนัมฎองแหรกพุทธศาสตรปริทรรศน์ ตีพิมพ์บทความประเภทต่างๆ ดังนี้
1) บทความวิจัย (Research Article) ได้แก่ บทความที่เขียนขึ้นเป็นผลงานที่ได้จากการทำวิจัย ซึ่งไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดๆ มาก่อน รูปแบบบทความวิจัยโดยทั่วไปประกอบด้วย ชื่อบทความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ชื่อผู้เขียนบทความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หน่วยงานต้นสังกัด บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ คำสำคัญภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บทนำ วัตถุประสงค์ของการวิจัย วิธีดำเนินการวิจัย ผลของการวิจัย อภิปรายผลการวิจัย สรุปผลการวิจัย ข้อเสนอแนะ และเอกสารอ้างอิง
2) บทความวิชาการ (Academic Article) ได้แก่ บทความที่เสนอเนื้อหาความรู้ ลักษณะวิเคราะห์ วิจารณ์ โดยใช้แนวคิด ทฤษฎี หรือนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ เพื่อเป็นความรู้สำหรับผู้สนใจทั่วไป ซึ่งไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดๆ มาก่อน รูปแบบบทความวิชาการโดยทั่วไปประกอบด้วย ชื่อบทความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ชื่อผู้เขียนบทความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หน่วยงานต้นสังกัด บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ คำสำคัญภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บทนำ เนื้อหา สรุป และเอกสารอ้างอิง
3) บทความในลักษณะอื่น เช่น
(1) บทความพิเศษ (Special Article) ได้แก่ บทความที่นำเสนอเนื้อหาความรู้วิชาการ อย่างเข้มข้น และผ่านการอ่านและการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชานั้นๆ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักวิชาการในวงการวิชาการหรือวิชาชีพ
(2) บทวิจารณ์หนังสือ (Book Review) การเขียนบทวิจารณ์หนังสือ คือ การค้นหาจุดเด่นและจุดอ่อนของหนังสือเรื่องที่จะวิจารณ์ชี้ให้เห็นจุดอ่อน พร้อมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขให้เป็นจุดเด่นขึ้นมา เป็นการวิจารณ์เพื่อสร้างสรรค์
(3) บทความปริทรรศน์ (Review Article) ได้แก่ บทความที่รวบรวมความรู้จากตำรา หนังสือ วารสาร จากผลงานหรือประสบการณ์ ของผู้นิพนธ์มาเรียบเรียงขึ้น โดยมีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจารณ์เปรียบเทียบกัน
(4) บทความปกิณกะ (Miscellany Article) ได้แก่ บทความทบทวนความรู้ เรื่องแปล ย่อความจากวารสารต่างประเทศ การแสดงความคิดเห็น วิจารณ์ แนะนำเครื่องมือใหม่ ตำราหรือหนังสือใหม่ที่น่าสนใจ หรือข่าวการประชุมทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติ เป็นต้น สำหรับรูปแบบบทความในลักษณะอื่นโดยทั่วไปมักใช้เช่นเดียวกับบทความวิชาการ
2.3 การส่งบทความ
บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารวนัมฎองแหรกพุทธศาสตรปริทรรศน์ ของบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ ต้องผ่านระบบลงทะเบียนออนไลน์ Website: https://so06.tci-thaijo.org/index.php/Vanam_434 และรอการตรวจสอบจากกองบรรณาธิการ
2.4 การตรวจสอบบทความและพิสูจน์อักษร
ผู้นิพนธ์เตรียมบทความให้ถูกต้องตามรูปแบบที่วารสารกำหนด ตลอดจนตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา ทั้งพิสูจน์อักษรก่อนส่งบทความให้กับบรรณาธิการ การเตรียมบทความให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของวารสารจะทำให้การพิจารณาตีพิมพ์มีความรวดเร็ว และกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่พิจารณาบทความจนกว่าผู้นิพนธ์บทความจะแก้ไขให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของวารสาร
2.5 การเตรียมบทความ
บทความใช้แบบอักษร (font) ชนิดไทยสารบรรณ (TH Sarabun PSK) ขนาดอักษร 16 จัดกั้นหลังตรง สำหรับบทความภาษาอังกฤษให้ใช้แบบอักษร Time Ex Roman ขนาดอักษร 12 และมีระยะห่างระหว่างบรรทัดหนึ่งช่อง (double spacing) ตลอดเอกสาร พิมพ์หน้าเดียวลงบนกระดาษ (A4) พิมพ์ให้ห่างจากขอบกระดาษด้านบนและด้านซ้าย ขนาด 3.81 ซม., ขอบด้านขวาและด้านล่าง ขนาด 2.54 ซม. พร้อมใส่หมายเลขหน้าทางมุมขวาบนทุกหน้า บทความมีความยาวไม่เกิน 15 หน้า กระดาษพิมพ์ (A4) โดยนับรวมภาพประกอบและตาราง
2.6 การคัดเลือกบทความ
บทความแต่ละบทความจะได้รับพิจารณาจากคณะกรรมการกลั่นกรองบทความวารสาร (Peer Review) 3 รูป/คน ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง และได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการก่อนตีพิมพ์ โดยผู้พิจารณาบทความไม่ทราบชื่อหรือข้อมูลของผู้นิพนธ์บทความ และผู้นิพนธ์บทความไม่ทราบชื่อผู้พิจารณาบทความ (Double - blind peer review)
ทั้งนี้ ทางวารสารได้กำหนดตรวจสอบความซ้ำของผลงานทุกประเภท ด้วยโปรแกรม CopyCat เว็บ Thaijo และโปรแกรมอักขราวิสุทธิ์ระบบตรวจสอบการลอกเลียนวรรณกรรมทางวิชาการ โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้ง 3 รายการในระดับ ไม่เกิน 25%
3. รูปแบบบทความ
3.1 รูปแบบบทความวิจัย
รูปแบบบทความวิจัยประกอบด้วย ชื่อบทความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ชื่อผู้เขียนบทความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หน่วยงานต้นสังกัด บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ คำสำคัญภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บทนำ วัตถุประสงค์ของการวิจัย วิธีดำเนินการวิจัย ผลของการวิจัย อภิปรายผลการวิจัย สรุปผลการวิจัย ข้อเสนอแนะ และเอกสารอ้างอิง ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
3.1.1 ชื่อบทความ (Title) ให้เขียนชื่อของบทความทั้งภาษาไทย (TH Sarabun PSK ขนาด 20 pt. ตัวหนา จัดกึ่งกลาง) และภาษาอังกฤษ ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด (TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt. ตัวหนา จัดกึ่งกลาง) พิมพ์ไว้หน้าแรก
3.1.2 ชื่อผู้เขียน หน่วยงานสังกัด และE-mail:
(1) ชื่อผู้นิพนธ์ (Name and Surname of Author) ให้เขียนชื่อผู้นิพนธ์บทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (TH Sarabun PSK ขนาด 14 pt. ชิดขอบด้านขวา)
(2) หน่วยงานต้นสังกัด (Author Affiliation) ให้ระบุสังกัดผู้นิพนธ์ทั้งภาษาไทยและแปลเป็นภาษาอังกฤษ (TH Sarabun PSK ขนาด 14 pt. ชิดขอบด้านขวา)
(3) E-mail -ของผู้ประพันธ์อันแรก (Fist Author, E-mail: และอีเมล์ของผู้ประพันธ์บรรณกิจ (Corresponding Author, E-mail) (TH Sarabun PSK ขนาด 14 pt. ชิดขอบด้านขวา)
ทั้ง 3 รายการให้จัดชิดขอบขวา ในกรณีที่มีผู้เขียนมากกว่า 1 ราย ให้ใส่ตัวเลขเป็นตัวยก ท้ายชื่อผู้เขียน และชื่อหน่วยงานสังกัดให้ตรงกัน ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ในกรณีที่บทความเป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์หรือหลักสูตรการศึกษา โปรดระบุชื่อหลักสูตรและสถาบันการศึกษาให้ชัดเจน
ตัวอย่าง
(1) กรณีผู้ประพันธ์ 1 คน
(2) กรณีผู้ประพันธ์ 2 คน

(3) กรณีผู้ประพันธ์ 3 คนขึ้นไป

3.1.3 บทคัดย่อ (Abstract) บทคัดย่อมีความยาวไม่เกิน 350 คำ โดยแยกต่างหากจากเนื้อเรื่อง ต้องมีบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เขียนให้ได้ใจความทั้งหมด บทคัดย่อของบทความไม่ต้องอ้างอิงเอกสาร รูปภาพ หรือตาราง ให้มีเนื้อหาเขียนไว้ในบทคัดย่อที่สำคัญเพียง 3 ส่วน คือ วัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการวิจัย และผลการวิจัย เท่านั้น (หัวข้อ TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt, ตัวหน้าชิดซ้าย, ส่วนเนื้อหา ขนาด 16 pt. ตัวธรรมดา, กระจายแบบไทย)
3.1.4 คำสำคัญ (Keywords) คือ คำที่เขียนขึ้นให้ครอบคลุมชื่อเรื่องที่ศึกษา ปรากฏอยู่ในส่วนท้ายของบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แต่ละคำเขียนคั่นด้วยเครื่องหมายอัฒภาค (Comma) (,) ควรมีคำสำคัญไม่เกิน 5 คำ (หัวข้อ TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt, ตัวหน้าชิดซ้าย, ส่วนเนื้อหา ขนาด 16 pt. ตัวธรรมดา, กระจายแบบไทย)
3.1.5 บทนำ (Introduction) ข้อเขียนเบื้องต้นที่นำเข้าสู่เนื้อหา เขียนให้เห็นประเด็นความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาวิจัยว่ามีภูมิหลังอย่างไร ปัญหาดังกล่าวมีผู้เสนอแนวคิด ทฤษฎี ไว้อย่างไร มีประเด็นใดที่ยังมิได้คำตอบ หากวิจัยเรื่องนี้แล้วคาดว่าจะได้คำตอบปัญหานี้อย่างไร เขียนให้ชัดเจน มีข้อมูลที่เป็นเอกสารและรายงานการวิจัยที่เกี่ยวข้องสนับนุนความเห็นได้อย่างสมเหตุสมผล (หัวข้อ TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt, ตัวหน้า ชิดซ้าย, ส่วนเนื้อหา ขนาด 16 pt. ตัวธรรมดา, กระจายแบบไทย)
3.1.6 วัตถุประสงค์การวิจัย (Research Objectives) เป็นการกำหนดวัตถุประสงค์ หรือจุดมุ่งหมายของการวิจัย เพื่อใช้เป็นแนวทางการวิเคราะห์ข้อมูลและนำเสนอผลการวิจัยได้อย่างชัดเจน ควรเขียนแยกกันให้เห็นเป็นข้อ ๆ (หัวข้อ TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt, ตัวหน้า ชิดซ้าย, ส่วนเนื้อหา ขนาด 16 pt. ตัวธรรมดา, กระจายแบบไทย)
3.1.7 การทบทวนวรรณกรรม (Literature Review) เป็นการรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง และแนวคิดเกี่ยวข้องกับหัวข้องที่สนใจ จากงานวิจัย บทความ หรือหนังสือที่ตีพิมพ์มาก่อนหน้า เพื่อนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ และนำเสนอในมุมมองของผู้นิพนธ์ พร้อมระบุแหล่งที่มาอ้างอิงที่มีความน่าเชื่อถือและถูกต้อง (หัวข้อ TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt, ตัวหน้า ชิดซ้าย, ส่วนเนื้อหา ขนาด 16 pt. ตัวธรรมดา, กระจายแบบไทย)
3.1.8 กรอบแนวคิดการวิจัย (Conceptual Framework) (ถ้ามี) เป็นการบอกทิศทางในการศึกษาค้นคว้า เป็นโครงสร้างที่แสดงให้เห็นภาพรวมของงานวิจัยได้อย่างชัดเจน และเป็นประโยชน์ในการวางแผนการวิจัยและงานนิพนธ์ (หัวข้อ TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt, ตัวหน้า ชิดซ้าย, ส่วนเนื้อหา ขนาด 16 pt. ตัวธรรมดา, กระจายแบบไทย)
3.1.7 วิธีดำเนินการวิจัย (Research Methodology) เป็นการกำหนด รูปแบบการวิจัย ประชากรหรือกลุ่มตัวอย่าง (วิจัยเชิงปริมาณ) กลุ่มเป้าหมายหรือผู้ให้ข้อมูลหลัก (วิจัยเชิงคุณภาพ) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่นำมาใช้วิเคราะห์ข้อมูล (ถ้ามี) แต่ละประเด็นมีรายละเอียดชัดเจน (หัวข้อ TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt, ตัวหน้า ชิดซ้าย, ส่วนเนื้อหา ขนาด 16 pt. ตัวธรรมดา, กระจายแบบไทย)
3.1.8 ผลการวิจัย (Research Results) เป็นการนำเสนอผลที่พบตามวัตถุประสงค์การวิจัยตามลำดับอย่างชัดเจน ในการนำเสนอผลการวิจัย อาจใช้ภาพถ่าย ตาราง กราฟ หรือแผนภูมิประกอบได้ (หัวข้อ TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt, ตัวหน้า ชิดซ้าย, ส่วนเนื้อหา ขนาด 16 pt. ตัวธรรมดา, กระจายแบบไทย)
3.1.9 อภิปรายผลการวิจัย (Research Discussion) เป็นการอภิปรายผลการวิจัยเข้ากับหลักแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง นำข้อค้นพบการวิจัยมาอภิปรายเพื่อเชื่อมโยงกับประเด็นปัญหาการวิจัย หรือทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ เพื่อเป็นแนวทางที่จะนำไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ (หัวข้อ TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt, ตัวหน้า ชิดซ้าย, ส่วนเนื้อหา ขนาด 16 pt. ตัวธรรมดา, กระจายแบบไทย)
3.10 องค์ความรู้ใหม่จากการวิจัย (New Body of Knowledge) (ถ้ามี) ระบุองค์ความรู้อันเป็นผลสัมฤทธิ์ที่ได้จากการสังเคราะห์หลักการ วิธีการ ในลักษณะความเรียง แผนภาพ แผนภูมิ หรือผังมโนทัศน์ เพื่อให้ได้ความรู้ที่ได้จากการวิจัยนั้น (หัวข้อ TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt, ตัวหน้า ชิดซ้าย, ส่วนเนื้อหา ขนาด 16 pt. ตัวธรรมดา, กระจายแบบไทย)
3.11 สรุป (Conclusion) ระบุข้อสรุปที่สำคัญ และข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้และประเด็นสำหรับการวิจัยต่อไป ทั้งนี้ ให้เขียนเป็นความเรียง ไม่ใส่เลขหรือข้อมาตรา ไม่เอียง ไม่หนา ไม่แทรกภาพโมเดล (ไม่ต้องแทรกอ้างอิง) (หัวข้อ TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt, ตัวหน้า ชิดซ้าย, ส่วนเนื้อหา ขนาด 16 pt. ตัวธรรมดา, กระจายแบบไทย)
3.12 ข้อเสนอแนะ (Suggestion) การแนะแนวการนำผลการวิจัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์ผู้นิพนธ์ควรเขียนให้ได้ทั้ง 3 ประเด็น คือ 1) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 2) ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ และ 3) ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไป (หัวข้อ TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt, ตัวหน้า ชิดซ้าย, ส่วนเนื้อหา ขนาด 16 pt. ตัวธรรมดา, กระจายแบบไทย)
3.13 กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgement) (ถ้ามี) การแสดงความขอบคุณต่อผู้ทุนวิจัย อาจารย์ที่ปรึกษา หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (หัวข้อ TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt, ตัวหน้า ชิดซ้าย, ส่วนเนื้อหา ขนาด 16 pt. ตัวธรรมดา, กระจายแบบไทย)
3.14 เอกสารอ้างอิง (References) ใช้การอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา (In-Text Citation) ตามหลักเกณฑ์ APA (American Psychological Association) เป็นการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อความไว้ในเครื่องหมาย วงเล็บ ( ) แทรกในเนื้อหา ซึ่งมีรูปแบบการเขียนอ้างอิงที่นิยมแพร่หลาย โดยมีกฎเกณฑ์การอ้างอิงที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้มีความชัดเจนในการลงรายการงานเขียนต่างๆ ที่ง่าย ทันสมัย ถูกต้อง การอ้างอิงเอกสารที่เป็นภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศที่มิใช่ภาษาอังกฤษ ให้ผู้นิพนธ์บทความแปลเป็นภาษาอังกฤษอย่างถูกต้อง เป็นรูปแบบเดียวกัน และเรียงลำดับตามตัวอักษร A-Z (ห้ามอ้างอิง References ที่ไม่ปรากฏการอ้างอิงในเนื้อหาบทความ) (ห้ามอ้างอิง References ที่ไม่ปรากฏในเนื้อหาบทความ) (หัวข้อ TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt, ตัวหน้า ชิดซ้าย, ส่วนเนื้อหา ขนาด 16 pt. ตัวธรรมดา, กระจายแบบไทย)
3.2 รูปแบบบทความวิชาการ และบทความลักษณะอื่น
รูปแบบบทความวิชาการโดยทั่วไปประกอบด้วย ชื่อบทความภาษาไทยและภาษาอังกฤษชื่อผู้นิพนธ์บทความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หน่วยงานต้นสังกัด บทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ คำสำคัญภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บทนำ เนื้อหา สรุป และเอกสารอ้างอิง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
3.2.1 ชื่อบทความ (Title) ให้เขียนชื่อของบทความทั้งภาษาไทย (TH Sarabun PSK ขนาด 20 pt. ตัวหนา จัดกึ่งกลาง) และภาษาอังกฤษ ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด (TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt. ตัวหนา จัดกึ่งกลาง) พิมพ์ไว้หน้าแรก
3.2.2 ชื่อผู้เขียน หน่วยงานสังกัด และ E-mail: ให้ใช้ตาม 3.1.1-3.1.2 โดยอนุโลม (TH Sarabun PSK ขนาด 14 pt. ชิดขอบด้านขวา)
3.2.3 บทนำ (Introduction) ข้อเขียนเบื้องต้นที่นำเข้าสู่เนื้อหา เป็นส่วนกล่าวนำ โดยอาศัยการทบทวนข้อมูลจากเอกสาร รายงานวิจัย และหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบทความในเรื่องนี้ และกล่าวถึงเหตุผลหรือความสำคัญของปัญหาที่ต้องการนำเสนอให้ผู้อ่านได้รับทราบ เขียนให้ชัดเจน โดยนำข้อมูลที่เป็นเอกสารและรายงานการวิจัยที่เกี่ยวข้องมาสนับนุนความเห็นได้อย่างสมเหตุสมผล (หัวข้อ TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt, ตัวหน้า ชิดซ้าย, ส่วนเนื้อหา ขนาด 16 pt. ตัวธรรมดา, กระจายแบบไทย)
2.2.4 เนื้อหา (Content) คือ ส่วนเป็นเรื่องราวหรือเนื้อหาที่ผู้นิพนธ์บทความต้องการนำเสนอให้ผู้อ่านได้รับทราบ เนื้อหาที่ดีต้องมีการกำหนดประเด็นและรายละเอียดชัดเจน น่าสนใจ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสมรรถภาพทางความคิดของผู้นิพนธ์บทความเป็นสำคัญ (หัวข้อ TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt, ตัวหน้า ชิดซ้าย, ส่วนเนื้อหา ขนาด 16 pt. ตัวธรรมดา, กระจายแบบไทย)
3.2.5 องค์ความรู้ใหม่ (New Body of Knowledge) ระบุองค์ความรู้อันเป็นผลสัมฤทธิ์ที่ได้จากการสังเคราะห์หลักการ วิธีการ ในลักษณะความเรียง แผนภาพ แผนภูมิ หรือผังมโนทัศน์ เพื่อให้ได้ความรู้ที่ได้จากการวิจัยนั้น (หัวข้อ TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt, ตัวหน้า ชิดซ้าย, ส่วนเนื้อหา ขนาด 16 pt. ตัวธรรมดา, กระจายแบบไทย)
3.2.6 สรุป (Summarizing) เป็นวิธีการเขียนบทความที่ผู้นิพนธ์บทความเขียนให้เหลือเฉพาะส่วนที่มีความสำคัญ เป็นการกลั่นกรอง การรวบรวม หรือการลดข้อความให้เหลือส่วนที่สำคัญเท่านั้น หากมีข้อเสนอแนะการนำผลการศึกษาไปใช้ และข้อเสนอแนะการศึกษาครั้งต่อไป จะเปิดประโยชน์ต่อผู้ศึกษา (หัวข้อ TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt, ตัวหน้า ชิดซ้าย, ส่วนเนื้อหา ขนาด 16 pt. ตัวธรรมดา, กระจายแบบไทย)
3.2.7 เอกสารอ้างอิง (Reference) ใช้รูปแบบการอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา ตามหลักเกณฑ์ APA (American Psychological Association) และเรียงลำดับตามตัวอักษร A-Z (ห้ามอ้างอิง References ที่ไม่ปรากฏการอ้างอิงในเนื้อหาบทความ) (ห้ามอ้างอิง References ที่ไม่ปรากฏในเนื้อหาบทความ) (หัวข้อ TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt, ตัวหน้า ชิดซ้าย, ส่วนเนื้อหา ขนาด 16 pt. ตัวธรรมดา, กระจายแบบไทย)
3.3 บทความปริทรรศน์ และบทวิจารณ์หนังสือ (Book Review)
3.3.1 ชื่อบทความ (Title) ให้เขียนชื่อของบทความทั้งภาษาไทย (TH Sarabun PSK ขนาด 20 pt. ตัวหนา จัดกึ่งกลาง) และภาษาอังกฤษ ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด (TH Sarabun PSK ขนาด 18 pt. ตัวหนา จัดกึ่งกลาง) พิมพ์ไว้หน้าแรกข้อ 3.1.1-3.1.2 โดยอนุโลมข้อ 3.1.1-3.1.2 โดยอนุโลม
3.3.2 ชื่อผู้เขียน หน่วยงานสังกัด และ E-mail: ให้ใช้ตาม 3.1.1-3.1.2 โดยอนุโลม (TH Sarabun PSK ขนาด 14 pt. ชิดขอบด้านขวา)
3.3.3 ข้อมูลส่วนประกอบของหนังสือที่วิจารณ์ ดังนี้ (ฟอนต์ 16 pt. ไม่หนา)

3.3.4 บทนำ ควรประกอบไปด้วย 4 ย่อหน้าหลัก คือ
(ย่อหน้าที่ 1) ข้อมูลทั่วไป (Background) ที่เกี่ยวข้องกับหนังสือที่เลือกวิจารณ์
(ย่อหน้าที่ 2) แรงบันดาลใจในการเลือกหนังสือเล่มนี้มาวิจารณ์ (Inspiration for the present review)
(ย่อหน้าที่ 3) เหตุผลในการเลือกหนังสือเล่มนี้มาวิจารณ์ (The reason for review this work)
(ย่อหน้าที่ 4) ประวัติย่อของผู้เขียนหนังสือ (The author and the work) ทั้งนี้ ภาพรวมทั้งหมดของบทนำ ควรอยู่ประมาณ 10-15 บรรทัด
3.3.5 เนื้อหา หลักการเขียนเนื้อหา คือ เขียนสรุปเป็นบทๆ ที่ปรากฏในหนังสือเล่มวิจารณ์ ตั้งแต่บทแรก-บทสุดท้าย สำหรับหลักการเขียนนั้น ให้ระบุชื่อในแต่ละบทในหนังสือ แล้วเขียนสรุปความ โดยงดเว้นการเขียนซ้ำจากประโยคที่ผู้เขียนเดิมเขียน ผู้วิจารณ์ควรเขียนแบบสรุปความ ทั้งนี้ ควรอยู่ปราณ 3-5 บรรทัดต่อบท และในย่อหน้าสุดท้ายนั้น ให้สรุปประเด็นที่น่าสนใจ 3-5 ประเด็น โดยเป็นการกล่าวภาพรวมทั้งหมดของหนังสือเล่มวิจารณ์
3.3.6 บทวิจารณ์ นำเสนอหลักการ แนวคิด ผ่านการวิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจารณ์ ที่สะท้อนมุมมองเหตุผลความคาดหวัง ผลกระทบ สาระสำคัญ ตามหลักทฤษฎีเชิงวิชาการ พร้อมเสนอแนะแนวทางเพื่อการแก้ไข การส่งเสริมและพัฒนาต่อยอด (อ้างอิงถ้ามี) ดังนั้น ประเด็นในการวิจารณ์ ประกอบด้วย
(1) จุดเด่นและคุณค่าของหนังสือ ประกอบด้วย
1) ภาษาและรูปแบบการเขียน
2) รูปแบบเนื้อหาของหนังสือ
3) เป้าหมาย/ประโยชน์ของหนังสือ
(2) จุดควรพัฒนา และข้อเสนอแนะ ประกอบด้วย
1) จุดควรพัฒนา
2) ข้อเสนอแนะ (ถ้ามี)
3.3.7 สรุป (Summarizing) เป็นวิธีการเขียนสรุปความคิดเห็นทั้งหมดที่วิจารณ์ รวมถึงให้ข้อคิดหรือข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่าน
3.3.8 เอกสารอ้างอิง (Reference) ใช้รูปแบบการอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา ตามหลักเกณฑ์ APA (American Psychological Association) และเรียงลำดับตามตัวอักษร A-Z (ห้ามอ้างอิง References ที่ไม่ปรากฏการอ้างอิงในเนื้อหาบทความ) (ห้ามอ้างอิง References ที่ไม่ปรากฏในเนื้อหาบทความ)
4.การเขียนเอกสารอ้างอิงในเนื้อหา (In-Text Citation)
ตามแบบ APA Style Version 6th edition (American Psychological Association Citation Style) ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 6 (แทรกในเนื้อหา)
4.1 คัมภีร์พระไตรปิฎก:
พระไตรปิฎกหรือคัมภีร์ ให้อ้างชื่อย่อคัมภีร์ เล่ม/ข้อ/หน้า
ตัวอย่าง
4.2 หนังสือ วิทยานิพนธ์ วารสาร และแหล่งข้อมูลอื่นๆ:
1) กรณีผู้แต่ง 1 คน ให้ระบุ ชื่อ-นามสกุล โดยไม่ต้องมีคำนำหน้านาม หากเป็นพระภิกษุทั่วไปให้ใส่คำว่า พระ, พระมหา นำหน้าชื่อตามด้วย ฉายานาม (ชื่อภาษาบาลี) และพระภิกษุที่มีสมณศักดิ์ให้ใส่ ชื่อสมณศักดิ์ ตามด้วยชื่อตัวในเครื่องหมายวงเล็บ ถ้าไม่ทราบชื่อตัวให้ใส่เฉพาะ ชื่อสมณศักดิ์
ตัวอย่าง

2) กรณีผู้แต่งมี 2 คน
3) กรณีผู้แต่งมากกว่า 3 คนขึ้นไป
4) ผู้แต่ง 2 ราย ให้อ้างชื่อของผู้แต่งทั้งสอง เครื่องหมายจุลภาค (,) ตามด้วยปีที่พิมพ์ เครื่องหมายทวิภาค (:) และเลขหน้าของเอกสารที่นำมาอ้างอิง
ตัวอย่าง
(พระมหาสมจินต์ สมฺมาปญฺโญ และ ทวีศักดิ์ ทองทิพย์, 2544: 99)
หากมีเอกสารที่นำมาอ้างอิงมากกว่า 1 รายการให้ใช้เครื่องหมายอัฒภาค (;) คั่นระหว่างรายการอ้างอิง เช่น
(พระมหาสมจินต์ สมฺมาปญฺโญ 2544: 99; ทวีศักดิ์ ทองทิพย์ 2561: 108)
5) ถ้ามีผู้แต่งมากกว่า 2 ราย ให้อ้างชื่อของผู้แต่งคนแรก เว้นวรรคหนึ่งครึ่ง เพิ่มคำว่า “และคณะ” เครื่องหมายทวิภาค (:) และเลขหน้าของเอกสารที่นำมาอ้างอิง เช่น พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺจิตฺโต) และคณะ, 2548: 55)
ทั้งนี้ หากเป็นการอ้างอิงด้วยการสรุปความหรือเอกสารที่ไม่มีเลขหน้า ไม่ต้องใส่เลขหน้า
ตัวอย่าง
6) การอ้างอิงมากกว่า 2 แหล่งข้อมูลให้เขียนตามลำดับอักษร ดังนี้

7) ผู้แต่ง หนังสือแปล ให้อ้างชื่อของผู้แต่ง/หน่วยงานที่แต่ง แปลโดย...ระบุชื่อผู้แปล...ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ตามปีที่พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค (:) ตามด้วยเลขหน้าที่ปรากฏ
ตัวอย่าง
(Michael. J. Sandel, แปลโดย สฤณี อาชวานันทกุล, 2554: 123)
(Lao Tzu, translated by D.C. Lau, 1996: 123)
8) ผู้แต่ง บทความในวารสาร ให้อ้างชื่อของผู้แต่ง ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ตามปีที่พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค (:) ตามด้วยเลขหน้าที่ปรากฏ
ตัวอย่าง
(อัจฉรา ศรีวรกุล และนีรนาท จุลเนียม, 2566: 123)
(Matland, RE., 1995: 123)
9) ผู้แต่ง วิทยานิพนธ์/ดุษฎีนิพนธ์/สารนิพนธ์/รายงานการวิจัย ให้อ้างชื่อของผู้แต่ง ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ตามปีที่พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค (:) ตามด้วยเลขหน้าที่ปรากฏ
ตัวอย่าง
(ทวีศักดิ์ ทองทิพย์, 2557: 123)
(Tongtip, T., 2014: 123)
10) ผู้แต่ง บทความจากเอกสารการประชุมวิชาการ/สัมมนาวิชาการ ให้อ้างชื่อของผู้แต่ง ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ตามปีที่พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค (:) ตามด้วยเลขหน้าที่ปรากฏ
ตัวอย่าง
(ทวีศักดิ์ ทองทิพย์, 2557: 123)
(Tongtip, T., 2021: 123)
11) กรณี ผู้แต่งและปีที่พิมพ์เหมือนกันแต่ต่างชื่อเรื่อง ให้อ้างชื่อของผู้แต่ง ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ตามปีที่พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค (:) ตามด้วยเลขหน้าที่ปรากฏ
ตัวอย่าง
(กีรติ บุญเจือ, 2560ก: 123)
(กีรติ บุญเจอ, 2560ข: 123)
(Huntington, Samuel P., 1996a)
(Huntington, Samuel P., 1996b)
12) ผู้แต่งที่เป็นสถาบัน เช่น ให้อ้างชื่อหน่วยงานที่แต่ง ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ตามปีที่พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค (:) ตามด้วยเลขหน้าที่ปรากฏ
ตัวอย่าง
(สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, 2560: 123)
(World Health Organization, 2023: 123)
13) ผู้แต่งรวบรวม หรือบรรณาธิการ ให้อ้างชื่อของผู้แต่ง/หน่วยงานที่แต่ง ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ตามปีที่พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค (:) ตามด้วยเลขหน้าที่ปรากฏ
ตัวอย่าง
(รวิช ตาแก้ว, 2559: 123)
(Marya L. Besharov and Bjoem C. Mitzinneck, 2021: 123)
14) เอกสารที่ไม่เป็นเล่ม เช่น เอกสารอัดสำเนา แผ่นพับ เป็นต้น ให้อ้างชื่อของผู้แต่ง/หน่วยงานที่แต่ง ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ตามปีที่พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค (:) ตามด้วยเลขหน้าที่ปรากฏ
ตัวอย่าง
(คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2561: 123)
(Lynn, A., 1994: 123)
15) กรณีที่ผู้แต่งใช้นามแฝง ให้อ้างชื่อของผู้แต่ง (นามแฝง) ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ตามด้วยปีที่พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค (:) ตามด้วยเลขหน้าที่ปรากฏ
ตัวอย่าง
(นิ้วกลม (นามแฝง), 2555: 123)
(Omega (pseud), 2005: 123)
16) กรณีที่ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง ให้ระบุแต่ง ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ตามปีที่พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค (:) ตามด้วยเลขหน้าที่ปรากฏ
ตัวอย่าง
PORPEANG THE EXPLORER เศรษฐกิจพอเพียง. (2565: 123).
Aids and the third world. (1989: 123)
17) กรณีที่ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์ ให้อ้างชื่อของผู้แต่ง ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) ตามด้วย ม.ป.ป. ในภาษาไทย และ n.d. ในภาษาอังกฤษ พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค (:) ตามด้วยเลขหน้าที่ปรากฏ
ตัวอย่าง
(วิทย์ วิศทเวทย์, ม.ป.ป.: 123)
(Immanuel Kant, n.d.: 123)
18) การสัมภาษณ์ ให้อ้างชื่อของผู้ถูกสัมภาษณ์ เครื่องหมายจุลภาค (,) ตามด้วยปีที่พิมพ์เครื่องหมายทวิภาค (:) และระบุว่า สัมภาษณ์/วัน/เดือน/ปี
ตัวอย่าง
(พระไพศาล วิลาโล, สัมภาษณ์ 9 กุมภาพันธ์ 2560)
(Phra Pisan Visalo, Interview February 9, 2017)
19) ราชกิจจานุเบกษา (ชื่อพระราชบัญญัติ, ปีที่พิมพ์: หน้าที่พิมพ์)
ตัวอย่าง
(พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542, 2542: 5)
..มารดา บิดา หรือผู้ปกครองมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ ดังมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 (1) การสนับสนุนจากรัฐ ให้มีความรู้ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดู และการให้การศึกษาแก่บุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแล... (พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542, 2542: 5)
20) บทความจากเว็บไซด์ (Web Site, www) ให้อ้างชื่อผู้แต่ง/ปีที่พิมพ์(ออนไลน์) เครื่องหมายจุลภาค (,)/ตามด้วยเครื่องหมายเครื่องหมายทวิภาค (:) และระบุว่า ออนไลน์/Online
ตัวอย่าง
(ไทยรัฐ ออนไลน์, 2560: ออนไลน์)
(CNN, 2022: Online)
5.การเขียนรายการอ้างอิง (References)
1.พระไตรปิฎก อรรถกถา
ชื่อ-นามสกุล./(ปีที่พิมพ์)./ชื่อหนังสือ/ครั้งที่พิมพ์ (ถ้ามี). สถานที่พิมพ์: สำนักพิมพ์.
ตัวอย่าง
ภาษาไทย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ภาษาอังกฤษ
Mahachulalongkornrajavidyalaya University. (1996). Thai Pitaka. Bangkok: Mahachulalongkornrajavidyalaya Press.
Mahamakut Buddhist University. (2525 B.E.). The Vinaya Pitaka. Vols.1-8. Bangkok: Mahamakut Buddhist University Press.
E.D. H. Oldenberg. (1997-2010. The Vinaya Pitaka. 5 Vols., London: Pali Text Society.
2.หนังสือ
ชื่อ-นามสกุล./(ปีที่พิมพ์)*./ชื่อหนังสือ./ครั้งที่พิมพ์** (ถ้ามี). สถานที่พิมพ์: สำนักพิมพ์***.
(*กรณีไม่ปรากฏปีที่พิมพ์ ให้ใส่ (ม.ป.ป.) หรือ (n.d.) ในภาษาอังกฤษ ** กรณีพิมพ์ครั้งที่ 1 ไม่ต้องระบุครั้งที่พิมพ์ *** กรณีที่ไม่ปรากฏเมืองหรือสำนักพิมพ์ ให้ใส่ (ม.ป.ท.) หรือ (n.p.) ในภาษาอังกฤษ)
ตัวอย่าง
2.1 กรณีผู้แต่ง 1 ราย
ภาษาไทย
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2559). พุทธธรรม ฉบับปรับปรุงและขยายความ. พิมพ์ครั้งที่ 45. กรุงเทพฯ: มูลนิธิธรรมทานกุศลจิต.
พระมหาสุทิตย์ อาภาธโร. (2548). เครือข่าย: ธรรมชาติ ความรู้และการจัดการ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: พิสิษฐ์ไทย ออฟเซต.
ภาษาอังกฤษ (หากเป็นภาคภาษาอังกฤษให้เขียนนามสกุลไว้หน้า ตามด้วยชื่อ ) เช่น
Gnanarama, P. (2012). An Approach to Buddhist Social Philosophy. Sri Lanka: Buddhist and Pali College of Singapore.
Keown, D. (2003). Dictionary of Buddhism. USA: Oxford University Press.
Mererk, PM. P. (1998). Selflessness in Sartre’s Existentialism and Early Buddhism. Bangkok: Mahachulalongkorn Buddhist University Press.
2.2 กรณีผู้แต่ง 2 ราย
ภาษาไทย (ให้ใช้คำว่า “และ”) เช่น
บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และถวิววดี บุรีกุล. (2548). ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม Participatory Democracy. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.
ภาษาอังกฤษ (ให้ใช้คำว่า “and”) เช่น
Strauss, A. and Corbin, J. (1998). Basics of Qualitative Research: Grounded Theory Techniques and Procedures for Developing. London: California Sage Publications.
2.3 กรณีผู้แต่งมากกว่า 2 ราย
ตัวอย่าง
ภาษาไทย (ให้ใช้คำว่า “และคณะ”) ต่อท้ายแต่งคนแรก
สุขุม นวลสกุล และคณะ. (2550). การเมืองการปกครองไทย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ภาษาอังกฤษ (ให้ใช้คำว่า “et al.” ต่อท้ายแต่งคนแรก เช่น
Snyder, C.R., et al. (2011). Positive Psychology: The Scientific and Practical Explorations of Human Strengths. 2nd ed. Los Angeles: SAGE Publications Inc.
2.4 กรณีมีทั้งผู้แต่งและผู้แปลหรือบรรณาธิการ
ให้เขียนชื่อผู้แต่งไว้หน้า ชื่อผู้แปลหรือบรรณาธิการเขียนไว้หลังชื่อเรื่อง ตามด้วยวงเล็บ (ผู้แปล) หรือ (บรรณาธิการ) สำหรับภาษาไทย และ (tran.) หรือ (ed.) สำหรับภาษาอังกฤษในกรณี 1 คน หรือ (trans.) หรือ (eds.) กรณี 2 คนขึ้นไป
ตัวอย่าง
ภาษาไทย
เจมส์ แอล เครย์ตัน. (2551). คู่มือการมีส่วนร่วมของประชาชน การตัดสินใจที่ดีกว่าโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม. วันชัย วัฒนศักดิ์ และคณะ (ผู้แปล). ขอนแก่น: โรงพิมพ์ศิริภัณฑ์ ออฟเซ็ท.
ภาษาอังกฤษ
Harakawa, Akisa. (2007). A History of Indian Buddhism: From Sakyamuni to Early Mahayana. Paul Groned (tran. & ed.). Delhi: Motilal Banarasidass Publishers Private Limited.
2.5 กรณี ผู้แต่งและปีที่พิมพ์เหมือนกันแต่ต่างชื่อเรื่อง
ให้เขียน ชื่อผู้แต่ง./ปีที่พิมพ์ ก, ข, ค หรือ a,b,c ในภาษาอังกฤษ./ ชื่อเรื่อง./ (ครั้งที่พิมพ์ (ถ้ามี))./สถานทิ่พิมพ์: /ผู้จัดพิมพ์.
ตัวอย่าง
ภาษาไทย
กีรติ บุญเจือ. (2560ก). ปรัชญาและจริยศาสตร์เบื้องต้น. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
_________. (2560ข). ปรัชญาและจริยศาสตร์โบราณ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
ภาษาอังกฤษ
Huntington, Samuel P. (1996a). The Clash of Civilization. New York: Simon and Schuster.
_________. (1996b). The Clash of Civilizations and the Remaking of World Order. New York: Simon and Schuster.
2.6 ผู้แต่งเป็นสถาบัน
ให้เขียนด้วยชื่อสถาบัน. /(ปีที่พิมพ์). /ชื่อหนังสือ./ ครั้งที่พิมพ์ (ถ้ามี). สถานที่พิมพ์: สำนักพิมพ์.
ตัวอย่าง
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. (2560.) แนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. กรุงเทพฯ: หจก.อรุณการพิมพ์.
2.7 กรณีผู้แต่งที่ใช้นามแฝง
ชื่อ-นามสกุล (นามแฝง). /(ปีที่พิมพ์). /ชื่อหนังสือ./ ครั้งที่พิมพ์ (ถ้ามี). สถานที่พิมพ์: สำนักพิมพ์.
ตัวอย่าง
ภาษาไทย
นิ้วกลม (นามแฝง). (2555). ความรักเท่าที่รู้. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพ: มติชน.
ภาษาอังกฤษ (ใช้คำว่า pseud).
Omega (pseud). (2005). Garden of repose bitter cold nights. (translated by Jack Hoe). (2nd ed.) Beijing: Foreign Languages Pres.
2.7 กรณีไม่ปรากฎชื่อผู้แต่ง
ชื่อเรื่อง/บทความ. (ปีที่พิมพ์/เผยแพร่). สถานที่พิมพ์: สำนักพิมพ์.
ตัวอย่าง
ภาษาไทย
PORPEANG THE EXPLORER เศรษฐกิจพอเพียง. (2565). กรุงเทพฯ: ศูนย์ประสานงานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร.
ภาษอังกฤษ
Aids and the third world. (1989). Philadelphia: New Society Publishing
3.หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่มีเลข DOI
ชื่อ/สกุล ผู้แต่ง./ (ปีที่พิมพ์). ชื่อเรื่อง / (พิมพ์ครั้งที่)./สำนักพิมพ์./https: doi.org/เลข DOI
ตัวอย่าง
ภาษาไทย/ภาษาอังกฤษ
Jackson, L.M. (2019). The psychology of prejudice: From attitudes to social action (2nd ed.). American Psychological Association. https://doi.org/10.1037/0000168-000
4.หนังสือแปล
นามสกุล, อักษรชื่อย่อตัวแรก./ ปีที่พิมพ์./ชื่อภาษาอังกฤษต้นฉบับ/[ชื่อหนังสือภาษาอังกฤษ]./พิมพ์ครั้งที่ (ถ้ามี)/ ชื่อ-นามสกุลผู้แปล (ผู้แปล)./สำนักพิมพ์.
ตัวอย่าง
ภาษาไทย
Sandel, M.J. (2554). ความยุติธรรม. สฤณี อาชวานันทกุล (ผู้แปล). โอเพ่น เวิลด์ส.
ภาษาอังกฤษ ให้ใช้คำว่า tran. เช่น
Smith, J.A. (2020). The Art of Translation. [P.R. Tran.] Random House.
Wittgenstein, L. (1996). Philosophy Investigations. 3rd ed. Anscombe., [G.E.M. tran.] Oxford: Basil Blackwell Ltd.
5. บทความในหนังสือ
ผู้แต่ง./(ปีที่พิมพ์).ชื่อบทความ./ใน ชื่อบรรณาธิการ (บก.). /ชื่อเรื่อง,/(น./เลขหน้าแรก-สุดท้ายที่ตีพิมพ์).สถานที่พิมพ์:/สำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์
ตัวอย่าง
ภาษาไทย
พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต). (2553). วิธีบูรณาการพระพุทธศาสนากับศาสตร์สมัยใหม่. ใน พระศรีคัมภีร์ญาณ (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ) (บก.). สารนิพนธ์พุทธศาสตรบัณฑิต ประจำปี 2553, (น. 1-17. กรุงเทพมหานคร: นวสาส์นการพิมพ์.
ชาญณรงค์ บุญหนุน. (2562). ข้อถกเถียงเรื่องพระพุทธศาสนาประจำชาติไทยในรัฐธรรมนูญ. ใน ปรีดี หงศ์สตัน และอัมพร หมาดเด็น. ศาสนากับความรุนแรง, (น. 400-459). กรุงเทพมหานคร: Illumination Editions.
ภาษาอังกฤษ
Begstein, M. (2000). Tubular Furcation. In Richard, E.B., et al (eds.). Nelson Textbook of Pediatrics, 16th ed. (p. 596). Philadelphia: Saunders.
Mishra, M. (2010). Early Buddhism and its Ethics. In Abha Singh. (ed.). Morality and Social Justice. (pp. 367-373). New Delhi: Decent Books.
6.วารสาร.
6.1 บทความในวารสารแบบรูปเล่ม/อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีเลข DOI
ชื่อ-นามสกุล. /(ปีที่พิมพ์)./ชื่อเรื่อง./ชื่อวารสาร./เลขของปีที่(เลขของฉบับที่),/เลขหน้า.
ตัวอย่าง
วารสารภาษาไทย
ประพันธ์ ศุภษร. (2549). พระวินัยกับการบรรลุธรรม. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์. 2(3), 41-56.
ทวีศักดิ์ ทองทิพย์ และคณะ (2564): ศาสนาและวัฒนธรรม: การใช้ประโยชน์จากอัตลักษณ์ของฐานทรัพยากรการท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์. 6(1), 91-104.
วารสารภาษาอังกฤษ
Kieffer-Pulz, Petra. (1997). Rules of the Sima Regulation in the Vinaya and its Commentaries and their Application in Thailand. Journal of the International Association of Buddhist Studies. Vol. XX(II), 141.
6.2 บทความในวารสารแบบรูปเล่ม/อิเล็กทรอนิสก์ที่มีเลข DOI
ชื่อ-นามสกุล. /(ปีที่พิมพ์)./ชื่อเรื่อง./ชื่อวารสาร./ปีที่(ฉบับที่),/เลขหน้า. DOI: XXX
ตัวอย่าง
วารสารภาษาไทย
อุบลวรรณ สุวรรณภูสิทธิ์ และคณะ. (2568). นวัตกรรมทางสังคมเพื่อขับเคลื่อนกลไกสวัสดิการเกื้อกูลพื้นที่จังหัดสุรินทร์. วารสารศิลปะและวัฒนธรรมแม่น้ำมูล. 14(2): 310-321. https://doi.org/10.14456/acj.2025.23
ยุวดี พลศิริ และคณะ. (2568). การส่งเสริมและพัฒนาศิลปะการแสดงเพื่อเพิ่มศักยภาพชุมชน Soft Power บนฐานอัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นบ้านสดีย์ ตำบลกุดหวาย อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์. วารสารราชภัฏสุรินทร์วิชาการ. 3(5), 1-16. https://doi.org/10.65205/jasrru.2025.2414
วารสารภาษาอังกฤษ
Grady, J. S., Her, M., Moreno, G., Perez, C., & Yelinek, J. (2019). Emotions in Storybooks: A Comparison of Storybooks that Represent Ethnic and Racial Groups in the United States. Psychology of Popular Media Culture. 8(3), 207–217. https://doi.org/10.1037/ppm0000185
Panyain, T. (2015). The Development Learning Management Process by Using Folk-Wisdom in Music to Improve Lifelong Skill. Arts and Culture Journal of the Lower Moon River. 10(2), 19-29. https://doi.org/10.0000/xxx0000000
6.3 บทความในวารสารอิเล็กทรอนิกส์ที่มีหมายเลขบทความหรือ eLocator
ชื่อ/สกุล./ (ปีที่พิมพ์). /ชื่อบทความ./ชื่อวารสาร./ เลขของปีที่ (เลขของฉบับที่),/ บทความ. เลขที่บทความ.URL (ถ้ามี)
ตัวอย่าง
ภาษาไทย
นวรรณ นิชโรจน์ และ ศศิลักษณ์ ขยันกิจ. (2553). บทบาทครูอนุบาลในการส่งเสริมกรอบคิดยึดติดเติบโตในโรงเรียนประไพพิศ (นามสมมติ). วารสารอิเล็กทรอกส์ทางการศึกษา, 15(2), บทความ OJED1502032. https: so01.tci-thaijo.org/index.php/OJED/article/view/243480
ภาษาอังกฤษ ให้ใช้คำว่า Article XXXX
Burin, D., Kilteni, Kl, Rabuffetti, M., & Pia, L. (2019). Body ownership increases the interference between observed and executed movements. PLOS ONE, 14(1), Article e0209899. https://doi.or/10.1371/journal.pone.02209899.
7.บทความในสารานุกรม
ชื่อ-นามสกุล ผู้แต่ง./(ปีที่พิมพ์)./ใน ชื่อสารานุกรม,/เล่มที่อ้าง, หน้าเลขที่อ้าง./สถานที่พิมพ์:สำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์.
ตัวอย่าง
ภาษาไทย
สนิท อาจพันธ์. (2537). หม้อคอควาย. ใน สารานุกรมของใช้พื้นบ้านไทยในอดีตเขตหัวเมืองเหนือ, หน้า 274-275. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พลับลิชชิ่ง.
ภาษาอังกฤษ
Sturgeon, T. (1995). Science Fiction. In the Encyclopedia Americana. Vol.24, pp.390-392. Dangury, CT: Grolier Press.
8.หนังสือพิมพ์
ผู้แต่ง. (วัน เดือน ปีที่พิมพ์)./ชื่อบทความ./ ชื่อหนังสือ./ เลขหน้า. (ภาษาอังกฤษกรณีที่มีหลายหน้า ให้ใช้ คำว่า pp. แทน p.)
ตัวอย่าง
ภาษาไทย
พรพรรณ สวยดี. (20 สิงหาคม 2565). สื่อพิพิธภัณฑ์. เดลินิวส์วาไรตี้. หน้า 10.
ภาษาอังกฤษ
Brody., J.E. (11 December 2007). Mental reserves keep brain agile. The New York Times. p.11.
9. วิทยานิพนธ์/ดุษฎีนิพนธ์/สารนิพนธ์/การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง/รายงานการวิจัย
ชื่อ-นามสกุล. /(ปีที่พิมพ์)./ชื่อเรื่อง./(ระดับวิทยานิพนธ์). /ชื่อคณะ/:/ชื่อมหาวิทยาลัย.
ตัวอย่าง
ภาษาไทย
พระศรีวิสุทธิคุณ (มานพ ปิยสีโล). (2557). คัมภีร์สีวิชัยชาดก: ตรวจชำระและศึกษาวิเคราะห์. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ทวีศักดิ์ ทองทิพย. (2559). ภูมิศาสตร์วัฒนธรรม: ประวัติศาสตร์ เส้นทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและหลักพุทธธรรมในประเทศไทย. (รายงานการวิจัย). สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ภาษาอังกฤษ
Phramaha Thanarat Sa-Ard-Iam. (2013). An Analytical Study of Crime and Punishment in Early Buddhism. [Ph.D Thesis]. Department of Buddhist Studies: University of Jammu.
Phrachanna Bhaddharakhito. (2015). An Analytical Study of Morality in Cambodian Traditional Wedding at Chamnomkuet Village, Chamnom Sub-district, Mongkolborei District, Banteay Meanchey Province Based on Buddhist Principles. [Master of Arts]. Graduate School: Mahachulalongkornrajavidyalaya University
10. การสัมมนา/ประชุมวิชาการ
ชื่อ-นามสกุล ผู้แต่ง./ปีที่พิมพ์เผยแพร่.ชื่อบทความ./การสัมมนาหรือประชุม./หน่วยงานที่จัดประชุม./วัน เดือนที่จัดประชุม./หน้าที่ตีพิมพ์.
ตัวอย่าง
ภาษาไทย
พระธรรมโมลี (2563). พนมดงรักศึกษา: พื้นที่หลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม. รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการ (Conference Proceedings) การประชุมวิชาการระดับชาติ มหาจุฬาฯ สุรินทร์ ครั้งที่ 1 (The 1st MCUSR National Conference) เรื่อง พุทธบูรณาการ อารยธรรมวนัมฎองแหรก สู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน (Buddhist Integration on Vanam Dongrak Civilization towards Sustainable Social Development). มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์. 3 เมษายน. หน้า 1-16.
ภาษาอังกฤษ
Deci, E.L., & Ryan, R.M. (1991). A motivational approach to self: Integration in Personality. Symposium on Motivation: Vol. 38. Perspectives on motivation Lincoln: University of Nebraska Press, pp. 237-288.
11. สัมภาษณ์
ชื่อ-นามสกุล. /(วัน เดือน ปี ที่สัมภาษณ์ )./ตำแหน่ง (ถ้ามี)./สัมภาษณ์.
ตัวอย่าง
ภาษาไทย
พระครูปริยัติวิสุทธิคุณ. (1 พฤษภาคม 2568). รองอธิการบดีวิทยาเขตสุรินทร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, สัมภาษณ์.
พระสมุห์หาญ ปญฺญาธโร. (17 มีนาคม 2562). เจ้าอาวาสวัดป่าอาเจียง อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์, สัมภาษณ์.
ภาษาอังกฤษ
Sanguansermsri, M. (3 September 2020)., Lecture of School of Science, University of Phayao. Interview.
12.สื่ออิเล็กทรอนิกส์/สื่อออนไลน์
ชื่อ-นามสกุล ผู้แต่ง. /(ปีที่เผยแพร่).//ชื่อบทความหรือเรื่อง./ชื่อเว็บไซด์./สืบค้นข้อมูลเมื่อ วัน เดือน ปี). จากแหล่งที่อยู่ในไฟล์ ZURL) http://www.xxxx.
ตัวอย่าง
ภาษาไทย (สำหรับปี หมายถึง ปีที่จัดทำ หรือปีที่แก้ไขปรับปรุงข้อมูล)
พระศรีคัมภีรญาณ (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ). (2555). การจัดการศาสนาและวัฒนธรรมในอุษาอาคเนย์เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ. สืบค้นข้อมูลเมื่อ 4 กันยายน 2556. จาก https://www.mcu.ac.th/article/detail/403
สุนันทา เลาวัณย์ศิริ. (2553). ธาตุอาหารหลักของน้ำสกัดชีวภาพแบบเข้มข้นจากขยะครัวเรือน. วารสารออนไลน์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. สืบค้นข้อมูลเมื่อ 17 มีนาคม 2562. จาก http://www.journal.msu.ac.th/index.php?option=com_.
ภาษาอังกฤษ (Year page created/revised) สืบค้นภาษาอังกฤษใช้คำว่า Retrieved
Bhandari, P., Rishi, P. and Prabha, V. (2014). Positive Effect of Probiotic Lactobacillus Plantarum in Reversing the LPS-Induced Infertility in Mouse Model. Retrieved February1, 2014, from http://jmm.microbiologyresearch.org/content/journal/jmm/10.1099/jmm.0.000230; jsessionid=1me6a81o04g7o.x-sgm-live-03.
13. ราชกิจจานุเบกษา
ชื่อกฎหมาย.(/ปี,/วัน/เดือน)./ราชกิจจานุเบกษา./เล่ม/เลขเล่ม/ตอนที่/เลขตอน./หน้า/เลขหน้า.
ตัวอย่าง
ภาษาไทย
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก. หน้า 1-90.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4). (2562, 2 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 136 ตอนที่ 57 ก. หน้า 49.
ภาษาอังกฤษ
Ministerial Regulation on Higher Education Qualifications Standards (B.E.2568, March 31). Royal Thai Government Gazette. Book No.139 Chapter 20 Kor, 28-31. (in Thai).
14.เอกสารที่ไม่เป็นเล่ม เช่น เอกสารอัดสำเนา แผ่นพับ เป็นต้น
ชื่อคณะ/ผู้จัดทำ. ปีที่จัดทำ (ใส่วงเล็บ). ชื่อหนังสือ/เอกสาร. ระบุว่า (เอกสารอัดสำเนา).
ตัวอย่าง
ภาษาไทย
คณะวารสารศาสตร์และสื่อมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์. (2561). รายงานผลการดำเนินงานของหลักสูตร วารสารศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสื่อสารมวลชน (ปรับปรุง พ.ศ.2559). (เอกสารอัดสำเนา).
ภาษาอังกฤษ (คำว่าเอกสารอัดสำเนา ให้ใช้คำว่า (unpublished).
Lynn, A. (1994). Living after AIDS threat of dying impose stress. Chicago: University of Illinois. (unpublished).
15.Generative AI
ชื่อบริษัทผู้พัฒนา/ผู้เขียนโมเดลนี้. / (ปีที่ใช้). / ชื่อของโมเดล (Version ที่ใช้) [Large language model]. URL for AI
ตัวอย่าง
OpenAI. (2024). ChatGPT (September 16 version) [Large language model]. https://chat.openai.com/chat.
Anthropic. (2024). Claude (September 20 version) [Large language model]. https://claude.ai/new
หลักเกณฑ์ทั่วไปในการพิมพ์รายการสำนักพิมพ์/โรงพิมพ์
กรณีเป็นบริษัทหรือสำนักพิมพ์ให้คงใช้เฉพาะชื่อ ดังตัวอย่าง
1.บริษัท 21 เซ็นจูรี่ จำกัด ให้ใช้ “21 เซ็นจูรี่”
2.สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ใช้ “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”
3.กรณีที่เป็นโรงพิมพ์ให้ใช้รูปแบเต็ม เช่น “โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย”
7. การเขียนภาพประกอบ (Figure) และตาราง (Table)
ภาพประกอบและตารางควรมีเท่าที่จำเป็น สำหรับ คำบรรยายภาพและตารางให้พิมพ์เหนือภาพหรือตาราง ส่วนคำอธิบายเพิ่มเติมให้ใส่ใต้ภาพหรือตาราง
รูปแบบการนำบทความลงตีพิมพ์ลงในวารสาร
ต้นฉบับบทความที่เสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารให้อยู่ในรูปแบบของไฟล์เอกสาร *.docx ของ Microsoft Word Version 2010 หรือมากกว่า หากต้นฉบับประกอบด้วยภาพ ตาราง หรือสมการ ให้ส่งแยกจากไฟล์เอกสาร ในรูปแบบไฟล์ภาพ สกุล *.PDF*.JPG*.GIF หรือ *.bmp ความยาวของต้นฉบับต้องไม่เกิน 15 หน้า (รวมบทคัดย่อ ภาพ ตารางและเอกสารอ้างอิง) กองบรรณาธิการจะพิจารณาบทความเบื้องต้น เกี่ยวกับความถูกต้องของรูปแบบทั่วไป ถ้าไม่ผ่านการพิจารณาจะส่งกลับไปแก้ไข ถ้าผ่านจะเข้าสู่การพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิเมื่อผลการประเมินผ่านหรือไม่ผ่านหรือมีการแก้ไข จะแจ้งผลให้ผู้เขียนทราบ โดยการพิจารณาบทความเพื่อลงตีพิมพ์ได้จะคำนึงถึงความหลากหลายและความเหมาะสม
ในกรณีที่กองบรรณาธิการหรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้รับเชิญให้เป็นผู้ตรวจบทความมีความเห็นว่าควรแก้ไข กองบรรณาธิการจะส่งคืนเพื่อแก้ไข โดยจะยึดถือข้อเสนอแนะของผู้ตรวจเป็นเกณฑ์ และหรือขอสงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาไม่ตีพิมพ์ ในกรณีที่รายงานการวิจัย บทความทางวิชาการหรือบทความวิจัยไม่ตรงกับแนวทางของวารสาร หรือไม่ผ่านการพิจารณาของกองบรรณาธิการหรือผู้เชี่ยวชาญ
สิทธิของบรรณาธิการ
บทความที่ได้รับการตอบรับเพื่อตีพิมพ์ในวารสารวนัมฎองแหรกพุทธศาสตรปริทรรศน์แล้วจะต้องไม่ปรากฏในสิ่งพิมพ์อื่นใดก่อนที่จะปรากฏในวารสารวนัมฎองแหรกพุทธศาสตรปริทรรศน์ ทั้งนี้กองบรรณาธิการจะส่งวารสารที่มีบทความของผู้เขียนตีพิมพ์ให้แก่ผู้เขียนจำนวน 1 ฉบับ
