ผลการใช้บอร์ดเกมเกี่ยวกับการอ่านสะกดคำศัพท์ ตามรูปแบบการสอนแบบโฟนิกส์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านลำคลองยาง จังหวัดสุโขทัย

ผู้แต่ง

  • พรจณา ทับกรุง มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก, ประเทศไทย
  • สุพรทิพย์ ธนภัทรโชติวัต มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก, ประเทศไทย

คำสำคัญ:

ทักษะการอ่านสะกดคำศัพท์, การอ่านสะกดคำศัพท์ตามรูปแบบการสอนแบบโฟนิกส์, บอร์ดเกม, ความพึงพอใจ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบทักษะการอ่านสะกดคำศัพท์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างหลังเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้บอร์ดเกมเกี่ยวกับการอ่านสะกดคำศัพท์ตามรูปแบบการสอนแบบโฟนิกส์ กับเกณฑ์ร้อยละ 70 2) เปรียบเทียบทักษะการอ่านสะกดคำศัพท์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างก่อนและหลังเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้บอร์ดเกมเกี่ยวกับการอ่านสะกดคำศัพท์ ตามรูปแบบการสอนแบบโฟนิกส์ และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการสอนโดยใช้บอร์ดเกมเกี่ยวกับการอ่านสะกดคำศัพท์ตามรูปแบบการสอนแบบโฟนิกส์ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านลำคลองยาง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย1) การสอนโดยใช้บอร์ดเกมเกี่ยวกับการอ่านสะกดคำศัพท์ ตามรูปแบบการสอนแบบโฟนิกส์ 2) แบบทดสอบวัดทักษะการอ่านสะกดคำศัพท์ก่อนเรียนและหลังเรียน และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการสอนโดยใช้บอร์ดเกมเกี่ยวกับการอ่านสะกดคำศัพท์ตามรูปแบบการสอนแบบโฟนิกส์ โดยมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานร้อยละ สถิติ Paired Samples t-test และ One Sample t-test ผลการวิจัย พบว่า 1) ทักษะการอ่านสะกดคำศัพท์ของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 2.89, p < .05)   2) ทักษะการอ่านสะกดคำศัพท์ของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 25.76, p < .05) 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการสอนโดยใช้บอร์ดเกมตามรูปแบบการสอนแบบโฟนิกส์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.88, S.D. = 0.29)

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กระทรวงศึกษาธิการ.

กรุณา พิทักษ์ทนต์. (2561). การศึกษาความสามารถอ่านคำมาตราตัวสะกดแม่กนและแม่กดของนักเรียนที่มีปัญหาทางการอ่านระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายโดยใช้วิธีโฟนิกส์ร่วมกับเกมกระดาน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ].

ฉวีวรรณ วัฒนานุกิจ. (2565). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการสอนแบบโฟนิกส์เพื่อส่งเสริมการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ หน่วยการเรียนรู้เรื่องสระเสียงสั้น สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วารสารวิจัยรำไพพรรณี, 16(3), 104–114.

ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 21). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นริศรา ทองสุขุม. (2566). ผลการใช้บอร์ดเกมที่มีต่อความรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี [การศึกษาค้นคว้าอิสระปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช].

บำรุง โตรัตน์. (2544). วิธีสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ปลายฟ้า ล้วนอำนวยโชค, & น้ำทิพย์ องอาจวาณิชย์. (2568). การพัฒนาการอ่านสะกดคำโดยใช้ชุดกิจกรรมตามแนวคิดออร์ตัน-กิลลิงแฮมร่วมกับบอร์ดเกมสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, 8(2), 451–461.

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. (2567). ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET). https://newonetresult.niets.or.th/AnnouncementWeb/Notice/FrBasicStat.aspx

Adams, M. J. (1990). Beginning to read: Thinking and learning about print. MIT Press.

Department for Education and Skills. (2007). Letters and sounds: Principles and practice of high quality phonics. Primary National Strategy. https://www.gov.uk/government/publications/letters-and-sounds

Ehri, L. C. (2005). Learning to read words: Theory, findings, and issues. Scientific Studies of Reading, 9(2), 167–188. https://doi.org/10.1207/s1532799xssr0902_4

International Literacy Association. (2018). Explaining phonics instruction: An educator’s guide (Literacy leadership brief). https://www.literacyworldwide.org/docs/default-source/where-we-stand/ila-explaining-phonics-instruction

Kruse, K. M. (2002). Introduction to instructional design and the ADDIE model.

National Institute of Child Health and Human Development. (2000). Report of the National Reading Panel: Teaching children to read: An evidence-based assessment of the scientific research literature on reading and its implications for reading instruction. U.S. Government Printing Office.

Patel, P., Torppa, M., Aro, M., Richardson, U., & Lyytinen, H. (2022). Assessing the effectiveness of a game-based phonics intervention for first- and second-grade English language learners in India: A randomized controlled trial. Journal of Computer Assisted Learning, 38(1), 76–89. https://doi.org/10.1111/jcal.12592

Qamariah, H., & Wahyuni, S. (2018). Teaching spelling through games. Visipena, 9(1), 137–150. https://doi.org/10.46244/visipena.v9i1.447

Saban, M. (2024). Enhancing spelling competence for English as a foreign language learners: Digital game platform for phoneme–grapheme correspondence of closed syllables with short vowels. Frontiers in Education, 9, Article 1434336. https://doi.org/10.3389/feduc.2024.1434336

Viador, M., Carel, C., Sabenorio, K., & Agumbay, Y. (2025). Improving spelling skill of elementary pupils through spelling game relay. Cognizance Journal of Multidisciplinary Studies, 5(2), 553–557. https://doi.org/10.47760/cognizance.2025.v05i02.038

Witzel, B., Görgen-Rein, R., Galuschka, K., Huemer, S., Corvacho del Toro, I., Schulte-Körne, G., & Moll, K. (2024). Digital game-based spelling intervention for children with spelling deficits: A randomized controlled trial. Learning and Instruction, 89, Article 101842. https://doi.org/10.1016/j.learninstruc.2023.101842

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-31

รูปแบบการอ้างอิง

ทับกรุง พ., & ธนภัทรโชติวัต ส. (2026). ผลการใช้บอร์ดเกมเกี่ยวกับการอ่านสะกดคำศัพท์ ตามรูปแบบการสอนแบบโฟนิกส์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านลำคลองยาง จังหวัดสุโขทัย. Journal of Buddhist Education and Research (JBER), 12(S1), 505–519. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jber/article/view/296372