การบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8

ผู้แต่ง

  • ณัฐกานต์ เสียมไหม มหาวิทยาลัยหาดใหญ่, สงขลา, ประเทศไทย
  • ศัจนันท์ แก้ววงศ์ศรี มหาวิทยาลัยหาดใหญ่, สงขลา, ประเทศไทย

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8  2) เปรียบเทียบการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 จำแนกตามเพศ  ระดับการศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์แต่ละแห่ง และ 3) รวบรวมข้อเสนอแนะการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 ตามความคิดเห็นของครูผู้สอน กลุ่มตัวอย่างมีจำนวน 208 คน ใช้แบบสอบถามในการวิจัย โดยมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ 0.968 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean)  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การทดสอบหาค่าที (t-test) และการทดสอบหาค่าเอฟ (F-test) ผลการศึกษาพบว่า 1. การบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8 โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก (𝑥̅ = 4.33, S.D. = 0.64)  และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ ด้านการส่งเสริมและพัฒนานักเรียน ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา และด้านการส่งต่อนักเรียน 2. ผลการเปรียบเทียบการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ จำแนกตาม เพศ ระดับการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์แต่ละแห่ง พบว่า ครูที่มีเพศและระดับการศึกษาแตกต่างกัน พบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 ครูที่มีประสบการณ์การทำงานแตกต่างกัน โดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน และครูโรงเรียนราชประชานุเคราะห์แต่ละแห่ง พบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 3. ผลการรวบรวมข้อเสนอแนะ พบว่า ผู้บริหารควรมีมาตรการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียน โดยใช้ระบบติดตามแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ครูสามารถติดตามสถานการณ์ได้ทันที ผู้บริหารผลักดันให้โรงเรียนมีการทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับโรงพยาบาล ศูนย์สุขภาพจิต หรือหน่วยงานเอกชน เพื่อให้การช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และผู้บริหารควรสนับสนุนให้โรงเรียนสร้างเครือข่ายสนับสนุนช่วยเหลือนักเรียนในระยะยาว โดยร่วมมือกับองค์กรภายนอกที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิง

กรดา มลิลา. (2564). การบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 1 (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). แนวทางการจัดการศึกษาในสถานศึกษา. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2550). แนวทางการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาให้คณะกรรมการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา พ.ศ. 2550. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). แนวทางการดำเนินระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

กษิฏิพงษ์ ไวศะยาณุกูล, & ภาวิดา ธาราศรีสุทธิ. (2564). ความคิดเห็นของครูที่มีต่อระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนในกลุ่มสหวิทยาเขตเบญจบูรพา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 กรุงเทพมหานคร. Journal of Roi Kaensarn Academi, 6(1), 1–10.

ขวัญเนตร มูลทองจาด. (2564). การดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนวัดอุดมรังสี. วารสารการศึกษาพิเศษ, 70–81.

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2559). รายงานผลการศึกษาความต้องการและแนวทางการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทย. กระทรวงศึกษาธิการ.

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2559). รายงานสถานการณ์พฤติกรรมเสี่ยงของเด็กและเยาวชนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

จุฑามาศ ศรีพล. (2567). การดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3 (สารนิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.

โฉมศรี ศรีรุ่งสุขจินดา. (2557). การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

มาโนช กุลนาแพง. (2555). แนวทางการบริหารและพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

รัชพล เที่ยงดี. (2563). การศึกษาการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.

ศิวา ขุนชำนาญ. (2564). การบริหารจัดการระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลาเขต 1 (สารนิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.

สาลิณี สั่งสอน. (2566). การบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย (การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง). มหาวิทยาลัยพะเยา.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2552). ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน: หลักการ แนวคิด และทิศทางในการดำเนินงาน (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2556). คู่มือการบริหารโรงเรียนในโครงการพัฒนาการบริหารรูปแบบนิติบุคคล. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2559). การพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด.

สำนักงานบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8. (2564). ข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ทั้ง 6 แห่ง. สงขลา: สำนักงานบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8.

สุมลรัตน์ เหล่าอยู่คง. (2566). การบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษของศูนย์การศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง กรุงเทพมหานคร (การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง). มหาวิทยาลัยพะเยา.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-04-18

รูปแบบการอ้างอิง

เสียมไหม ณ. ., & แก้ววงศ์ศรี ศ. . (2025). การบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ กลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 8. Journal of Buddhist Education and Research (JBER), 11(2), 311–326. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jber/article/view/283383