ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการจัดการขยะมูลฝอยครัวเรือนในเขตเทศบาลตำบลหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี
คำสำคัญ:
ปัจจัย, การจัดการขยะมูลฝอยครัวเรือน, 3Rบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวางนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความคิดเห็นต่อพฤติกรรมการจัดการขยะมูลฝอยครัวเรือนในเขตเทศบาลตำบลหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี 2) เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการจัดการขยะมูลฝอยครัวเรือนในเขตเทศบาลตำบลหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ตามปัจจัยส่วนบุคคลและครัวเรือน และ 3) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการจัดการขยะมูลฝอยครัวเรือนในเขตเทศบาลตำบลหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ตามทะเบียนราษฎร์ จำนวน 356 คน ซึ่งเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม เครื่องมือที่ใช้ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (IOC) และ หาความเชื่อมั่นด้วยค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาค (Cronbach's Alpha) ในภาพรวมได้เท่ากับ 0.975 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson’s correlation coefficient) และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression Analysis) ค่านัยสำคัญทางสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ครั้งนี้ กำหนดไว้ที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างในภาพรวมมีพฤติกรรมการจัดการขยะมูลฝอยครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ผลการเปรียบเทียบพฤติกรรมการจัดการขยะมูลฝอยครัวเรือนในเขตเทศบาลตำบลหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ตามปัจจัยส่วนบุคคลและครัวเรือน พบว่า ประชาชนที่มีเพศ ระยะเวลาการอยู่อาศัยในชุมชน และช่องทางในการรับรู้ข้อมูลด้านการจัดการขยะมูลฝอยต่างกัน มีพฤติกรรมการจัดการขยะมูลฝอยครัวเรือนที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ0.05 ส่วนปัจจัยที่มีความสัมพันธ์และส่งผลต่อพฤติกรรมการจัดการขยะมูลฝอยครัวเรือนในเขตเทศบาลตำบลหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี คือ ปัจจัยองค์ประกอบด้านพฤติกรรมและปัจจัยด้านนโยบายและการมีส่วนร่วมของประชาชน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
เอกสารอ้างอิง
กรมควบคุมมลพิษ. (2566). รายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2566. กรมควบคุมมลพิษ.
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2564). คู่มือแนวทางการจัดการขยะมูลฝอยสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น.
สนธิ เตชานันท์. (2519). สาธารณสุขในอดีต: การจัดการสุขาภิบาลในกรุงเทพฯ. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
วัลลภ รัฐฉัตรานนท์. (2556). การวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์: แนวทางและตัวอย่าง. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เจญรัตน์ อินจันทร์. (2560). การส่งเสริมพฤติกรรมการจัดการขยะมูลฝอยตามแนวคิด 3R ของประชาชนในชุมชนเมือง (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ทิฏฐานุรี พาโอภาส. (2559). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการจัดการขยะมูลฝอยในครัวเรือนของประชาชน หมู่ที่ 9 เทศบาลตำบลปากน้ำชุมพร อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
นิภาภรณ์ จงวุฒิเวศย์, & ชุลีวรรณ ปราณีธรรม. (2564). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการจัดการขยะมูลฝอยในครัวเรือน ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 13(1), 95–106.
พรีมาดา ฉลองชัยสิทธิ์. (2568). การวิเคราะห์พฤติกรรมและความรู้ความเข้าใจของประชาชนในการจัดการขยะ กรณีศึกษา: คอนโดมิเนียมเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
เฟื่องฟ้า รัตนาคณหุตานนท์, นาตยา ดวงประทุม, & ฉัตรประภา ศิริรัตน์. (2567). ทัศนคติและพฤติกรรมการจัดการขยะมูลฝอยของประชาชนในเขตเมือง. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษา, 9(2), 43–57.
Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice-Hall.
Bloom, B. S. (1975). Taxonomy of educational objectives: The classification of educational goals. Longman.
Gibson, J. L., Ivancevich, J. M., & Konopaske, R. (2011). Organizations: Behavior, structure, processes (14th ed.). McGraw-Hill/Irwin.
Hawkins, D. I., & Mothersbaugh, D. L. (2012). Consumer behavior: Building marketing strategy (12th ed.). McGraw-Hill/Irwin.
Kassin, S., Fein, S., & Markus, H. R. (2013). Social psychology (9th ed.). Wadsworth Cengage Learning.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Buddhist Education and Research (JBER)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

