รูปแบบการส่งเสริมการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยสำหรับคนพิการทางการเห็น

ผู้แต่ง

  • วินัย อินเสมียน สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยคนตาบอดในประเทศไทย
  • สุนทร สายคำ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, วิทยาเขตขอนแก่น
  • ณัฏฐ์ อุตรวิเชียร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, วิทยาเขตขอนแก่น
  • พราวภวินท์ พักตร์ธนาปกรณ์ สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยคนตาบอดในประเทศไทย
  • กัลยา พิมพ์เพราะ สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยคนตาบอดในประเทศไทย

คำสำคัญ:

การแพทย์แผนไทย, คนพิการทางการเห็น, การยกระดับความก้าวหน้าทางวิชาชีพ, แนวคิด UBEST, วิสาหกิจเพื่อสังคม, การออกแบบที่เป็นสากลเพื่อการเรียนรู้ (UDL)

บทคัดย่อ

การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ตรวจสอบอุปสรรคเชิงโครงสร้างทางกฎหมายและระบบหลักสูตร 2) ประเมินความต้องการจำเป็นในการยกระดับความก้าวหน้าทางวิชาชีพ และ 3) พัฒนาและรับรองรูปแบบการส่งเสริมการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยของคนพิการทางการเห็น ภายใต้แนวคิด UBEST ในฐานะกรอบยุทธศาสตร์การยกระดับความเป็นมืออาชีพด้านการแพทย์แผนไทยของคนพิการทางการเห็น ดำเนินการภายใต้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธีเชิงสำรวจตามลำดับขั้นร่วมกับกระบวนการคิดเชิงออกแบบ แบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การสนทนากลุ่มและสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 20 คน ระยะที่ 2 การสำรวจความต้องการจำเป็นในกลุ่มคนพิการทางการเห็นวัยแรงงาน 322 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยดัชนีจัดลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นฉบับปรับปรุง (PNI modified}) และระยะที่ 3 การรับรองแนวคิดโดยผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูง 15 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) อุปสรรคเชิงโครงสร้างเกิดจากความลักลั่นทางกฎหมายระหว่างพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 และพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2556 ประกอบกับหลักสูตรที่ยึดโยงกับการมองเห็นเป็นศูนย์กลาง 2) การประเมินความต้องการจำเป็นพบว่า มิติความยั่งยืนและการสนับสนุนเชิงระบบ (S) มีความวิกฤตสูงสุด (PNI modified = 0.7017) รองลงมาคืออุปสรรคทางกฎหมาย (B) (PNI modified = 0.6162) ซึ่ง เป็นการหักล้างสมมติฐานกระแสหลักที่มองว่าข้อจำกัดทางกฎหมายคืออุปสรรคเพียงประการเดียว 3) แนวคิด UBEST ประกอบด้วย 5 มิติเชิงกลยุทธ์ ได้แก่ การปรับฐานคติ (Understanding) กลไกสะพานเชื่อมทางกฎหมาย (Barriers & Bridges) การเสริมสร้างพลังอำนาจ (Empowerment) ความยั่งยืนผ่านวิสาหกิจเพื่อสังคม (Sustainability) และการบูรณาการเทคโนโลยี (Technology) โดยผลการรับรองมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในระดับมากที่สุด (\bar{X} = 4.64) แนวคิด UBEST ถือเป็นนวัตกรรมเชิงนโยบายที่สร้างการเปลี่ยนผ่านให้คนพิการทางการเห็นเข้าสู่เสรีภาพเชิงเนื้อแท้ มีศักดิ์ศรีทางวิชาชีพ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ. (2569). ระบบสารสนเทศสถานการณ์คนพิการ ณ 28 กุมภาพันธ์ 2569. https://www.dep.go.th/

ขวัญชัย อัตโณ. (2563). การประกอบอาชีพนวดไทยของผู้พิการทางการเห็น: กรณีศึกษากฎกระทรวงการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2560. วารสารการบริหารปกครอง, 9(2), 212–243.

สโรชา กิตติสิริพันธุ์. (2563). ประสบการณ์ภายในจิตใจของพนักงานตาบอดที่ทำงานในองค์กร [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย].

Oliver, M. (1990). The politics of disablement. Macmillan.

Sen, A. (1999). Development as freedom. Oxford University Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-07-27

รูปแบบการอ้างอิง

อินเสมียน ว., สายคำ ส., อุตรวิเชียร ณ., พักตร์ธนาปกรณ์ พ., & พิมพ์เพราะ ก. (2026). รูปแบบการส่งเสริมการประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยสำหรับคนพิการทางการเห็น. Journal of Buddhist Education and Research (JBER), 12(S1), 424–431. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jber/article/view/294134