การพัฒนาทักษะการอ่านวิเคราะห์และการคิดเชิงสร้างสรรค์โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้นร่วมกับแบบฝึกทักษะ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้นร่วมกับแบบฝึกทักษะให้เป็นไปตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ 75/75 2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการอ่านวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้นร่วมกับแบบฝึกทักษะ และ 3) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้นร่วมกับแบบฝึกทักษะ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนบ้านปลักแรด จำนวน 39 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบฝึกทักษะ 2) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้นร่วมกับแบบฝึกทักษะ 3) แบบวัดทักษะการอ่านวิเคราะห์ และ 4) แบบวัดการคิดเชิงสร้างสรรค์ และสถิติที่ใช้/การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การหาประสิทธิภาพ (E1/E2) ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าการทดสอบทีแบบ Paired t-test ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการหาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น ร่วมกับแบบฝึกทักษะมีประสิทธิภาพ 78.74/75.13 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 75/75 2) คะแนนทักษะการอ่านวิเคราะห์หลังเรียน ( 22.79, S.D.=3.33) สูงกว่าก่อนเรียน ( 17.08, S.D.=2.81) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) คะแนนทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์หลังเรียน ( 12.00, S.D.=1.08) มีคะแนนสูงกว่าก่อนเรียน ( 5.05, S.D.=1.34) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
กองพัฒนาข้อมูลและตัวชี้วัดสังคม. (2566). พลิกมุม PISA: ปัจจัยที่กระทบต่อคุณภาพการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเด็กไทย. กองพัฒนาข้อมูลและตัวชี้วัดสังคม, 4(4), 1–8. https://www.nesdc.go.th/wordpress/wp-content/uploads/2025/06/2566_article_q4_004.pdf
ณิชกานต์ ไชยจักร์. (2567). การสร้างแรงบันดาลใจด้วยกระบวนการทางศิลปะเพื่อขับเคลื่อนแนวคิดของเด็กปฐมวัย. Journal of Roi Kaensarn Academi, 9(4), 158–182.
ณิชาภาท์ กันขุนทศ, สฤษดิ์ ศรีขาว, & นิราศ จันทรจิตร. (2565). รูปแบบการจัดการเรียนรู้เสริมสร้างความสามารถการอ่านเชิงวิเคราะห์และการเขียนอย่างมีวิจารณญาณวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(11), 99–113.
ธนภรณ์ แซ่ลิ่ม, ทิพาพร สุจารี, ณัฏฐชัย จันทชุม, & ปวริศ สารมะโน. (2567). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมการจัดประสบการณ์เรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์สำหรับนักศึกษาครู สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย. วารสารเสียงธรรมจากมหายาน, 10(3), 101–118.
ธีระเดช เจียรสุขสกุล. (2567). กรอบการประเมินของ PISA 2025. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. https://opec.go.th/uploads/2024/pisa/20240508_173306_277_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99PISA_%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%9E%E0%B8%908%E0%B8%9E%E0%B8%84_update3May.pdf
นริศรา ชยธวัช. (2563). การพัฒนาทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ SQ4R ร่วมกับผังกราฟิกสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร].
นวรัตน์ สุขวัฒนาสินิทธิ์. (2560). ผลของการใช้รูปแบบการสอน 7E ร่วมกับเทคนิคกลุ่มร่วมมือแข่งขัน วิชาหลักภาษาไทยที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาหลักภาษาไทยและทักษะชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 45(4), 72–88.
ภัทราดา เอี่ยมบุญญฤทธิ์, ชลธิชา ภูริปาณิก, & ฐิติชัย รักบำรุง. (2563). การสอนอ่านเชิงวิเคราะห์ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กไทยยุค Gen Z [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา].
วรางคณา ชั่งโต. (2559). ผลของการใช้รูปแบบการสอน 7E ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดีไทย และความสามารถในการอ่านอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ].
Eisenkraft, A. (2003). Expanding the 5E model. The Science Teacher, 70(6), 56–59.
Guilford, J. P. (1984). Varieties of divergent production. The Journal of Creative Behavior, 18(1), 1–10. https://doi.org/10.1002/j.2162-6057.1984.tb00984.x
Hair, J. F., Gabriel, M. L. D. S., da Silva, D., & Braga Junior, S. (2019). Development and validation of attitudes measurement scales: Fundamental and practical aspects. RAUSP Management Journal, 54(4), 490–507. https://doi.org/10.1108/RAUSP-05-2019-0098
Lawa, J., Cali, H., Salic-Hairulla, M., & Madale, V. (2025). Developing 7E model lesson plan for Grade 9 students: Fostering science literacy and environmental awareness of climate change. Journal of Innovation, Advancement, and Methodology in STEM Education, 2(5), 348–360. https://so13.tci-thaijo.org/index.php/J_IAMSTEM/article/view/1160
Mukurunge, E., Reid, M., Fichardt, A., & Nel, M. (2021). Interactive workshops as a learning and teaching method for primary healthcare nurses. Health SA Gesondheid, 26, 1643. https://doi.org/10.4102/hsag.v26i0.1643
Thorndike, E. L. (1927). The law of effect. The American Journal of Psychology, 39(1/4), 212–222. https://doi.org/10.2307/1415413
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Buddhist Education and Research (JBER)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

