แนวทางการส่งเสริมการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้กลไกเครือข่ายความร่วมมือของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดสระแก้ว
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและสภาพการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้กลไกเครือข่ายความร่วมมือของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดสระแก้ว และ 2) ศึกษาแนวทางการส่งเสริมการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้กลไกเครือข่ายความร่วมมือดังกล่าว การดำเนินงานวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัญหาและสภาพการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนจากกลุ่มตัวอย่างผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้รับผิดชอบงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 337 คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องเชิงเนื้อหา (IOC) ระหว่าง 0.80–1.00 และค่าความเชื่อมั่นรวมเท่ากับ 0.94 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย (M) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ระยะที่ 2 การพัฒนาและตรวจสอบประเมินรับรองคุณภาพแนวทางปฏิบัติโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 9 ท่าน เครื่องมือที่ใช้คือแบบประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ (IOC อยู่ระหว่าง 0.60–1.00) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัญหาในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (M=2.52, SD=0.83) สำหรับสภาพการดำเนินงานระบบกลไกเครือข่ายความร่วมมือ6 ขั้นตอน ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (M=3.13, SD=1.06) 2) แนวทางการส่งเสริมการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่พัฒนาขึ้น มี 30 แนวทาง โดยผสานกระบวนการดูแลช่วยเหลือนักเรียนหลัก 5 ด้าน เข้ากับกลไกขับเคลื่อนเครือข่ายความร่วมมือ 6 ขั้นตอน ซึ่งผลการประเมินเพื่อรับรองคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 9 ท่าน ยืนยันสอดคล้องกันว่า แนวทางปฏิบัติเชิงบูรณาการทั้งหมดมีความเหมาะสมและความความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติจริงในสถานศึกษาอยู่ในระดับมาก ส่วนด้านความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2564). นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565: นโยบายเร่งด่วนด้านความปลอดภัยของผู้เรียน. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.
กรมสุขภาพจิต. (2551). คู่มือแนวทางการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน. กระทรวงสาธารณสุข.
กฤษฎิ์ณิชา พุทจิระ. (2564). การพัฒนารูปแบบระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนวัดจันทาราม (ตั้งตรงจิตร 5) เน้นสมรรถนะประจำสายงานของครูประจำชั้น [สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยคริสเตียน].
จีระศักดิ์ สร้อยคำ. (2561). กระบวนการบริหารจัดการเครือข่ายทางวิชาการและการสร้างพันธสัญญาความร่วมมือ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี].
ชไมพร จันทร์ลี. (2560). ปัญหาและแนวทางส่งเสริมการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของครูในศูนย์ภัทรบูรพา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา].
ณัฏฐ์ดนัย รุ่งกลิ่นขจรกล. (2559). แนวทางการปฏิบัติงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเชิงบูรณาการร่วมกับชุมชน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร].
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10, ฉบับปรับปรุงใหม่). สุวีริยาสาส์น.
ประภาวรินทร์ วิเชียรสรรค์. (2563). แนวทางการส่งเสริมการบริหารจัดการงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์].
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562. (2562, 1 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา, 136(57 ก), 49–53. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/A/057/T_0049.PDF
ษณอนงค์ ชูรา. (2566). กลไกเครือข่ายความร่วมมือ (Cooperative Network Mechanism) เพื่อยกระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร].
ศักรินทร์ สมพิศนภา. (2565). การพัฒนารูปแบบการบริหารเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน [ปริญญานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ].
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2559). คู่มือแนวทางการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สุมิตร เหพูลอย. (2566). การพัฒนารูปแบบระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนรัตนราษฎร์บำรุง [การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร].
อมรรัตน์ ใจไธสง. (2565). การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนมัธยมศึกษาจังหวัดสระแก้ว [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี].
Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice-Hall.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Buddhist Education and Research (JBER)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

