การพัฒนา DNA Model เพื่อสร้างคนดีศรีห้วยยาง ตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านโคกศรีห้วยยาง

The Development of the DNA Model for Cultivating Desirable Citizenship Based on the Royal Educational Policy: A Case Study Of Ban Khok Sri Huai Yang School

ผู้แต่ง

  • ศิระกาญจณ์ อะนันเอื้อ โรงเรียนบ้านโคกศรีห้วยยาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 2
  • สรัญญา กียะกูล โรงเรียนบ้านโคกศรีห้วยยาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2

คำสำคัญ:

พระบรมราโชบายด้านการศึกษา; นวัตกรรม DNA Model; คนดีศรีห้วยยาง; คุณลักษณะอันพึงประสงค์

บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนา DNA Model เพื่อสร้างคนดีศรีห้วยยาง ตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านโคกศรีห้วยยาง 2) ศึกษาความรู้ ความเข้าใจ เจตคติ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ “คนดีศรีห้วยยาง” และเปรียบเทียบความรู้ ความเข้าใจของผู้เรียนก่อนและหลังการใช้ DNA Model และ 3) ประเมินความพึงพอใจต่อการใช้ DNA Model กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ บุคลากรและภาคีเครือข่ายของโรงเรียนบ้านโคกศรีห้วยยาง ปีการศึกษา 2568 จำนวน 132 คน ซึ่งได้มาโดยการคัดเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วย ผู้เรียน 111 คน ครู 12 คน และผู้ปกครองร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 9 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจ แบบสัมภาษณ์เจตคติ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระ (Dependent t-test)
    ผลการวิจัยพบว่า 1) นวัตกรรม DNA Model มีความเหมาะสมในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅ = 4.52, S.D. = 0.39) สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง 2) ผลการศึกษาผู้เรียนพบว่า ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระบรมราโชบายด้านการศึกษาอยู่ในระดับมาก (x̅ = 4.24, S.D. = 0.52) คิดเป็นร้อยละ 84.90 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (ร้อยละ 80) มีเจตคติต่อพระบรมราโชบายด้านการศึกษาอยู่ในระดับมาก (x̅ = 4.18, S.D. = 0.64) คิดเป็นร้อยละ 83.59 มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ “คนดีศรีห้วยยาง” ในระดับดีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 92.79 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (ร้อยละ 90) และเมื่อเปรียบเทียบคะแนนความรู้ความเข้าใจของผู้เรียน หลังการใช้นวัตกรรมพบว่า สูงกว่าก่อนใช้นวัตกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 20.185, p < .001) 3) ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความพึงพอใจต่อการดำเนินงานตามนวัตกรรม DNA Model ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅ = 4.57, S.D. = 0.30)
    The purposes of this research were to: 1) develop the DNA Model for cultivating virtuous individuals of Huai Yang based on the Royal Educational Policy: a case study of Ban Khok Sri Huai Yang School; 2) study the knowledge, understanding, attitudes, and desirable characteristics of “virtuous individuals of Huai Yang,” and compare learners' knowledge and understanding before and after implementation of the DNA Model; and 3) assess satisfaction with the implementation of the DNA Model. The target group consisted of 132 school personnel and network partners of Ban Khok Sri Huai Yang School in the 2025 academic year, selected through purposive sampling. This group comprised 111 students,12 teachers, and 9 parents and basic education school committee members. The research instruments included a knowledge test, an attitude interview form, a desirable character assessment form, and a satisfaction questionnaire. Data were analyzed using percentages, means, standard deviations, and dependent t-tests.
    The research results revealed that: 1) The DNA Model possessed the highest level of overall appropriateness (x̅ = 4.52, S.D. = 0.39), demonstrating alignment with the school context and practical feasibility. 2) Regarding learner development, students demonstrated
a high level of knowledge and understanding regarding the Royal Educational Policy (x̅= 4.24,S.D. = 0.52), accounting for 84.90%, which exceeded the set criterion of 80%. Students showed a high level of attitude towards the policy (x̅ = 4.18, S.D. = 0.64), accounting for 83.59%. In terms of desirable characteristics, 92.79% of students achieved a good level or higher, exceeding the set benchmark of 90%. Furthermore, post-test knowledge and understanding scores were significantly higher than their pre-test scores at the .05 significance level (t = 20.185, p < .001).3) Teachers, parents, and basic education school committee members expressed the highest overall level of satisfaction with the implementation of the DNA Model (x̅ = 4.57, S.D. = 0.30).

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. พริกหวานกราฟฟิค.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560).สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 5(1), 7–20.

ทิศนา แขมมณี. (2557). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 18). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 21). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9). สุวีริยาสาส์น.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.

สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์. (2561). แนวทางการน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติในสถานศึกษา. วารสารวิชาการสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา, 9(2), 15–30.

สิริกร มณีรินทร์. (2563). แนวทางการขับเคลื่อนพระบรมราโชบายด้านการศึกษาสู่การพัฒนาเด็กปฐมวัย. โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2560). การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน (พิมพ์ครั้งที่ 19). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. พริกหวานกราฟฟิค.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2561). แนวทางการนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติ.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). แนวทางการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะเชิงรุกผ่านบริบทท้องถิ่น. 21 เซ็นจูรี่.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). แนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในสถานศึกษา. โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

Kohlberg, L. (1984). The psychology of moral development: The nature and validity of moral stages. Harper & Row.

Super, D. E. (1990). A life-span, life-space approach to career development. In D. Brown & L. Brooks (Eds.), Career choice and development: Applying contemporary theories to practice (2nd ed., pp. 197–261). Jossey-Bass.

Biesta, G. (2011). Learning democracy in school and society: Education, lifelong learning, and the politics of citizenship. Springer Science & Business Media.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-10-09

รูปแบบการอ้างอิง

อะนันเอื้อ ศ., & กียะกูล ส. (2026). การพัฒนา DNA Model เพื่อสร้างคนดีศรีห้วยยาง ตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านโคกศรีห้วยยาง: The Development of the DNA Model for Cultivating Desirable Citizenship Based on the Royal Educational Policy: A Case Study Of Ban Khok Sri Huai Yang School. วารสารการวิจัยการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 6(1). สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/obecresearch/article/view/294612

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัยการศึกษา

หมวดหมู่