การพัฒนารูปแบบการสอนที่เสริมสร้างสมรรถนะการอ่านขั้นสูงและทักษะการคิดขั้นสูงของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต
คำสำคัญ:
รูปแบบการจัดการเรียนรู้, การอ่าน, การอ่านขั้นสูงและทักษะการคิดขั้นสูงบทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการสอนที่เสริมสร้างสมรรถนะการอ่านขั้นสูงและทักษะการคิดขั้นสูง ของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาบริบท สภาพปัจจุบัน และความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการสอนที่เสริมสร้างสมรรถนะการอ่านขั้นสูงและทักษะการคิดขั้นสูง ของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต 2) เพื่อออกแบบและพัฒนารูปแบบการสอนที่เสริมสร้างสมรรถนะการอ่านขั้นสูงและทักษะการคิดขั้นสูงของนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research And Development) (ผสมผสานวิธี) ประชากรที่ใช้ในการวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านสมรรถนะการอ่านขั้นสูงและการคิดขั้นสูง จำนวน 10 คน และนักศึกษาสาขาวิชาการสอนภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ปีการศึกษา 2566 จำนวน 100 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็น 1. แบบวิเคราะห์เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการอ่านขั้นสูงและการคิดขั้นสูงแบบสัมภาษณ์ 2. แบบสอบถามเกี่ยวกับการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการอ่านขั้นสูงและการคิดขั้นสูง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (x̄) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการวิเคราะห์ข้อมูลการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1. จากการศึกษาบริบทและสภาพปัจจุบัน พบว่า นักศึกษายังขาดทักษะการอ่านและการคิดขั้นสูง เนื่องจากรูปแบบการสอนที่ไม่สอดคล้องกับการพัฒนาการอ่านขั้นสูงและทักษะการคิดขั้นสูงอย่างเป็นระบบ จากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญและนักศึกษาเพื่อยืนยันความจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการสอนที่เน้นการปฏิบัติจริง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการประเมินตนเอง 2. การออกแบบและพัฒนารูปแบบการสอนดำเนินการตามกระบวนการวิจัยและพัฒนา โดยการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องและการสนทนากลุ่มกับผู้เชี่ยวชาญ รูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีการจัดระบบอย่างชัดเจน มีการใช้สื่อที่หลากหลายทันสมัย และมีการประเมินผลที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ รูปแบบดังกล่าวได้รับการตรวจสอบและประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งให้คะแนนความสอดคล้องและความเหมาะสมในระดับสูงสุด
เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ. สถาบันภาษาไทย. (2546). แผนพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทยและการใช้ภาษาไทย. โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545. โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
ชยพร กระต่ายทอง. (2552). การพัฒนารายวิชาเพิ่มเติมภาษาไทยแบบอิงมาตรฐานด้วยกระบวนการออกแบบย้อนกลับเพื่อเสริมสร้างการวิเคราะห์และการอ่านเชิงวิเคราะห์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น [วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. คณะครุศาสตร์.
ฐะปะนีย์ นาครทรรพ และคณะ. (2546). หนังสือเรียนช่วงชั้นที่ 3 ภาษาไทย ม.1. ไทยร่มเกล้า.
ทัศนีย์ เศรษฐพงษ์. (2560). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามแนวคิดการอ่านจากต้นแบบและกลวิธีผังสัมพันธ์ของความหมายเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านเชิงวิเคราะห์ของนักศึกษาระดับอุดมศึกษา [วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. บัณฑิตวิทยาลัย.
นริศรา ชยธวัช. (2563). การพัฒนาทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ SQ4R ร่วมกับผังกราฟิกสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร]. บัณฑิตวิทยาลัย.
นภดล จันทร์เพ็ญ. (2539). การใช้ภาษาไทย. แสงศิลป์การพิมพ์.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2557). เติบโตเต็มศักยภาพสู่ศตวรรษที่ 21 ของการศึกษาไทย. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. มูลนิธิสดศรีสฤษดิ์วงศ์.
สมพร มันตะสูตรแพ่งพิพัฒน์. (2534). การอ่านทั่วไป. โอเดียนสโตร์.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2551). แนวทางการบริหารจัดการหลักสูตรตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สุพรรณี วราทร. (2545). การอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อารี รังสินันท์. (2532). ความคิดสร้างสรรค์ (พิมพ์ครั้งที่ 3). แพร่พิทยา.
Bloom, B. S., Engelhart, M. D., Furst, E. J., Hill, W. H., & Krathwohl, D. R. (1956). Taxonomy of educational objectives: The classification of educational goals. Handbook I: Cognitive domain. David McKay.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Journal of Buddhist Education and Research (Online)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

