ปัจจัยที่ส่งผลต่อทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ด้านการคิดแก้ปัญหานักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนราชประชานุเคราะห์กลุ่มภาคเหนือ
คำสำคัญ:
ทักษะการเรียนรู้ ทักษะการคิดแก้ปัญหา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ภาคเหนือบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ด้านการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ภาคเหนือ และ 2) ศึกษาปัจจัยที่ดีที่สุดที่ส่งผลต่อทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ด้านการคิดแก้ปัญหาของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ภาคเหนือ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแผนการเรียนวิทยาศาสตร์–คณิตศาสตร์ ที่กำลังศึกษาในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ กลุ่มภาคเหนือ สังกัดสำนักงานบริหารงานการศึกษาพิเศษ จำนวน 525 คน เป็นการศึกษางานวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) เป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ คือ คำนวณค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson's Product Moment Correlation Analysis) และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบปกติ (Multiple Regression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า ระดับปัจจัยที่ส่งผลต่อทักษะการคิดแก้ปัญหาโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (M = 3.93, S.D. = 0.88) โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ พฤติกรรมการสอนของครู (M = 4.00) รองลงมา ได้แก่ การรับรู้ความสามารถของตนเอง (M = 3.99) เจตคติต่อการเรียน (M = 3.95) แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ (M = 3.94) บรรยากาศในชั้นเรียน (M = 3.90) และความสามารถด้านเหตุผล (M = 3.85) ตามลำดับ ส่วนระดับคุณลักษณะการคิดแก้ปัญหาในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียน พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (M = 3.81, S.D. = 0.88) โดยนักเรียนส่วนใหญ่สามารถใช้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ เปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง วิเคราะห์และวางแผนก่อนการปฏิบัติงาน รวมทั้งสามารถปรับตัวและใช้ข้อมูลประกอบการแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม ผลการทดสอบสมมติฐานการวิจัย พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ด้านการคิดแก้ปัญหา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ความสามารถด้านเหตุผล บรรยากาศในชั้นเรียน และพฤติกรรมการสอนของครู ตามลำดับ และเมื่อพิจารณาปัจจัยที่ดีที่สุด พบว่า แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงสุด รองลงมา ได้แก่ ความสามารถด้านเหตุผล บรรยากาศในชั้นเรียน และพฤติกรรมการสอนของครู ตามลำดับ
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กระทรวงศึกษาธิการ.
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา. (2567). 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ: การศึกษายืดหยุ่น ทำได้ ตอบโจทย์ชีวิตจริง มีรัฐธรรมนูญและกฎหมายรองรับ. https://www.eef.or.th/infographic-1school3formats-181224/
เจริญพงษ์ ชมภูนุช. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แผนการเรียนวิทยาศาสตร์–คณิตศาสตร์. วารสารครุศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร, 6(11), 39–55.
ชายแดน บุญลือ, & ชนาธิป พรกุล. (2566). ปัจจัยที่ส่งผลต่อทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 ด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาตามมาตรฐานวิชาชีพของนักเรียนโรงเรียนช่างฝีมือทหาร [วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยปทุมธานี].
ธีระเดช กุลสาร, อภิสิทธิ์ สมศรีสุข, & วัลนิกา ฉลากบาง. (2566). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามารถการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น, 20(1), 1–17.
ไพลิน กึนพันธ์. (2564). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7. วารสารวิทยาลัยนครราชสีมา, 15(3), 111–121.
วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
วิราวรรณ พุทธมาตย์, สุภาพร ถีสูงเนิน, สนุกจิต สิทธิวงศ์, & วราวุฒิ มหามิตร. (2568). การพัฒนาสมรรถนะของครูคณิตศาสตร์ในโรงเรียนขนาดเล็กโดยชุมชนแห่งการเรียนรู้ยุคใหม่ศตวรรษที่ 21 อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ. วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, 7(1), 123–137.
สุมาลี เซ็ม. (2561). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก [วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา].
สุหลง ดวงแก้ว, & เลิศฤทธิ์ สุพินดา. (2567). Active learning: การจัดการเรียนรู้เพื่อเตรียมเด็กไทยสู่ศตวรรษที่ 21 หลังวิกฤตการณ์โควิด-19. ศึกษาศาสตร์ มมร, 12(1), 299–314.
อภิชาต วิชัยโย, สนิท ตีเมืองซ้าย, & อุบลวรรณ จันทรเสนา. (2566). การส่งเสริมแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานด้วยเทคนิคเพื่อนคู่คิด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านดอนดู่. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 3(4), 751–766.
Kay, K., & Greenhill, V. (2011). Twenty-first century students need 21st century skills. In G. Wan & D. M. Gut (Eds.), Bringing schools into the 21st century (pp. 41–65). Springer. https://doi.org/10.1007/978-94-007-0268-4_3
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
McClelland, D. C. (1987). Human motivation. Cambridge University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Buddhist Education and Research (JBER)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

