การบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลตามหลักปาปณิกธรรม 3 ของผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 3
คำสำคัญ:
การบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัล, หลักปาปณิกธรรม 3, ผู้บริหารโรงเรียนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาสภาพการบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียน ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 3 2. ศึกษาวิธีการบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลตามหลักปาปณิกธรรม 3 ของผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 3 3. เสนอแนวทางพัฒนาการบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลตามหลักปาปณิกธรรม 3 ของผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 3 เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี โดยมีกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา 31 คน และครูผู้สอน 205 คน รวม 236 คน และสำหรับการศึกษาเชิงคุณภาพผู้วิจัยได้ทำการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญรวมทั้งสิ้น 7 รูป/คนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ และการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงการพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า 1. การบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การวางแผนอัตรากำลังและกำหนดตำแหน่ง รองลงมา ได้แก่ การสรรหาและบรรจุแต่งตั้ง และการพัฒนาบุคลากร ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การให้บุคลากรพ้นจากงาน 2. การบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลตามหลักปาปณิกธรรม 3 ของผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 3 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ การบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลตามหลักนิสสยสัมปันโน รองลงมาคือ การบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลตามหลักวิธูโร และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ได้แก่ การบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลตามหลักจักขุมา 3. แนวทางพัฒนาการบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลตามหลักปาปณิกธรรม 3 พบว่า ผู้บริหารควรวางแผนอัตรากำลังโดยใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการวิเคราะห์ ส่งเสริมการสรรหาและพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะดิจิทัล สนับสนุนการพัฒนาสมรรถนะ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการสร้างนวัตกรรมทางการศึกษา รวมทั้งดำเนินการให้บุคลากรพ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และมีเหตุผล โดยใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
เอกสารอ้างอิง
ทองดี ปาโส. (2566). ภาวะผู้นำตามหลักปาปณิกธรรมของการบริหารองค์กรในยุคชีวิตวิถีใหม่. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 6(4), 145–157.
ปราณี คาดการณ์ไกล. (2556). การใช้อำนาจของผู้บริหารที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2 [วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร].
พระอธิการอุทัย อตฺตมปญฺโญ (ศรชา). (2565). การบริหารงานบุคคลตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดขอนแก่น [วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพุทธบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย].
รัชนี ท้าวมาชนี, ธิดารัตน์ จันทะหิน, & ชวนคิด มะเสนะ. (2568). การบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3. วารสารราชภัฏสุรินทร์วิชาการ, 3(6), 33–51.
ศุภเกียรติ วรสาร, & จิตตรา จันขอนแก่น. (2568). การบริหารงานบุคคลในยุคดิจิทัลของสถานศึกษา. วารสาร มจร, 10(1), 25–40.
สุกัญญา แช่มช้อย. (2561). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 3. (2568). แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568. กลุ่มนโยบายและแผน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 3.
สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560–2579). กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Buddhist Education and Research (JBER)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

