รูปแบบการจัดการเรียนรู้รายวิชาศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น เพื่อยกระดับคุณภาพนักศึกษาด้านการจัดการเรียนรู้ระดับปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • เจษฎากรณ์ รันศรี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น, ขอนแก่น, ประเทศไทย
  • สมควร นามสีฐาน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น, ขอนแก่น, ประเทศไทย

คำสำคัญ:

รูปแบบการจัดการเรียนรู้, รายวิชาศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น, การจัดการเรียนรู้ระดับปริญญาตรี

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research Development: R&D) มีวัตถุประสงค์ เพื่อ ๑. ศึกษาสภาพปัจจุบัน ความต้องการ และความต้องการจำเป็น 2. พัฒนารูปแบบ 3. ทดลองใช้รูปแบบ 4. ประเมินผลการใช้รูปแบบ มีกระบวนการ 4 ขั้นตอนคือ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบัน ความต้องการ ความต้องการจำเป็น กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาศาสตร์พระราชา ปีการศึกษา 2/2567 จำนวน 135 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างของเครซี่และมอร์แกน Krejcie and Morgan กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คืออาจารย์ผู้สอน รายวิชาศาสตร์พระราชา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม รวมจำนวน 9 คน ด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1. แบบสอบถามสภาพปัจจุบัน ความต้องการ ความต้องการจำเป็น มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 1.00 2. และแบบสัมภาษณ์ ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบมี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1 หลักการ 2 วัตถุประสงค์ 3 เนื้อหา 4 การจัดการเรียนรู้ และ 5 การวัดและประเมินผล เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1. รูปแบบการจัดการเรียนรู้รายวิชาศาสตร์พระราชา 2. คู่มือการใช้รูปแบบ ระยะที่ 3 การใช้รูปแบบ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) รูปแบบ 2) เครื่องมือประกอบการใช้รูปแบบ  3) แบบประเมินประสิทธิผลของรูปแบบ ระยะที่ 4 ประเมินผลการทดลองใช้รูปแบบ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือแบบประเมินความพึงพอใจรูปแบบ ผลการวิจัย พบว่า ความต้องการจำเป็น พบว่า โดยภาพรวมมีค่า PNI Modified (PNI modified = 0.25) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ด้านที่มีความต้องการจำเป็นมากที่สุดคือด้านสื่อ/แหล่งเรียนรู้ อุปกรณ์ (PNI modified = 0.32) รองลงมาคือด้านเนื้อหาวิชา (PNI modified = 0.28) ด้านสภาพแวดล้อมและบรรยากาศการเรียนรู้ (PNI modified = 0.26) ด้านผู้เรียน (PNI modified = 0.18) รูปแบบประกอบด้วย หลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหา การจัดการเรียนรู้ และการวัดผลและประเมินผล ใช้กระบวนการเรียนรู้ คือ 1. ระบุข้อคำถาม 2. แสวงหาสารสนเทศ 3. สร้างองค์ความรู้ 4. การสื่อสารองค์ความรู้ 5. ประเมินองค์ความรู้ ประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ มีประสิทธิภาพ ( E1/ E2) เท่ากับ 80.22/83.89 ซึ่งถือว่าสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ การเปรียบเทียบการจัดการเรียนรู้มีค่าเฉลี่ยก่อนเรียนที่ 14.63 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.47 และมีค่าเฉลี่ยหลังเรียนที่ 25.16 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.79 เมื่อเปรียบการจัดการเรียนรู้ก่อนเรียนและหลังเรียนพบว่านักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความพึงพอใจต่อการพัฒนาตามรูปแบบ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( x̄ = 4.66 S.D.= ๐.30) ประสิทธิผลของรูปแบบ พบว่า ด้านความเหมาะสม โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.62, S.D. 0.34) ด้านความเป็นประโยชน์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ =4.73, S.D. 0.37)

เอกสารอ้างอิง

กมลฉัตร กล่อมอิ่ม. (2565). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะประยุกต์ใช้ศาสตร์พระราชาบนพื้นฐานอัตลักษณ์พื้นถิ่นเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะวิทยาการจัดการเรียนรู้สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู. วารสารพัฒนาการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยรังสิต, 15(1), 118–137.

กรรณิกา สุขงาม. (2562). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมสิ่งแวดล้อมศึกษาตามศาสตร์พระราชาในการอนุรักษ์ดิน น้ำ และป่าไม้ (ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาสิ่งแวดล้อมศึกษา, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม).

จารุวรรณ ตาลสุกเรือง. (2565). รูปแบบการบริหารตามศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (การศึกษาดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยนเรศวร).

จุฬาพร ศรีรังสรรค์. (2565). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษาตามแนวทางศาสตร์พระราชาเพื่อวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง. มนุษยสังคมปริทัศน์, 24(1), 44–56.

ชัชพล รวมธรรม. (2564). รูปแบบการน้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้เรียน. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 9(6), 2541–2553.

พระมหาอุทัย พลเทโว (พลเทพ). (2561). บูรณาการพุทธธรรมและศาสตร์พระราชาเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการศูนย์ปฏิบัติธรรมมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาพระพุทธศาสนา, มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย).

รุ่งอรุณ พรเจริญ, และทรงสิริ วิชิรานนท์. (2563). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนโดยใช้สื่อสังคมออนไลน์. วารสารอิเล็กทรอนิกส์การเรียนรู้ทางไกลเชิงนวัตกรรม, 10(2), 62–72. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/e-jodil/article/view/235915

สมใจ กงเติม. (2564). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่บูรณาการศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารราชภัฏเพชรบูรณ์สาร, 23(2), 37.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. พริกหวานกราฟฟิค.

สำนักงานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ. (2561). ยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560–2579).

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-30

รูปแบบการอ้างอิง

รันศรี เ. ., & นามสีฐาน ส. . (2026). รูปแบบการจัดการเรียนรู้รายวิชาศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น เพื่อยกระดับคุณภาพนักศึกษาด้านการจัดการเรียนรู้ระดับปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. Journal of Buddhist Education and Research (JBER), 12(1), 1073–1088. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jber/article/view/294272

ฉบับ

ประเภทบทความ

สารบัญ

Similar Articles

You may also start an advanced similarity search for this article.