ความฉลาดทางอารมณ์ของเจเนอเรชัน Z ในยุคดิจิทัล: การวิเคราะห์ผลกระทบแบบสองทางต่อการเรียนรู้และการทำงานในศตวรรษที่ 21
คำสำคัญ:
ความฉลาดทางอารมณ์, เจเนอเรชัน Z, เทคโนโลยีดิจิทัล, สุขภาพจิต, การเรียนรู้บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบของยุคดิจิทัลต่อความฉลาดทางอารมณ์ของเจเนอเรชัน Z ไทย และเชื่อมโยงกับพฤติกรรมการเรียนรู้และการทำงานในศตวรรษที่ 21 โดยใช้การทบทวนวรรณกรรมและวิเคราะห์งานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาพบว่า ยุคดิจิทัลส่งผลต่อความฉลาดทางอารมณ์ของเจเนอเรชัน Z ไทยทั้งด้านบวกและด้านลบ ด้านลบ ได้แก่ การลดลงของทักษะการสื่อสารแบบเผชิญหน้า การเปรียบเทียบตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์ การใช้หน้าจอเป็นเวลานาน และแนวโน้มปัญหาสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้น ส่วนด้านบวก พบว่า เจเนอเรชัน Z ไทยมีระดับความฉลาดทางอารมณ์โดยรวมอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะด้านการใช้อารมณ์ให้เกิดประโยชน์ มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ การสร้างเครือข่ายสนับสนุน และการปรับตัวต่อเทคโนโลยีใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ปัจจัยด้านครอบครัว สถานศึกษา และชุมชนมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์และการพัฒนาทักษะทางสังคม โดยเฉพาะการสนับสนุนทางอารมณ์จากครอบครัว การจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม และการสร้างโอกาสในการปฏิสัมพันธ์ในชีวิตจริง การศึกษานี้เสนอให้มีการพัฒนานโยบายแบบบูรณาการ ได้แก่ การปรับปรุงหลักสูตรให้บูรณาการการเรียนรู้ด้านสังคมและอารมณ์ (Social-Emotional Learning: SEL) การพัฒนาศักยภาพครูและผู้ปกครองด้านการดูแลเด็กในยุคดิจิทัล การยกระดับมาตรการความปลอดภัยทางไซเบอร์ การพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพจิต และการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งควรมีการวิจัยระยะยาว การพัฒนาเครื่องมือวัดความฉลาดทางอารมณ์ในบริบทดิจิทัล และการออกแบบโปรแกรมส่งเสริมที่เหมาะสมกับบริบทสังคมไทย เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีและการพัฒนาทักษะด้านอารมณ์และสังคม อันจะนำไปสู่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไทยอย่างยั่งยืนในศตวรรษที่ 21
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต. (2564). รายงานสถานการณ์ความฉลาดทางอารมณ์เด็กไทย. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.
กรมสุขภาพจิต. (2566). รายงานการสำรวจสุขภาพจิตคนไทย ปี 2566. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.
ชุมผล, ว. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างการเผชิญปัญหาและความฉลาดทางอารมณ์ของนักเรียน Gen Z. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 7(1), 1–15.
ชนแดง, ก. (2567). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการปรับตัวของนักศึกษาเจนเนอเรชั่นซี (Generation Z) มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย, 32(2), 87–102.
ณิชกุล เสนาวงษ์. (2564). การศึกษาพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของคนเจนเนอเรชั่นแซดในยุค New Normal ในกรุงเทพมหานคร. วารสารนิเทศศาสตร์และนวัตกรรม, 9(2), 45–62.
บุญทิวา สมพงษ์, และคณะ. (2565). ผลกระทบของโซเชียลมีเดียต่อการสร้างตัวตนของวัยรุ่นไทย. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 49(2), 15–34.
สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. (2565). ความฉลาดทางอารมณ์ของนักศึกษาแพทย์และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง. วารสารจิตแพทย์, 67(3), 178–195.
Happy Home Clinic. (2023). สถานการณ์การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ในเด็กและเยาวชนไทย. https://happyhomeclinic.com/cyberbullying-report-2023
The Potential. (2023). โซเชียลมีเดียกับสมองวัยรุ่น: ผลกระทบต่อพัฒนาการและพฤติกรรม. https://thepotential.org/social-media-teen-brain-2023
Bar-On, R. (1997). The emotional quotient inventory (EQ-i): Technical manual. Multi-Health Systems.
Best, P., Manktelow, R., & Taylor, B. (2014). Online communication, social media and adolescent wellbeing: A systematic narrative review. Children and Youth Services Review, 41, 27–36. https://doi.org/10.1016/j.childyouth.2014.03.001
Goleman, D. (1995). Emotional intelligence: Why it can matter more than IQ. Bantam Books.
Nesi, J., & Prinstein, M. J. (2015). Using social media for social comparison and feedback-seeking: Gender and popularity moderate associations with depressive symptoms. Journal of Abnormal Child Psychology, 43(8), 1427–1438. https://doi.org/10.1007/s10802-015-0020-0
Salovey, P., & Mayer, J. D. (1990). Emotional intelligence. Imagination, Cognition and Personality, 9(3), 185–211. https://doi.org/10.2190/DUGG-P24E-52WK-6CDG
Uhls, Y. T., Michikyan, M., Morris, J., Garcia, D., Small, G. W., Zgourou, E., & Greenfield, P. M. (2014). Five days at outdoor education camp without screens improves preteen skills with nonverbal emotion cues. Computers in Human Behavior, 39, 387–392. https://doi.org/10.1016/j.chb.2014.05.036
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Author(s)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

