การพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน (Phenomenon Based Learning) ในรายวิชาภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
คำสำคัญ:
การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน, ทักษะความคิดสร้างสรรค์, รายวิชาภาษาไทย, วรรณคดีไทย, ความพึงพอใจบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานในรายวิชาภาษาไทย และศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 จำนวน 100 คน ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน แบบประเมินทักษะความคิดสร้างสรรค์แบบเกณฑ์การให้คะแนน และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า หน่วยการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด ผู้เรียนมีทักษะความคิดสร้างสรรค์ในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก มีคะแนนเฉลี่ย 181.18 คะแนน จากคะแนนเต็ม 200 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 90.59 โดยองค์ประกอบที่มีร้อยละของคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ ความคิดริเริ่ม รองลงมาคือ ความคิดละเอียดลออ ความคิดคล่องแคล่ว และความคิดยืดหยุ่น ตามลำดับ ส่วนความพึงพอใจของผู้เรียนอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.56 ข้อเสนอแนะจากการวิจัย คือ ควรจัดเวลาและภาระงานให้เหมาะสม และควรออกแบบกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนคิดได้หลากหลาย ปรับเปลี่ยนมุมมอง และสร้างสรรค์ผลงานที่เชื่อมโยงกับปรากฏการณ์จริงอย่างต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
เชรษฐรัฐ กองรัตน์. (2567). การเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน: การพัฒนาสมรรถนะการคิดขั้นสูงเพื่อการเรียนรู้อย่างยั่งยืน. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 7(3), 1701–1720.
นิธิป นรินทร์, กาญจนา วิชญาปกรณ์, และกฤธยากาญจน์ โตพิทักษ์. (2567). การพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานร่วมกับสื่อแอนิเมชัน. วารสารพุทธศาสตร์ มจร อุบลราชธานี, 6(2), 587-598
บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9). สุวีริยาสาส์น.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา.
หัสวนัส เพ็งสันเทียะ, มนตา ตุลย์เมธาการ, และอิทธิพัทธ์ สุวทันพรกูล. (2564). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานที่มีต่อการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 13(2), 240–257.
อรพรรณ บุตรกตัญญู. (2561). การเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐานเพื่อการสร้างมุมมองแบบองค์รวมและการเข้าถึงโลกแห่งความจริงของผู้เรียน. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 46(2), 348–365.
Finnish National Agency for Education. (2016). New national core curriculum for basic education: Focus on school culture and integrative approach. https://www.oph.fi/en/statistics-and-publications/publications/new-national-core-curriculum-basic-education-focus-school
Guilford, J. P. (1967). The nature of human intelligence. McGraw-Hill.
Khuana, T., Khuana, K., & Santiboon, T. T. (2025). Development of a phenomenon-based learning management instructional model for creative essential critical thinking skills in physical education students, Thailand National Sports University, Lampang Campus. Journal of Education and Learning, 14(6), 497–519.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Buddhist Education and Research (JBER)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

