รูปแบบการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยโดยใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์ สําหรับนิสิตวิชาเอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยทักษิณ
คำสำคัญ:
รูปแบบการจัดการเรียนรู้, วรรณคดีไทยบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหา สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการพัฒนารูปแบบ 2) เพื่อพัฒนารูปแบบ 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบ และ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยโดยใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์สำหรับนิสิตวิชาเอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยทักษิณ ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา (R&D) มีกระบวนการวิจัย 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหา สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็น ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบ ระยะที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบ และระยะที่ 4 ประเมินรูปแบบการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยโดยใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับนิสิตวิชาเอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยทักษิณ ผลการวิจัย พบว่า ระยะที่ 1 สภาพปัจจุบันปัญหา สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นรูปแบบการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยโดยใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับนิสิตวิชาเอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยทักษิณ ที่มีความเห็นต่อการจัดการเรียนรู้จากกลุ่มตัวอย่าง 63 คน เป้าหมาย พบว่า ด้านสภาพปัจจุบัน ในระดับมาก และสภาพที่พึงประสงค์ ในระดับมาก รวมค่า PNI 3.13 ระดับปานกลาง ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยโดยใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์ สำหรับนิสิตวิชาเอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยทักษิณ ความเห็นของคณะกรรมผู้ทรงคุณวุฒิที่ให้ตระหนักถึงกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ได้แก่ 1) หลักการหรือแนวคิด 2) กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และ 3) โครงสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายและเหมาะสมกับวัย และเกณฑ์มาตรฐานในการตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบ พบว่า 1) มาตรฐานด้านความเป็นประโยชน์ ในระดับมาก 2) มาตรฐานด้านความเป็นไปได้ ในระดับมาก 3) มาตรฐานด้านความเหมาะสม ในระดับมาก และ 4) มาตรฐานด้านความถูกต้อง ในระดับมาก ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานในการตรวจสอบคุณภาพของคู่มือรูปแบบ พบว่า 1) มาตรฐานด้านความเป็นประโยชน์ ในระดับมาก 2) มาตรฐานด้านความเป็นไปได้ ในระดับมาก 3) มาตรฐานด้านความเหมาะสม ในระดับมาก และ 4) มาตรฐานด้านความถูกต้องเช่นเดียวกัน ระยะที่ 3 ผลการทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยโดยใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์สำหรับนิสิตวิชาเอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยทักษิณ พบว่า ผลวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของรูปแบบ ตามเกณฑ์ 80/80 และโดยใช้สูตรการหาค่า E₁/ E₂ พบว่า ประสิทธิภาพของ (E₁) = 80.00 พอดี ขณะที่ (E₂) = 87.9% และเมื่อวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการทำข้อสอบก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า คะแนนแบบทดสอบก่อนเรียนและคะแนนแบบทดสอบหลังเรียน คิดเป็นร้อยละ 87.17 แสดงให้เห็นว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ระยะที่ 4 ผลการประเมินรูปแบบการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยโดยใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์สำหรับนิสิตวิชาเอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยทักษิณ จากกลุ่มเป้าหมาย 30 คน โดยใช้แบบสอบถาม 3 ตอน ได้แก่ 1) ด้านปัจจัยนำเข้า 2) ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้ และ 3) ด้านผลผลิต ทั้ง 3 ด้านในระดับมาก
เอกสารอ้างอิง
จุฬาลักษณ์ คชาชัย. (2558). การศึกษาผลสัมฤทธิ์การเรียนวรรณคดีไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ จัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีการตอบสนองของผู้อ่าน.วารสารศิลปากร ฉบับภาษาไทย สาขา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ, 8(2), 62–75.
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2555). 80 นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ.อินเตอร์คอร์ปอเรชัน.
ทิศนา แขมณี. (2566). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ(พิมพ์ครั้ง ที่ 26). สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พิชัย ศรีภูไพ. (2542). วรรณคดี สังคม และการเมือง.สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี.
ไพรินทร์ พึ่งพงษ์, และคณะ. (2564). รูปแบบการสอนภาษาไทยตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับแนวคิด อภิปัญญา เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาระดับปริญญา บัณฑิต.วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 13(2), 132–150.
ศราวุฒิ พรมชมพู, & อ้อมธจิต แป้นศรี. (2568). การพัฒนาความสามารถการอ่านเชิงวิเคราะห์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แบบฝึกทักษะนิทานพื้นบ้านม้งร่วมกับกลวิธีการสอนอ่านแบบเมตาคอกนิ ชัน.วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 8(3), 623–634.
สุวิทย์ มูลคํา. (2553). วิธีการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะ(พิมพ์ครั้งที่ 9). ภาพพิมพ์.
เอมอร ชิตตะโสภณ. (2521). โลกแห่งวรรณคดี.ศูนย์หนังสือเชียงใหม่.
Bloom, B. S. (Ed.). (1956). Taxonomy of educational objectives: The classification of educational goals. Handbook I: Cognitive domain.Longmans, Green.
Kirkpatrick, D. L. (1998). Evaluating training programs: The four levels(2nd ed.). Berrett- Koehler Publishers.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Journal of Buddhist Education and Research (JBER)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

